Bioderma Thailand | รู้จักความหมายก่อนเลือกครีมกันแดด

Allez au contenu Allez à la navigation

01 พฤษภาคม 2017

รู้จักความหมายก่อนเลือกครีมกันแดด

แม้จะเป็นเดือนพฤษภาคมแล้วแต่อากาศก็ยังคงร้อน และดูท่าจะทวีความร้อนยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ระดับของรังสียูวีที่เข้มข้น ทำให้การออกไปเจอแดดทำให้ผิวแสบร้อนได้ หากไม่บำรุงหรือป้องกันอาจทำให้ผิวเสียหาย

 

ครีมกันแดดนอกจากผิวคล้ำเสียแล้วยังทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยจากแสงแดด ซึ่งโดยหลักๆสามารถทำร้ายผิวสวยจากรังสี UV-ultraviolet ทั้ง 2 ชนิด

·       UVA เข้าไปทำลายคอลลาเจนในชั้นใต้ผิวและกระตุ้นเซลล์ melanocytes ให้สร้างเม็ดสีโดยตรงจากการกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ให้ทำงานงานมากขึ้น ทำให้ผิวคล้ำ เกิดฝ้ากระต่างๆ ทำให้มีริ้วรอยก่อนวัย ผิวสีไม่สม่ำเสมอ

·       UVB มีค่าพลังงานมากกว่า UVA มีผลทำลายลึกถึง DNA ทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งผิวหนัง 

ดังนั้นการเลือกใช้ครีมกันแดดควรเลือกใช้ครีมกันแดดให้ตรงความต้องการโดยพิจารณาจาก

1.      ค่า SPF หรือ sun protection factor เป็นค่าการป้องกัน UVB บอกให้ทราบว่า ผลิตภัณฑ์กันแดดนั้นสามารถลดปริมาณรังสี UV ที่ทำให้ผิวไหม้ได้ดีแค่ไหน เช่น หากเราได้รับปริมาณรังสี UV 1 แล้วผิวไหม้ หากทาผลิตภัณฑ์กันแดดที่มี SPF 15 จะทำให้เราต้องได้รับปริมาณรังสี UV 15 ผิวจึงจะไหม้ และหากจะเทียบค่า SPF กับปริมาณการดูดซับรังสี UVB พบว่า

·       ค่า SPF เท่ากับ 2 จะดูดซับ UVB ได้ 50%


·       ค่า SPF เท่ากับ 4 จะดูดซับ UVB ได้ 75%


·       ค่า SPF เท่ากับ 8 จะดูดซับ UVB ได้ 87.5%


·       ค่า SPF เท่ากับ 15 จะดูดซับ UVB ได้ 93.3%


·       ค่า SPF เท่ากับ 20 จะดูดซับ UVB ได้ 95%


·       ค่า SPF เท่ากับ 30 จะดูดซับ UVB ได้ 96.7%


·       ค่า SPF เท่ากับ 45 จะดูดซับ UVB ได้ 97.8%


·       ค่า SPF เท่ากับ 50 จะดูดซับ UVB ได้ 98%

จะเห็นว่า ค่า SPF ที่สูงมาก ๆ นั้นก็ไม่จำเป็นต่อความต้องการของเรา ไม่ว่าจะใช้ SPF30 หรือ SPF100 ก็ให้ผลแทบจะไม่แตกต่างกัน ในทางตรงกันข้ามกลับทำให้เหนียวเหนอะหนะ และระคายเคืองผิว  แต่ถึงอย่างไรแล้ว เมื่อสารกันแดดสัมผัสเหงื่อ น้ำ แสงแดด สารกันแดดก็จะเสื่อมประสิทธิภาพลดลง ดังนั้นจึงควรทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง

2.      PA Protection grade of UVA เป็นค่าการป้องกัน UVA โดยมีประสิทธิภาพดังต่อไปนี้

·       PA+ หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA เริ่มต้น

·       PA++ หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA กลาง

·       PA+++ หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA สูง

·       PA++++ หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA สูงสุด

3.      ในปัจจุบันครีมกันแดดในท้องตลาดนั้นนอกจากจะปกป้องผิวจากแสงแดดแล้วยังมีคุณสมบัติพิเศษอื่นๆ ในการช่วยดูแลผิวอีกด้วย เนื่องจากมีการใส่สารสกัดใหม่ๆที่มีฤทธิ์ปกป้องผิว ร่วมกับ anti-aging อีกด้วย เช่น

a.      ครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของ Ectoin สารสกัดจากแบคทีเรียซึ่งสามารถอยู่ในทะเลทรายที่มีความร้อนมากกว่า 60 c เมื่อนำมาใช้ในเวชสำอางค์ มีฤทธิ์ซึ่งช่วยลดการหลั่งเอนไซม์ที่ย่อยคอลลาเจนและอิลาสติน และทำให้ผิวผลิตโปรตีนที่ช่วยในการซ่อมแซมดีเอ็นเอ และทำงานร่วมกับสาร mannitol ปกป้องกลูตาไธโอนซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติในผิว จึงไม่เพียงช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย แต่ยังช่วยเพิ่มความสามารถของเซลล์ผิวในการปกป้องตนเองจากรังสียูวี ปัจจุบันพบในสิทธิบัตรที่ชื่อว่า cellular bioprotection

b.      Rhamnose สารสกัดจากพืชในธรรมชาติซึ่งมีฤทธิ์ลดการอักเสบ (anti-inflammatory) และมีการศึกษาพบว่าสามารถ เพิ่มการทำงานของเซลล์ fibroblasts ทำให้เกิดการสร้าง
คลอลาเจน อิลาสติน เพิ่มในชั้น papillary dermis และ ลดการสร้างสารที่มีผลทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย ( AGEs - advanced Glycation End product ) แล้วยังลดอาการแสบร้อนของผิวเมื่อเจอแสงแดด รวมถึงมี Xylitol ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว (พวกนี้มีใน DAF)

ในปัจจุบันมีเพียง Photoderm เท่านั้นที่มีทั้ง 2 สูตรพิเศษนี้ในครีมชนิดเดียวกัน นอกจากปกป้องผิวจากแสงแดดแล้วยังบำรุงและให้ความชุ่มชื่นกับผิวอีกด้วย

ครีมกันแดดหลายยี่ห้อมีเนื้อบางเบา เพราะมีส่วนผสมของแอลกอฮอลล์ ซึ่งแอลกฮอลล์ส่งผลเสียต่อผิวพรรณ หากนิยมครีมกันแดดเนื้อบางเบา อย่าลืมพิจารณาเรื่องนี้ด้วย เลือกที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอลล์ หรือน้ำหอม จะปลอดภัยกับผิวที่สุด

นอกจากครีมกันแดดแล้วอย่าลืม ใช้ ร่มหรือเสื้อผ้าที่บังแดดได้(shielding ) เมื่อมีโอกาส และดื่มน้ำบ่อยๆเพื่อเพิ่มความสดชื่นให้ผิวด้วยนะคะ

พญ.ชุติมา อัศวอารี

แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัย