“สิว” เป็นหนึ่งปัญหาผิวที่เข้ามารบกวนจิตใจใครหลาย ๆ คนอยู่ไม่น้อย เพราะเจ้าตุ่มนูนจากการอุดตันของสิ่งสกปรกและน้ำมันภายในรูขุมขนนี่มักจะเป็นสิ่งที่นูนเด่นชัด ทำให้เมื่อต้องประสบพบเจอกับใคร ก็ต้องถูกทักถูกถามอยู่เป็นประจำ จนรู้สึกเสียความมั่นใจได้ ไม่เพียงแค่บริเวณใบหน้าเท่านั้น แต่สิวยังตามไปคิดตามบริเวณอื่น ๆ ของร่างกาย ให้รู้สึกระคายเคืองเพิ่มได้อีก

Bioderma เชื่อว่าผู้ที่เผชิญอยู่กับปัญหาสิวทุกท่าน พยายามมากันหลากหลายวิธีทางแล้วเพื่อจะรักษาสิว ทั้งใช้ครีมลดสิว ใช้ยาลดสิว แต่ก็ยังไม่สามารถกำจัดสิวให้หายถาวรไปได้อย่างที่คิด ดังนั้นวันนี้ Bioderma จึงพร้อมแชร์เคล็ดลับ 10 วิธีรักษาสิว ที่จะพาคุณบอกลาหน้าเป็นสิวไปตลอดกาล พร้อมเรียกความมั่นใจของคุณคืนมา

 

สารบัญบทความ

สิว (Acne) คือ

ก่อนอื่นเราเริ่มต้นทำความรู้จักกับสิว (Acne) กันก่อนเลย ว่าเจ้าตุ่มนูนนี่มันคืออะไรกันแน่? ตามผิวหนังทั่วไปของเรานั้น จะมีรูขุมขนเล็กกระจายตัวอยู่ทั่วไป ซึ่งรูขุมขนดังกล่าวนี้อาจจะเกิดการอุดตันจากน้ำมัน แบคทีเรีย เซลล์ผิวเก่า สิ่งสกปรก เกิดเป็นสิวขึ้นได้

ถึงแม้สิวอาจจะไม่ได้ส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพร่างกายของเรา แต่การเป็นสิวเป็นประจำ ก็อาจจะนำมาซึ่งปัญหาสิวเรื้อรังไม่จบไม่สิ้นได้ และยังอาจจะนำปัญหารอยสิว หรือความรู้สึกเสียความมั่นใจ เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียอย่างที่กล่าวมาข้างต้น จึงควรรีบหาวิธีรักษาสิวโดยรักษาสิวตั้งแต่ต้นตอของสาเหตุเลย

สิว เกิดจากสาเหตุใด 

เพื่อที่จะรักษาสิวให้อยู่หมัดตั้งแต่ต้นตอ เราก็ควรจะรู้ถึงสาเหตุที่ก่อให้เกิดสิวก่อน จะได้สามารถตัดสินใจเลือกใช้วิธีรักษาสิวได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์มากที่สุด เพราะสิวที่ขึ้นตามแต่ละบริเวณทั้ง สิวที่หลัง สิวที่คาง สิวที่แก้ม ก็เกิดจากสาเหตุที่ต่างกันไป

สาเหตุในการเกิดสิวมี ดังนี้

  • สภาพผิวผู้ที่มีหน้ามัน มีแนวโน้มที่จะเกิดสิวได้ง่าย เพราะน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้าอาจจะเข้าไปอุดตันในรูขุมขนได้
  • รูขุมขนกว้างรูขุมขนที่ขยายกว้างทำให้ง่ายต่อการที่สิ่งสกปรกต่าง ๆ จะสามารถหลุดร่วงเข้าไปในรูขุมขนได้
  • เซลล์ผิวเก่าเซลล์ผิวเก่าที่หลุดลอกออกมาอาจจะมีโอกาสหลุดเข้าไปอุดตันในรูขุมขนของเราได้เช่นกัน
  • แบคทีเรียแบคทีเรียชนิด P.acnes เป็นแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิวขึ้นมาตามผิวหนังได้ 
  • พันธุกรรมในครอบครัวที่มีสภาพผิวแพ้ง่าย ผิวมัน จะถูกส่งต่อมาสู่ลูกหลาน เป็นสภาพผิวที่ก่อให้เกิดสิวได้ง่าย
  • ฮอร์โมนฮอร์โมนบางตัวมีส่วนกระตุ้นให้ต่อมไขมันใต้ผิวหนัง (Sebaceous gland) สร้างน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้า (Sebum) มากเกินไป
  • อายุในช่วงวัยรุ่นจะเป็นช่วงที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนออกมากระตุ้นการผลิตของน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้าออกมาได้มากนั่นเอง
  • การใช้ยาบางประเภทเช่น ยาคุม ยารักษาสิว ที่มีผลต่อการหลั่งของฮอร์โมน กระตุ้นให้เกิดสิวขึ้นมา
  • อาหารอาหารประเภทของมัน ของทอด อาหารที่มีไขมันสูง มีน้ำตาลสูง กระตุ้นให้เกิดการปะทุของสิวขึ้น
  • ความเครียด ส่งผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol Hormones) มีผลต่อการผลิตน้ำมันบนใบหน้าจากต่อมไขมัน
  • สภาพแวดล้อมอากาศร้อน อากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่น ควัน มีสิทธิ์ที่จะกระตุ้นให้ผิวเกิดการระคายเคือง และสิ่งสกปรกเหล่านี้ตกเข้าไปในรูขุมขนได้
  • การเสียดสีจากทั้งการสัมผัส และเครื่องแต่งกาย หากเสียดสีกับผิวหนังบ่อย ๆ ซ้ำ ๆ จะทำให้กระตุ้นการเกิดสิวได้

อ่านบทความเกี่ยวกับสิวเพิ่มเติม : ตำแหน่งของสิว

นอกจากวิธีรักษาสิวด้วยการกำจัดปัจจัยต้นเหตุที่ทำให้เกิดสิวแล้ว การรักษาสิวไปตามลักษณะอาการของสิวก็สามารถช่วยได้เช่นกัน ดังนั้นเรามาดูกันว่าสิวแต่ละประเภทมีอะไรบ้าง ลักษณะอย่างไร แล้วจะรักษาอย่างไรถึงจะตอบโจทย์ที่สุด

เริ่มจากการแบ่งการรักษาสิวตามประเภทสิวเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คร่าว ๆ ตามการอักเสบของสิว เป็นการรักษาสิวอักเสบ และการรักษาสิวไม่อักเสบ

สิว

รักษาสิวอักเสบ

  • สิวอักเสบ (Inflammatory acne)สิวลักษณะบวม แดง เป็นก้อน ตุ่มนูนแข็ง มีทั้งสิวอักเสบไม่มีหัว และสิวอักเสบมีหัว เมื่อสัมผัสมักจะเกิดอาการเจ็บ เพราะมีการอักเสบของผิวอยู่ภายใน การเกิดของสิวอักเสบมักจะเกิดจากสิวอุดตันที่อาจจะได้รับการกระตุ้นจนเกิดการอักเสบขึ้นมาเป็นสิวอักเสบได้ การรักษาสิวอักเสบอาจจะเริ่มด้วยการลดการอักเสบของผิวลงด้วยการใช้ยา Benzoyl peroxide ลดแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดการอักเสบนั่นเอง
  • สิวหัวช้าง (Acne conglobata)เป็นสิวนูน แดง แข็งขนาดใหญ่ มีความอักเสบของสิวระดับรุนแรง เม็ดสิวมีความแข็งเป็นไต เพราะภายในเต็มไปด้วยหนองปะปนกับเลือด สิวหัวช้างมีการเกิดเหมือนกับสิวอื่น ๆ เกิดจากเชื้อสิว P.acnes และมีการกระตุ้นทำให้เกิดการอักเสบขึ้นมา แต่ด้วยเม็ดสิวขนาดใหญ่ ทำให้มีการอักเสบมาก จึงมีการรักษาสิวอักเสบในระยะเวลาที่นานกว่า หากอยากย่นเวลารักษาอาจจะใช้ฉีดยา Corticosteroids เพื่อให้สิวยุบตัวได้ทันที 

 

รักษาสิวไม่อักเสบ

  • สิวอุดตัน (Comedones)สิวที่พบเจอได้บ่อยสุด เนื่องจากเกิดการอุดตันตามรูขุมขนได้ง่าย จึงทำให้เป็นตุ่มนูนขึ้นมา โดยสิวอุดตันมีทั้งชนิดหัวเปิด และสิวอุดตันหัวปิด ดังนั้นวิธีรักษาสิวอุดตันหัวใจหลักง่าย ๆ คือการนำหัวสิวออกมาด้วยการกดสิวที่ถูกวิธี ก็จะทำให้สิวยุบตัวลงได้ 
  • สิวผด (Acne aestivalis) สิวอีกหนึ่งประเภทที่แม้จะเห็นได้ไม่ชัดด้วยตาเปล่า แต่เมื่อสัมผัสไปตามผิวหนังจะรู้สึกได้ถึงตุ่มนูน ส่วนมากแล้วสิวผดมักจะเกิดจากความระคายเคือง ทั้งความร้อน มลภาวะ ทำให้วิธีรักษาสิวผดที่ดีทีสุดวิธีหนึ่ง คือ พยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เลี่ยงการกระทำที่สร้างความระคายเคืองต่อผิว
  • สิวหิน (Syringoma)เนื้องอกของท่อเหงื่อ มีลักษณะเป็นตุ่มนูนแข็ง ขนาดเล็ก มักเกิดตามบริเวณรอบดวงตา และใช้เวลานานกว่าสิวหินจะหายไปได้ ด้วยปัจจัยของเรื่องพันธุกรรม และอายุ ทำให้สิวหินเกิดขึ้นมาได้ วิธีการกำจัดสิวหินจำเป็นต้องอาศัยเลเซอร์ในการเปิดหัวสิว และกดสิวออกได้ง่ายขึ้น
  • สิวข้าวสาร (Milia) เม็ดสิวสีขาวไข่มุก ขนาดเล็ก เกิดจากการอุดตันข้อท่อเหงื่อ ทั้งก้อนโปรตีน หรือเส้นใยเคราตินเข้ามาอุดตัน หรือไขมันยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ หนึ่งในวิธีที่ช่วยลดการเกิดสิวข้าวสาร คือ การใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว ช่วยทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึก ลดโอกาสที่สิ่งต่าง ๆ จะเข้าไปสะสมตัวนั่นเอง

อ่านเกี่ยวกับสิวชนิดอื่น ๆ ได้ที่นี่ : สิวหัวช้าง

วิธีรักษาและป้องกันสิวด้วยตัวเอง 

การรักษาสิวนั้น หนึ่งในปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณาในการรักษา คือ การพิจารณาระดับความรุนแรงของสิว ว่ามีขนาดใหญ่ประมาณเท่าไหร่ มีการอักเสบของผิวมากแค่ไหน รวมถึงปริมาณของสิวไหนบริเวณนั้น ๆ 

  • สิวระดับไม่รุนแรง มีสิวน้อยกว่า 20 จุด
  • สิวระดับปานกลาง มีสิว 20-100 จุด
  • สิวระดับรุนแรง มีสิวมากกว่า 100 จุด

ดังนั้นวันนี้ Bioderma จึงพร้อมคัดเคล็ดลับเด็ด ๆ ในการช่วยรักษาสิวให้กับคุณ มีตั้งแต่วิธีรักษาสิวง่าย ๆ ที่คุณสามารถทำได้ด้วยตนเอง หรือตามธรรมชาติ หรือจะรักษาด้วยการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์เข้าร่วมด้วย พร้อมแล้วไปดูกันเลยว่า 10 วิธีรักษาสิว ให้หน้าเนียนใสกริ๊งมีอะไรบ้างไปดูกัน!

รักษาสิวง่าย ๆ ได้ตามเคล็ดลับต่อไปนี้ : รักษาสิวด้วยตนเอง

1. ลดโอกาสการเกิดสิวด้วยการล้างหน้าให้สะอาด

แน่นอนเลยว่าการทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดเป็นอีกหนึ่งวิธีลดสิวได้อย่างดีเยี่ยม เพราะต้นเหตุของการเกิดสิวส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการที่สิ่งสกปรกต่าง ๆ เข้าไปหมักหมมรวมกับน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้าเข้าไปอุดตันภายในรูขุมขน ดังนั้นการทำความสะอาดหน้าให้สะอาดด้วยวิธีทำความสะอาดสองขั้นตอน (Double cleansing) โดยใช้คลีนซิ่ง แล้วตามด้วยเจลล้างหน้า จะช่วยทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึก

คลิกที่นี่เพื่อดูผลิตภัณฑ์ Double cleansing

วิธีรักษาสิว

2. งดการแคะ แกะ เกา บริเวณที่เกิดสิว

หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าบ่อย ๆ ทุกรูปแบบ ทั้งการแคะ แกะ เกาใบหน้า เพราะมือทั้งสองของเรานั้นสัมผัสกับสิ่งต่าง ๆ มามากมายตลอดทั้งวัน ทำให้เป็นแหล่งเพาะตัวของเชื้อโรคอย่างดี ดังนั้นหากนำมาสัมผัสใบหน้าต่อ จะทำให้สิ่งสกปรกเหล่านั้นเข้าสู่ใบหน้าได้ เท่านั้นไม่พอการสัมผัสใบหน้าบ่อย ๆ ทำให้ผิวเกิดการเสียดสี ง่ายต่อการระคายเคืองผิวนั่นเอง

ครีมลดสิว

3. ทายาแต้มสิว 

การใช้ยาแต้มสิวเป็นอีกหนึ่งวิธีรักษาสิวด้วยตนเอง แต่ทางที่ดีก่อนใช้งาน ควรปรึกษาการใช้ยากับเภสัชกร และแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญ พร้อมทั้งอ่านฉลากใช้ยา และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะว่าในการใช้ยาหากใช้ยาเกินขนาด อาจจะมีความรุนแรง ส่งผลเสียต่อผิวแทนได้

 ลดสิว

4. หมั่นซักผ้าปูที่นอนและปลอกหมอน 

ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคชั้นดีอีกหนึ่งแหล่ง และเป็นสิ่งที่ต้องสัมผัสผิวหน้าของเราทุกวันในเวลานอน ดังนั้นเพื่อลดการสะสมของแบคทีเรียบนใบหน้า ควรซักทำความสะอาดผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน อย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้งเป็นอย่างน้อย เพียงเท่านี้ก็จะช่วยลดโอกาสการเกิดสิวด้วยวิธีลดสิวแบบธรรมชาติได้อีกวิธีหนึ่ง

วิธีลดสิว

5. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวหน้า เพื่อลดโอกาสเกิดสิว 

แม้ผลิตภัณฑ์ในการดูแลผิวมากมายจะเป็นหนึ่งในวิธีรักษาสิว และวิธีลดรอยสิวที่ดี แต่การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นมากอาจจะส่งผลให้ผิวเกิดการระคายเคืองขึ้น และทำให้เกิดสิวใหม่ ๆ ขึ้นมาแทนได้ ดังนั้นในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่อ่อนโยนไม่ทำร้ายผิวแทนนั่นเอง

คลิกที่นี่เพื่อดูครีมบำรุงที่อ่อนโยนต่อผิวที่เป็นสิว

สิวเสี้ยนอุดตัน

6. ลดโอกาสเกิดสิวด้วยการงดของมัน 

อาหารไขมันสูง ของทอด หรือรวมถึงของหวาน อาหาร เครื่องดื่มต่าง ๆ ที่มีน้ำตาลสูง อาหารเหล่านี้มีส่วนเข้าไปกระตุ้นผิวให้เกิดการอักเสบได้ง่าย ทำให้ปัญหาสิวที่คุณกำลังเผชิญอยู่อาจจะปะทุรุนแรงขึ้นได้ ดังนั้นเพื่อเลี่ยงการเกิดสิวอักเสบ จึงควรเลี่ยงการรับประทานอาหารไขมันสูง น้ำตาลสูงเหล่านี้ไป

ครีมลดรอยสิว

7. ดื่มน้ำให้ครบ 8-10 แก้ว

น้ำดื่มสะอาดเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จะช่วยขับของเสียออกจากร่างกายของเราไปได้ พร้อมช่วยทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายของเราทำงานได้ดีขึ้น หนึ่งในนั้นก็คือระบบขับถ่าย การดื่มน้ำเปล่าสะอาดช่วยกำจัดสิ่งสกปรก รวมถึงไขมันต่าง ๆ ออกมาตามเหงื่อไคล อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการอุดตันของสิว

ครีมบำรุงผิวหน้า

8. รับประทานอาหารเสริมที่มีส่วนช่วยในการลดสิว เช่น Zinc

วิธีลดสิวอักเสบได้ดีอีกวิธีหนึ่ง คือการเลือกรับประทานอาหารที่อุดมด้วยสังกะสี (Zinc) เช่น อาหารทะเล หมู ไข่ ถั่ว เมล็ดแตงโม เมล็ดทานตะวัน ซึ่งเป็นหนึ่งแร่ธาตุที่มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรีย และลดการอักเสบของผิว รวมถึงความมันบนใบหน้า เนื่องจากสังกะสีเป็นแร่ธาตุเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายไม่สามารถผลิตได้เอง และการรับประทานอาหารอาจจะไม่เพียงพอ การเลือกรับประทานอาหารเสริมสังกะสีอาจจะเป็นหนึ่งทางเลือกที่ดี

ลดรอยสิว

9. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Salicylic Acid

การผลัดเซลล์ผิวเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยกำจัดต้นตอในการเกิดสิวไปได้ เนื่องจากเซลล์ผิวเก่าที่ค่อย ๆ หลุดลอกออกอาจจะมีโอกาสหลุดเข้าไปอุดตันอยู่ในรูขุมขนได้ กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) จึงเป็นกรดธรรมชาติอีกตัวหนึ่งที่มีคุณสมบัติจึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยควบคุมเชื้อแบคทีเรีย และลดสาเหตุการเกิดสิวรักษาสิว และฆ่าเชื้อแบคทีเรียสาเหตุของการเกิดสิว

สิวที่หลัง

10. รักษาสิวด้วยการกดสิว

แม้การกดสิวจะเป็นวิธีการรักษาสิวที่ปลายเหตุ แต่ก็เป็นหนึ่งในวิธีรักษาสิวได้อย่างดี เพราะว่าการกดสิวจะช่วยให้หัวสิวที่อุดตันอยู่หลุดออกมา ทำให้เม็ดสิวยุบตัวลงไปได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการกดสิวควรจะทำด้วยผู้เชี่ยวชาญที่สามารถกดหัวสิวออกมาได้หมด และจะต้องใช้อุปกรณ์กดสิวที่ผ่านการฆ่าเชื้อเรียบร้อยแล้ว เพื่อไม่ให้สิวเกิดการอักเสบ ติดเชื้อ และทิ้งรอยสิวเอาไว้

วิธีรักษาสิวเสี้ยน

วิธีรักษารอยสิวและหลุมสิวด้วยตัวเอง

แม้ว่าใครหลาย ๆ คนจะรักษาสิวจนหายเกลี้ยงแล้วก็ตาม แต่เจ้าสิวตัวปัญหานี้กลับทิ้งปัญหาผิวมากมายเอาไว้ ทั้งปัญหารอยสิว และหลุมสิว หากใครอยากหาวิธีลดรอยแผลจากสิว และวิธีรักษาสิว วันนี้ Bioderma ก็ไม่พลาดที่จะเอาทริคเด็ด ๆ มากระซิบบอกกัน

การทาครีมหรือเจลแต้มรอยสิว

ครีมลดรอยสิวเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการลดวิธีรักษารอยดํา รอยแดงจากสิวเร็วที่สุด โดยครีมเหล่านี้มักจะมีส่วนผสมมาจากส่วนผสมที่มีฤทธิ์ในการช่วยผลัดเซลล์ที่เป็นรอยคล้ำเก่า ๆ นี้ให้หลุดลอกออกไป เช่น

  • เรตินอล (Retinol)กลุ่มอนุพันธ์วิตามิน เอ (Vitamin A) ที่มีฤทธิ์ในการช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า เผยผิวใหม่ที่กระจ่างใส
  • วิตามิน ซี (Vitamin C)วิตามินสรรพคุณโดดเด่นในการต้านสารอนุมูลอิสระ ช่วยผลัดผิวให้กระจ่างใส ลดรอยสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ ให้จางลงอย่างเป็นธรรมชาติ
  • กรด AHA หรือ BHA กรดจากธรรมชาติที่มีส่วนช่วยผลัดเซลล์ผิวได้อย่างอ่อนโยน พร้อมช่วยละลายน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้าที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิวด้วยนั่นเอง
สิวไม่มีหัว

