Bioderma Thailand | “ผิวดี ชีวิตดี” 3 อันดับปัญหาผิวยอดฮิตของคนไทย

Allez au contenu Allez à la navigation

18 ธันวาคม 2017

“ผิวดี ชีวิตดี” 3 อันดับปัญหาผิวยอดฮิตของคนไทย

ปีเก่าเริ่มจะผ่านไป ปีใหม่เริ่มก้าวเข้ามา เรามาใช้โอกาสเปลี่ยนผ่านนี้ ตั้งปณิธานเพื่อตัวเองและเริ่มหันมาดูแลสุขภาพผิวพร้อมรับชีวิตดีๆในปีหน้า ด้วยการเริ่มต้นทำความรู้จักปัญหาผิวของคุณและเรียนรู้วิธีการดูแลผิวอย่างถูกต้องกันดีกว่า 

 

 

3 ปัญหาผิวฮิตคนไทย

ปีเก่าเริ่มจะผ่านไป ปีใหม่เริ่มก้าวเข้ามา เรามาใช้โอกาสเปลี่ยนผ่านนี้ ตั้งปณิธานเพื่อตัวเองและเริ่มหันมาดูแลสุขภาพผิวพร้อมรับชีวิตดีๆในปีหน้า ด้วยการเริ่มต้นทำความรู้จักปัญหาผิวของคุณและเรียนรู้วิธีการดูแลผิวอย่างถูกต้องกันดีกว่า ในฐานะที่หมอดูแลด้านผิวพรรณและความงามให้กับผู้ที่มีปัญหาผิวมานานพอสมควร ขอสรุปปัญหาผิวๆหลักๆที่มักเกิดขึ้นและกวนใจคนไทยและวิธีแก้ไข แบ่งเป็นสามปัญหาสำคัญครับ

1.ปัญหาสิว ผิวมัน

ผิวหน้ามันมาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธุ์ อารมณ์ ความเครียด สภาพอากาศ หรือสาเหตุที่พบบ่อยในกลุ่มวัยรุ่น เช่น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนแอนโดรเจนที่ทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากเกินปกติ การใช้ skincare ต่างๆ มากเกินความจำเป็นและไม่ถูกต้องตามสภาพผิวตัวเอง ซึ่งทำให้เกิดความมันบนใบหน้า ผิวเป็นมันเงาแต่งหน้ายาก รูขุมขนกว้างจากการอุดตันของสิ่งสกปรกและไขมัน เกิดสิวบนใบหน้า และมีปัญหารอยดำที่เกิดจากสิวตามมา

ส่วนปัญหาสิวนั้น  นอกจากสาเหตุหลักๆในเรื่องจากการรักษาความสะอาดที่ไม่ดีพอจนทำให้เกิดเหงื่อไคลและสิ่งสกปรกตกค้างในรูขุมขนผสมกับน้ำมันและแบคที่เรียจนเกิดอักเสบเป็นสิว ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดสิว เช่น สิวจากกรรมพันธุ์และระดับฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่น ช่วงที่มีประจำเดือน รวมถึงช่วงที่ร่างกายเกิดความเครียด ซึ่งเป็นช่วงที่ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลงและมีภาวะไม่สมดุลกันในร่างกายอาจทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเพศชายในสัดส่วนที่มากกว่าฮอร์โมนเพศหญิง จึงทำให้เกิดผิวมัน รูขุมขนกว้าง และเป็นสิวได้ง่าย นอกจากนี้ สิวที่พบบ่อย ยังมีประเภทอื่นๆอีกเช่น สิวแพ้ยา, ผื่นคล้ายสิว, สิวเทียม, สิวผดจากยีสต์และสิวสเตอรอยด์ เป็นต้น

การดูแลปัญหาผิวมันและสิว เริ่มจากการล้างทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดและใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม การล้างหน้าบ่อยเกินไปจะทำให้ผิวระคายเคืองได้ เราควรล้างหน้าเพียงวันละ 2 ครั้ง โดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี pH ใกล้เคียงกับผิว สภาพ pH ดังกล่าวมีความสมดุลไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งตึง จะช่วยป้องกันไม่ให้แบคทีเรียบางชนิดเจริญเติบโตมากเกินไปจนส่งผลร้ายต่อผิว ควรหลีกเลี่ยงการใช้สบู่ธรรมดาล้างหน้าเพราะฤทธิ์ด่างที่สูงเกินไปของสบู่จะทำให้ผิวแห้งตึงและกระตุ้นให้ผิวผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นอีก 

สำหรับใครที่แต่งหน้าควรทำความสะอาดผิวและเช็ดเครื่องสำอางด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสูตรน้ำชนิดไม่ต้องล้างออก เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยี Micelle Solution ที่สามารถขจัดสิ่งปรกออกจากรูขุมขนและผิวได้ดีโดยไม่เกิดการระคายเคืองและทำให้ผิวแห้ง นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวควรมีส่วนผสมของสารให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว เช่น สารสกัดจากแตงกวา หรือว่านหางจระเข้ ที่นอกจากให้ความชุ่มชื้นแล้วยังช่วยลดการระคายเคืองของผิวอีกด้วย

แต่ถึงแม้จะมีปัญหาผิวมัน หลังล้างหน้ายังควรต้องใช้ครีมบำรุงหรือครีมให้ความชุ่มชื้น โดยครีมบำรุงนั้นควรปราศจากสารที่ก่อให้เกิดการอุดตัน นอกจากนี้อาจมองหาคุณสมบัติที่ช่วยคุมความมัน กระชับรูขุมขน และปรับผิวให้เรียบเนียนขึ้น เลือกใช้ชนิดที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เพราะจะทำให้หน้าแห้งมากจนผิวส่งสัญญาณให้ผลิตน้ำมันเพิ่มมากขึ้น  สครับหรือขัดผิวประมาณสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วเพื่อลดการอุดตันในรูขุมขน อีกทั้งยังช่วยกระชับรูขุมขนและลดความหมองคล้ำ ทำให้ผิวแลดูสว่างกระจ่างใส 

ส่วนผู้ที่เป็นสิว ให้เลือกใช้ครีมบำรุงที่คุณสมบัติช่วยลดการอักเสบและยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ไม่แคะ แกะ เกา อันจะทำให้ปัญหาสิวเลวร้ายลงอีกและอาจเกิดแผลเป็นตามมาได้ 

2. ปัญหาเรื่องสีผิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ 

สีผิวไม่สม่ำเสมอ ฝ้า กระ จุดด่างดำ ใบหน้าหมองคล้ำ อันไม่พึงประสงค์นั้น มีสาเหตุหลักมาจากการเผชิญแสงแดดโดยไม่ป้องกันอย่างเหมาะสม แสงแดดประกอบด้วยคลื่นความถี่ของรังสีที่มีความยาวคลื่นในช่วง 400-700 นาโนเมตร เป็นรังสีที่เราสามารถมองเห็นได้ ในขณะที่แสงแดดที่มองไม่เห็นได้แก่ รังสีอัลตราไวโอเลต (UV) มีความยาวคลื่นสั้นในช่วง 280-400 นาโนเมตร และแสงอินฟราเรดมีความยาวคลื่นยาวอยู่ในช่วง 700 นาโนเมตร รังสี UV สามารถทำให้เกิดความเสียหายต่อผิวได้มากกว่ารังสีอินฟราเรด เพราะนอกจากจะสามารถเจาะผ่านชั้นหนังกำพร้าได้แล้วยังมีพลังงานสูงจนทำให้เกิดความไม่สมดุลของผิวและกระตุ้นการผลิตสารอนุมูลอิสระซึ่งกระทบต่อการทำงานของเซลล์ผิว  ยิ่งแสงแดดเข้ามาแทรกซึมเท่าไหร่จะก่อให้เกิดการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวและอาจถูกทำลายในที่สุด

โดยแสงยูวี UV มีอยู่ 3 ชนิด ได้แก่

-  รังสี UVA สามารถก่อให้เกิดความเสียหายต่อผิว โดยเฉพาะทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย ตีนกา และ ทำให้ผิวหมองคล้ำ เกิดจุดด่างดำ

-  รังสี UVB ทำให้ผิวไหม้แดด กระ และการเสียหายของ DNA ที่ก่อให้เกิด มะเร็งผิวหนัง

-  รังสี UVC ถูกบล็อกโดยชั้นบรรยากาศของโลก ดังนั้นในปัจจุบันจึงไม่สามารถซึมผ่านเข้ามาก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวหนังได้

เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆที่จะเกิดขึ้นกับผิว เราควรปกป้องผิวจากแสงแดด เช่น กางร่ม ใส่เสื้อผ้าปกคลุมผิว ติดฟิล์มกรองแสงรถยนต์หรือาคาร หรือ หลีกเลี่ยงตัวเองจากการโดนแสงแดดเป็นเวลานาน และอีกสิ่งหนึ่งที่เราควรทำอย่างยิ่ง คือ การทาปกป้องผิวด้วยผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด สำหรับเมืองไทยควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดที่มีค่า SPF (Sun Protection Factor) ตั้งแต่ 50 ขึ้นไป เพื่อป้องกันรังสี UVB ได้ยาวนานขึ้น  รวมถึงมีค่า PA เพื่อป้องกัน UVA ค่า PA แบ่งเป็น 4 ระดับ คือ PA+, PA++, PA+++, PA++++ โดย PA++++ จะให้ค่าการปกป้อง UVA สูงสุด  เลือกใช้ครีมกันแดดชนิดที่มีสารกันน้ำและเหงื่อได้ดี นอกจากนี้อาจมองหาคุณสมบัติพิเศษอย่างการช่วยลดการเกิดจุดด่างดำ ชะลอผิวไม่ให้เสื่อมสภาพเร็ว ปกป้องสารอนุมูลอิสระ  อีกทั้งช่วยเพิ่มความต้านทานผิวต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ควรมีสาร Paraben หรือสารที่อาจก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขน

แต่สำหรับผู้ที่เกิดปัญหาฝ้า กระขึ้นมาแล้ว การรักษาอาจจะต้องใช้เวลาอยู่สักหน่อย นอกจากการดูแลปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยวิธีข้างต้นแล้ว อาจใช้ครีมบำรุงที่ช่วยเรื่องการปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ลดฝ้า กระ จุดด่างดำ ร่วมด้วย รวมถึงการทำเลเซอร์ที่ช่วยเรื่องปัญหาเรื่องเม็ดสีผิวโดยตรง แต่การรักษาควรต้องค่อยเป็นค่อยไป และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

 

3.ผิวแห้ง คัน เป็นผื่นแพ้

ผิวแห้งนั้นเป็นพันธุกรรมที่ร่างกายสร้างน้ำมันในชั้นผิวได้น้อย ซึ่งจะทำให้ผิวเราสูญเสียน้ำแก่สภาพแวดล้อมมากกว่าปกติ โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศหนาวหริแห้ง สามารถสังเกตลักษณะของผิวคือ ลอกเป็นขุย ลูบแล้วรู้สึกหยาบกร้าน แต่งหน้าไม่ค่อยติด ไม่กระจ่างใส ผิวแห้งมักบอบบางแพ้ง่าย  เพราะมีน้ำและน้ำมันในชั้นผิวน้อยจึงขาดปราการปกป้องผิวตามธรรมชาติ วิธีดูแลคือ ให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยน และเลือกใช้ครีมบำรุงที่นอกจากเติมความชุ่มชื้นให้ผิวแล้ว ยังช่วยให้ระบบการกักเก็บน้ำในชั้นผิวมีความสมบูรณ์ขึ้น เพื่อลดการสูญเสียน้ำและส่งเสริมให้เซลล์ผิวและเอนไซม์ต่างๆ ทำงานได้ปกติ ส่งผลให้เกิดการผลัดเซลล์ได้อย่างธรรมชาติ ผิวจะแข็งแรงมีสุขภาพดีขึ้นในระยะยาว

แต่หากว่ามีภาวะผิวแห้งมาก แห้งคันรุนแรงจนถึงขั้นเป็นภูมิแพ้ผิวหนัง ซึ่งโรคนี้จะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก เพราะจะคันยุบยิบกวนใจตลอดแม้ยามหลับ ปัญหานี้อาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ในเด็กทารกจนถึงวัยผู้ใหญ่ หรือผู้ที่ไม่เคยเป็นก็มาเป็นเมื่ออายุมากขึ้น เพราะผิวพรรณแห้งและบอบบางลง  ปัจจุบันมีเวชสำอางที่คิดค้นและวิจัยมาเพื่อช่วยลดปัญหานี้โดยเฉพาะ โดยจะมีสารช่วยทุเลาอาการคันในทันที ลดอาการแพ้ แห้ง ลดการอักเสบของผิว และคืนความแข็งแรงให้ผิวในระยะยาวเพื่อลดโอกาสการเกิดซ้ำ ในส่วนของเนื้อครีมจะมีความเข้มข้นต่างออกไปในแต่ละสูตรตามอาการและความรุนแรงที่เกิดขึ้น สามารถหาซื้อได้ที่โรงพยาบาลชั้นนำ หรือหารือกับแพทย์ที่กำลังให้การรักษาคุณอาการอยู่ร่วมด้วย

เพราะผิวคือปราการห่อหุ้มร่างกายของเรา อยู่กับเรามาตั้งแต่เกิดและตลอดไป  จึงควรให้ความสำคัญ ให้การดูแลอย่างถูกวิธี อย่ารอจนเกิดปัญหาแล้วค่อยแก้ไขนะครับ ขอให้สุขภาพผิวที่ดีอยู่กับพวกเราทุกคนไปนานๆนะครับ สวัสดีปีใหม่ครับ

นายแพทย์เซน ยุทธศิลป์
แพทย์ด้านความงามและเวชศาสตร์ชะลอวัย

 

 Sebium - กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับผิวผสม ผิวมัน เป็นสิวง่าย คลิก!

 PHOTODERM - กลุ่มผลิตภัณฑ์กันแดด ตอบโจทย์ทุกสภาพผิว คลิก!

  SENSIBIO - กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับผิวบอบบาง แพ้ง่าย คลิก!