กลิ่นตัวแรงเกิดจากอะไร? รู้ทันสาเหตุ พร้อมวิธีแก้กลิ่นตัวแรงที่ได้ผลจริงๆ
กลิ่นตัวแรงเกิดจากแบคทีเรียบนผิวหนังย่อยสลายเหงื่อและโปรตีน โดยมักพบได้ในบริเวณรักแร้ ขาหนีบ และจุดซ่อนเร้น แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย โดยบทความนี้มีคำตอบ
กลิ่นตัวแรงเกิดจากแบคทีเรียบนผิวหนังย่อยสลายเหงื่อและโปรตีน โดยมักพบได้ในบริเวณรักแร้ ขาหนีบ และจุดซ่อนเร้น แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย โดยบทความนี้มีคำตอบ
Key Takeaway
ปัญหากลิ่นตัว เป็นหนึ่งในปัญหาใกล้ตัวที่บั่นทอนความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันของใครหลายคน แม้จะทำความสะอาดหรือใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายดีแค่ไหนก็ตาม โดยสาเหตุของกลิ่นตัวแรงเกิดจากแบคทีเรียบนผิวหนังย่อยสลายเหงื่อและโปรตีน โดยมักพบได้ในบริเวณรักแร้ ขาหนีบ และจุดซ่อนเร้น แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย แล้วจะแก้กลิ่นตัวแรงอย่างไร? บทความนี้มีคำตอบ!
กลิ่นตัว (Body Odor) คือกลิ่นที่เกิดขึ้นเมื่อแบคทีเรียบนผิวหนังทำปฏิกิริยาย่อยสลายเหงื่อให้กลายเป็นกรด โดยธรรมชาติแล้วเหงื่อของมนุษย์แทบไม่มีกลิ่น แต่กลิ่นจะเกิดขึ้นตามกลไกการทำงานของต่อมเหงื่อ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่
สาเหตุหลักของกลิ่นตัวไม่ได้มาจากเหงื่อโดยตรง แต่เกิดจากการทำงานของแบคทีเรียประจำถิ่นบนผิวหนังที่ไปย่อยสลายโปรตีนและไขมันในเหงื่อจากต่อมอะโพไครน์ ทำให้เกิดสารประกอบที่มีกลิ่นเหม็น เช่น กรดไขมันต่างๆ นอกจากกลไกนี้แล้วยังมีปัจจัยกระตุ้นอื่นๆ ดังนี้
ถ้ารู้สึกว่ามีกลิ่นตัวแรงกว่าปกติ ถึงแม้จะรักษาความสะอาดดีแล้ว อาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม มีดังนี้
ปัญหากลิ่นตัวแรงสามารถบรรเทาได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน การดูแลสุขอนามัยอย่างถูกวิธี และยังมีวิธีแก้กลิ่นตัวแรง ลดกลิ่นตัวอื่นๆ ดังนี้
การดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว ช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่างกายไม่ให้สูงเกินไปจนกระตุ้นการหลั่งเหงื่อ นอกจากนี้ น้ำยังช่วยขับของเสีย สารพิษ และสิ่งตกค้างต่างๆ ออกจากร่างกายผ่านทางปัสสาวะแทนการขับออกทางผิวหนัง ซึ่งกระบวนการนี้จะช่วยเจือจางความเข้มข้นของเหงื่อ ทำให้เหงื่อใสขึ้นและเป็นวิธีแก้กลิ่นตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ควรเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่ทอจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย หรือผ้าลินิน เนื่องจากมีคุณสมบัติโปร่งสบาย ระบายความร้อนและถ่ายเทอากาศได้ดี ช่วยลดความอับชื้นและการสะสมของเหงื่อบนผิวหนังระหว่างทำกิจกรรมในแต่ละวัน ควรหลีกเลี่ยงการใส่ผ้าใยสังเคราะห์แบบแนบเนื้อ เพราะจะกักเก็บความร้อน เหงื่อ และแบคทีเรียไว้จนเกิดกลิ่นเหม็นอับ
ต้องหมั่นซักทำความสะอาดเสื้อผ้า ชุดชั้นใน ผ้าเช็ดตัว รวมถึงชุดเครื่องนอนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกำจัดคราบเหงื่อไคล และแบคทีเรียที่ฝังแน่นสะสมอยู่ตามเส้นใยผ้า อาจเลือกใช้น้ำยาซักผ้าที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย ที่สำคัญ ไม่ควรสวมใส่เสื้อผ้าซ้ำโดยเด็ดขาด และต้องตากผ้าในที่ที่มีแสงแดดและอากาศถ่ายเทเพื่อให้ผ้าแห้งสนิทไร้กลิ่นอับ
พยายามหากิจกรรมผ่อนคลายความเครียดสะสม เช่น การออกกำลังกายเบาๆ การฝึกสมาธิ โยคะ หรือการทำงานอดิเรกที่ชื่นชอบ เนื่องจากเมื่อร่างกายเกิดความเครียดหรือความวิตกกังวล ระบบประสาทอัตโนมัติจะหลั่งฮอร์โมนที่ไปกระตุ้นให้ต่อมเหงื่ออะโพไครน์ บริเวณรักแร้และขาหนีบผลิตเหงื่อออกมาในปริมาณที่มากกว่าปกติจนทำให้เกิดกลิ่นตัวรุนแรงขึ้น
ควรจัดการโกน ถอน หรือเล็มขนบริเวณใต้วงแขนและจุดซ่อนเร้นอย่างสม่ำเสมอไม่ให้ยาวจนเกินไป เนื่องจากเส้นขนจะเป็นแหล่งกักเก็บเหงื่อ คราบไขมัน และสิ่งสกปรกชั้นดี ซึ่งช่วยให้แบคทีเรียหมักหมมได้มากขึ้น การกำจัดขนจะช่วยลดพื้นที่ในการสะสมของเชื้อโรค ทำให้การอาบน้ำทำความสะอาดผิวหนังบริเวณนั้นได้ล้ำลึก และช่วยลดกลิ่นอับชื้นได้ดีขึ้น
ควรอาบน้ำชำระล้างร่างกายอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งในตอนเช้าและเย็น หรืออาบน้ำทันทีทุกครั้งหลังออกกำลังกายและหลังทำกิจกรรมที่ต้องเสียเหงื่อมาก โดยแนะนำให้เลือกใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่มีส่วนผสมของสารช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย พร้อมทั้งถูทำความสะอาดเน้นย้ำบริเวณจุดที่เหงื่อออกมากและมีกลิ่นสะสมง่าย
Atoderm Gel Douche เจลอาบน้ำสำหรับผิวธรรมดาถึงผิวแห้ง สูตรปราศจากสบู่ อ่อนโยนต่อปราการผิว ช่วยทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน คงความสมดุลให้กับผิว ให้ความรู้สึกผิวนุ่มหลังอาบน้ำ ด้วยเนื้อเจลโฟม ทำให้ล้างออกได้ง่าย ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ด้วยสารที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นจากหลักการทาง Ecobiology ที่ช่วยดูแลการทำงานของปราการผิวที่อ่อนแอ ให้ความชุ่มชื้น และรู้สึกสบายผิวขึ้นทันทีหลังใช้งานถึง 90%
หลังจากอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายเสร็จแล้ว ต้องใช้ผ้าขนหนูที่สะอาดซับน้ำบริเวณจุดอับชื้นต่างๆ เช่น ข้อพับ รักแร้ ขาหนีบ และซอกนิ้วเท้าให้แห้งสนิททุกครั้งก่อนเริ่มทาครีมบำรุงหรือสวมเสื้อผ้า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความชื้นสะสมหลงเหลืออยู่บนผิวหนัง ซึ่งสภาพแวดล้อมที่เปียกชื้นนี้จะเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้แบคทีเรียและเชื้อราเจริญเติบโตจนเกิดกลิ่นตัวแรง
Atoderm CREME ULTRA ครีมบำรุงผิวธรรมดาถึงผิวแห้ง ที่มีคุณสมบัติช่วยเติมความชุ่มชื้นและลดการระคายผิว พร้อมเทคโนโลยี Skin Protect Complex และ Omega Oil ช่วยเสริมปราการผิวให้แข็งแรงมากขึ้น ชุ่มชื้นยาวนานถึง 24 ชม. นอกจากนี้ เนื้อครีมยังบางเบา ซึมไว ผิวดูเรียบเนียน รู้สึกสบายผิว 100 % ทันทีหลังใช้ สามารถใช้ได้ทุกวัน
* จากการประเมินผลของการใช้ Atoderm Creme Ultra ต่อการเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวภายใน 24 ชม.
** จากการทดสอบการใช้งานภายใต้แพทย์ผิวหนัง ทดสอบกับคนจำนวน 28 คน เป็นเวลา 21 วัน ในประเทศบัลแกเรีย เมื่อปี 2020
ปัญหากลิ่นตัวแรงไม่ได้เกิดจากเหงื่อโดยตรง แต่มีสาเหตุหลักมาจากแบคทีเรียบนผิวหนังย่อยสลายไขมันและโปรตีนจากต่อมเหงื่ออะโพไครน์บริเวณรักแร้และขาหนีบ โดยมีปัจจัยกระตุ้นจากฮอร์โมน ความเครียด อาหารรสจัดหรือกลิ่นฉุน สุขอนามัย และสภาพอากาศ ส่วนกรณีกลิ่นตัวรุนแรงผิดปกติอาจเกิดจากพันธุกรรม ภาวะหลั่งเหงื่อมาก หรือเป็นสัญญาณเตือนของโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคตับ และโรคไต
วิธีแก้กลิ่นตัวแรงทำได้โดยการรักษาความสะอาดร่างกาย ดื่มน้ำให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงอาหารกลิ่นแรง จัดการความเครียด สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศ หมั่นกำจัดขนบริเวณจุดอับ รวมถึงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อและกลิ่นกายอย่างเหมาะสม
การอาบน้ำกำจัดแบคทีเรียและเหงื่อได้เพียงชั่วคราว กลิ่นตัวสามารถกลับมาได้จากปัจจัยภายใน เช่น อาหาร ฮอร์โมน ความเครียด หรือเกิดจากการเช็ดตัวไม่แห้งสนิทหลังอาบน้ำ ทำให้เกิดความชื้นสะสมและแบคทีเรียเจริญเติบโตสร้างกลิ่นเหม็นขึ้นมาใหม่
ช่วยได้จริง สารส้มมีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรียและช่วยกระชับรูขุมขน ทำให้เหงื่อและกลิ่นตัวลดลง แต่ก็อาจไม่เพียงพอสำหรับผู้ที่มีภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติหรือมีปัญหากลิ่นตัวแรงจากกรรมพันธุ์
ไม่เสมอไป เหงื่อที่ระบายความร้อนทั่วไปจะเป็นน้ำใสและไม่มีกลิ่น กลิ่นตัวจะเกิดก็ต่อเมื่อเป็นเหงื่อจากต่อมบริเวณจุดอับชื้นและถูกแบคทีเรียบนผิวหนังย่อยสลาย ดังนั้น ผู้ที่เหงื่อออกมากอาจไม่มีกลิ่นตัวเลยหากไม่มีการหมักหมมของแบคทีเรีย
ไม่ได้ และอาจทำให้กลิ่นแย่ลง น้ำหอมเพียงแค่เพิ่มความหอม ไม่ได้ยับยั้งแบคทีเรียหรือระงับเหงื่อ การฉีดน้ำหอมทับผิวที่มีกลิ่นตัวจะทำให้กลิ่นผสมกันจนฉุนและเหม็นรุนแรงกว่าเดิม หากต้องการลดกลิ่นตัวควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย หรือระงับเหงื่อโดยตรง
ผิวแห้งถึงผิวแห้งมาก
ผิวแห้งคือผิวที่มีลักษณะตึงและขาดความอ่อนนุ่ม
ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มออโตเดิร์ม (Atoderm) นำเสนอผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าและผิวกายที่เหมาะสำหรับผิวแห้งและผิวแห้งมากสำหรับใช้ประจำวัน อีกทั้งยังช่วยดูแลผิวที่มีปัญหาผื่นภูมิแพ้ผิวหนังหรืออาการคันควบคู่ไปด้วย... เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นในการฟื้นบำรุงผิวให้เนียนนุ่มและรู้สึกสบายผิว บอกลาผิวแห้งตึงและคันหลังอาบน้ำไปได้เลย!