การเลเซอร์รักษาสิว รอยสิว และหลุมสิว 

อีกหนึ่งปัญหาที่มักถูกทิ้งไว้หลังจากที่สิวหาย ก็คือปัญหาหลุมสิว แต่ปัญหาหลุมสิวนั่นใช้เวลารักษา และขั้นตอนการรักษาที่ยุ่งยากกว่าการรักษารอยสิว เพราะหลุมสิวเป็นรอยแผลจากการเป็นสิวซ้ำ ๆ มาอย่างยาวทำให้จากแผลจึงการเป็นหลุมขนาดลึกลงไป โดยความรุนแรงของหลุมสิว แบ่งออกมาเป็น 3 แบบ เช่น

  • Boxcar scars หลุมสิวที่มีลักษณะเป็นวงกว้าง ขอบคล้ายแอ่งกระทะ
  • Rolling scars หลุมสิวที่มีลักษณะเป็นปากกว้าง ขอบลึกลงตั้งฉากกับก้นหลุม
  • Ice pick scars เป็นหลุมสิวขนาดแหลม เล็ก แต่กับมีความลึกของหลุมสิวที่มาก

หนึ่งในวิธีที่เห็นผลมากที่สุดในการเลเซอร์หลุมสิว สามารถช่วยกระตุ้นผิวให้สร้างคอลลาเจน เติมเต็มผิวให้กลับมาเรียบเนียนเสมอกัน

สิวอักเสบไม่มีหัว

การรักษาสิวด้วยตนเองต้องอย่ารีบร้อนเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความรุนแรงสูง และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่กระตุ้นให้ผิวเกิดการระคายเคือง เพราะจะทำร้ายภูมิคุ้มกันของผิวลงไปได้ ส่วนผสมที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่

  • พาราเบน (Paraben)
  • ซิลิโคน (Silicone)
  • ฟอร์มัลดีไฮด์ (Formaldehyde)
  • สารกันเสียในสบู่บางประเภท (DMDM Hydantoin)

หลายคนที่กำลังเผชิญกับปัญหาผิวอย่างอาการสิวเห่อเต็มใบหน้า อาจจะเริ่มด้วยหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ใช้อยู่ในบริเวณที่เกิดสิวในทันที แล้วเข้ารับคำปรึกษากับแพทย์ผิวหนัง เพื่อวางแผนขั้นตอนการรักษาสิวอย่างถูกวิธี และเหมาะสม

การฉีดสิว และกดสิวนั้นเป็นวิธีการรักษาสิวที่ดีทั้งคู่ แต่ขึ้นอยู่กับว่าสิวที่ทำการรักษาอยู่นั้นเป็นสิวชนิดไหน หากเป็นชนิดสิวอักเสบที่มีการอักเสบมาก อาจจะจำเป็นต้องใช้การฉีดสิวร่วมด้วยเพื่อลดการอักเสบของสิวลง ในทางกลับกันหากเป็นชนิดสิวอุดตัน สามารถใช้การกดสิวเพื่อนำหัวสิวที่อุดตันอยู่ออกมาได้เลย ทั้งนี้ควรอยู่ใต้คำแนะนำของแพทย์

วิธีลดสิวได้เร็วที่สุดนั้น ไม่สามารถทำได้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งได้ จำเป็นต้องอาศัยหลากหลายวิธีร่วมกัน ทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดสิว การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว การรักษาความสะอาดผิว และอาจจะเข้ารับการทำหัตถการกับแพทย์ผิวหนังด้วย เพื่อเร่งประสิทธิภาพในการเห็นผลลัพธ์ของการรักษาสิวให้เร็วยิ่งขึ้น

ข้อสรุปเกี่ยวกับสิว 

เพียงเท่านี้ผู้ที่เผชิญกับปัญหาสิวก็ไม่ต้องกังวลใจอีกต่อไป เพราะถ้าหากคุณปฏิบัติตามเคล็ดลับ 10 วิธีรักษาสิวที่ Bioderma มาแชร์ให้คุณอย่างเคร่งครัด โดยใส่ใจกับเรื่องของความสะอาด และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน เหมาะสมกับสภาพผิวเป็นหัวใจหลัก ร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และรับคำปรึกษากับแพทย์ผิวหนังเป็นประจำอยู่เสมอ ก็โบกมือลาปัญหาสิว เรียกคืนผิวหน้าเนียนใสกลับมาได้ในทันตา

Reference

NHS (3 Jan 2023). acne diagnosis. https://www.nhs.uk/conditions/acne/diagnosis