ผิวของเราแห้งจริง หรือ เพียงแค่อยู่ในภาวะผิวขาดน้ำ? | Bioderma Thailand

Allez au contenu Allez à la navigation

14 พฤศจิกายน 2017

bioderma

ผิวของเราแห้งจริง หรือ เพียงแค่อยู่ในภาวะผิวขาดน้ำ?

ผิวแห้ง (Dry skin หรือ Xerosis) คือ การที่ผิวสูญเสียน้ำให้กับอากาศรอบตัวโดยการระเหยออกไป ยิ่งสภาวะอากาศแห้งร้อน หรือแห้งหนาว น้ำในผิวจะระเหยออกมากขึ้น จึงมีโอกาสทำให้เกิดผิวแห้งได้ง่ายขึ้น

ผิวของเราแห้งจริง หรือ เพียงแค่อยู่ในภาวะผิวขาดน้ำ?

รู้หรือไม่? ผิวของกิ้งก่าทะเลทรายซึ่งดำรงชีวิตในสภาพแวดล้อมอันร้อนระอุ มีส่วนประกอบของโปรตีน Keratin (เคราติน) และ Lipids (ไขมัน) จำนวนมากกว่าผิวของมนุษย์ ซึ่งทำหน้าที่ปกป้องอวัยวะภายในและรักษา homeostasis (ความสมดุลของสารเคมีและอุณหภูมิร่างกายภายใน) นอกจากนี้กิ้งก่าทะเลทรายยังสามารถเปลี่ยนสีผิวเพื่อสะท้อนแสงแดด (เรียกว่า Chromatophores) ทำให้กิ้งก่าสามารถทนกับความร้อนและปรับตัวเพื่อรองรับการขาดน้ำของผิวได้เป็นอย่างดี แต่มนุษย์เราไม่ใช่กิ้งก่าทะเลทราย เราต้องหาตัวช่วยเพื่อป้องกันผิวของเราไม่ให้เกิดสภาวะ “ผิวขาดน้ำ (Dehydrated skin)”  หลายคนอาจจะสงสัยว่า ผิวขาดน้ำ (Dehydrated skin) หมายถึง ผิวแห้ง (Dry skin) ใช่ไหม แตกต่างกันอย่างไร วันนี้หมอมีคำตอบมาให้ครับ

ปัจจัยที่ทำให้เกิดผิวแห้ง

ผิวแห้ง (Dry skin หรือ Xerosis) คือ การที่ผิวสูญเสียน้ำให้กับอากาศรอบตัวโดยการระเหยออกไป ยิ่งสภาวะอากาศแห้งร้อน หรือแห้งหนาว น้ำในผิวจะระเหยออกมากขึ้น จึงมีโอกาสทำให้เกิดผิวแห้งได้ง่ายขึ้น การระเหยของน้ำออกจากผิวหนังนั้น โดยปกติจะมีการป้องกันด้วยชั้นของปราการผิวซึ่งมีส่วนประกอบได้แก่ เซลล์ผิวหนังชั้นนอกเสมือนก้อนอิฐของปราการ และไขมันของผิวหนัง (Fatty acid, Ceramides, Cholesterol) เสมือนตัวเชื่อมอิฐของปราการนี้ไว้ หากเกิดความบกพร่องของปราการผิวนี้ จะทำให้ผิวเสียน้ำสู่อากาศรอบตัว นำไปสู่ปัญหาผิวแห้งในที่สุด

มีหลายๆปัจจัยที่สามารถทำลายปราการผิวนี้ เช่น การแช่หรืออาบน้ำอุ่น โดยที่เราอาจจะลืมไปเลยว่าในความสบายของการแช่น้ำอุ่นและได้ผ่อนคลายจากวันอันเหน็ดเหนื่อยนั้น จะทำให้สูญเสียไขมันที่ประกอบอยู่ในชั้นผิวส่วนนอกของผิวหนังได้ เรายังพบว่าองค์ประกอบของปราการผิวหนังในแต่ละส่วนของร่างกาย มีส่วนประกอบในสัดส่วนที่ต่างกันไป ทำให้ปัญหาผิวแห้งในแต่ละส่วนของร่างกายมีความรุนแรงไม่เท่ากัน เช่น บริเวณฝ่ามือฝ่าเท้าจะเป็นส่วนที่มีการระเหยของน้ำได้มากที่สุด อีกทั้งเป็นบริเวณที่มีการสัมผัสมากสุด จึงเกิดปัญหาผิวแห้งได้ง่ายเมื่อเทียบกับผิวหนังส่วนอื่นของร่างกาย เป็นต้น

ผิวขาดน้ำ

ส่วน ผิวขาดน้ำ (Dehydrated skin) คือ การที่เซลล์ผิวชั้นนอกสุดที่เรียกว่า Stratum Corneum สูญเสียความชุ่มชื้นไป ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การดื่มน้ำไม่เพียงพอ การผลัดเซลล์ผิวแปรปรวน การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์ระคายเคือง การอาบน้ำร้อน โรคทางพันธุกรรมที่ทำให้สูญเสีย Keratin สภาพอากาศที่ร้อนหรือหนาวจัด และมลภาวะที่เป็นพิษ

หลายคนเข้าใจผิด ว่าผิวขาดน้ำ เป็นปัญหาของผิวแห้ง (Dry skin) เพียงเท่านั้น แต่ไม่ว่าจะมีผิวธรรมดา ผิวผสม หรือแม้กระทั่งผิวมัน ทุกสภาพผิวก็สามารถเกิดภาวะขาดน้ำได้เช่นเดียวกัน เป็นผลให้ผิวของคุณมีอาการแห้ง แตกลอกเป็นขุย ลูบแล้วรู้สึกหยาบกร้าน ไวต่อการระคายเคือง เครื่องสำอางไม่ค่อยติดผิว ผิวหน้าดูอิดโรย และไม่กระจ่างใส  นอกจากนี้ผิวขาดน้ำอย่างต่อเนื่อง ยังทำให้ Skin Barrier อ่อนแอลงไปเรื่อยๆ จนอาจทำให้เกิดการแทรกซึมของเชื้อโรคและสารบางชนิดที่ผิวไม่อนุญาติเข้ามาตั้งแต่ต้น ส่งผลให้เกิดการแพ้หรือเกิดการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น 

การดูแลผิวขาดน้ำ

การดูแลผิวขาดน้ำ ควรดูแลอย่างอ่อนโยน ซึ่งการใช้สารที่ช่วยเติมน้ำให้กับผิวหน้าเป็นวิธีเริ่มต้นที่ดีที่สุด เราจึงควรจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีสูตรพิเศษสำหรับผู้ที่มีลักษณะผิวขาดน้ำโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ควรเลือกที่มีส่วนผสมของสารมอบความชุ่มชื้นเพื่อเติมน้ำให้ผิว เช่น สาร Pyrus Malus สารสกัดธรรมชาติที่ได้จากเมล็ดแอปเปิ้ลกระตุ้นการสร้าง Aquaporin-3 (AQP3) ที่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของน้ำระหว่างเซลล์ผิว ทำให้ระบบการส่งผ่านน้ำระหว่างเซลล์ได้รวดเร็วและทั่วถึง และ Vitamin PP ที่ช่วยกระตุ้นการสร้าง Ceramides เพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้างผิวหนัง และป้องกันการสูญเสียน้ำของผิว

รักษาความชุ่มชื้นให้พอเหมาะ เพื่อผิวสุขภาพดี

หากผิวคนเรามีความชุ่มชื้นที่พอเหมาะ จะทำให้เอนไซม์ต่างๆบนผิวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผิวมีการผลัดตัวเองได้ตามธรรมชาติ  ผิวพรรณก็กระจ่างใสและแข็งแรงในที่สุด อย่างไรก็ตาม นอกจากการดูแลผิวด้วยตัวช่วยข้างต้นแล้ว เราต้องไม่ลืมดื่มน้ำให้เพียงต่อวันที่ร่างกายต้องการได้รับ และควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน แล้วเลือกรับประทานอาหารจำพวกถั่ว ธัญพืช แซลมอน อะโวคาโด ไข่ หรือผักใบเขียว ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณของเรานะครับ

นพ.เซน ยุทธศิลป์

แพทย์ด้านความงามและเวชศาสตร์ชะลอวัย