Key Takeaway

  • ผิวแตกหน้าหนาว เพราะในหน้าหนาวทำให้ความชื้นในอากาศต่ำลง การสัมผัสลมหนาว กระบวนการผลิตน้ำมันในผิวลดลง หรืออยู่ในที่ที่มีความร้อน และใช้น้ำร้อนล้างหน้า
  • วิธีดูแลผิวแตกหน้าหนาว เริ่มจากดื่มน้ำให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ หลบลมหนาวและแอร์แรงๆ ไม่อาบน้ำร้อนจัด งดสครับผิวแรงๆ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวอ่อนโยน ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ตอนผิวหมาดๆ เลือกครีมให้เหมาะกับระดับผิวแห้ง มาสก์หน้า และหมั่นทาครีมกันแดด
  • อาการผิวแตกที่ควรสังเกตและพบแพทย์ทันที เช่น ผิวแตกลึก รู้สึกเจ็บ หรือมีเลือดออกตามร่องผิว ระคายเรื้อรังแม้จะทาครีมบำรุงทั่วไปแล้ว ผิวแห้งร่วมกับอาการบวม แดงจัด หรือเริ่มมีหนองปรากฏให้เห็น และอาการไม่ดีขึ้น

 

เมื่ออากาศเริ่มเข้าสู่หน้าหนาว หลายคนเจอกับปัญหาผิวแตก ผิวแห้งหน้าหนาว หน้าลอกอยู่เสมอ จริงๆ แล้วสามารถดูแลให้ผิวกลับมานุ่มชุ่มชื้นได้ เริ่มจากดื่มน้ำให้พอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ เลือกครีมให้เหมาะกับระดับผิวแห้งของตัวเอง และมาสก์หน้าเพิ่มความชุ่มชื้น เพื่อให้ผิวกลับมาแข็งแรง สุขภาพดี แม้อากาศหนาวอีกครั้ง

ทำไมถึงเกิดปัญหาผิวแตกหน้าหนาว

  • ความชื้นในอากาศต่ำ อากาศที่หนาวและแห้งส่งผลให้ความชื้นลดลง ทำให้ผิวหน้าสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายกว่าปกติ
  • การสัมผัสลมหนาว ลมเย็นที่พัดผ่านใบหน้าจะทำให้ความชุ่มชื้นออกไปจากผิวโดยตรง ส่งผลให้ผิวเริ่มแห้งกร้าน
  • กระบวนการผลิตน้ำมันลดลง เมื่อเผชิญอากาศเย็น ต่อมไขมันจะผลิตน้ำมันตามธรรมชาติออกมาหล่อเลี้ยงผิวได้น้อยลง
  • การอยู่ในที่ที่มีความร้อน การใช้ฮีตเตอร์หรือเครื่องทำความร้อนเป็นเวลานาน จะยิ่งเร่งให้น้ำในผิวระเหยออกไปมากขึ้น
  • ใช้น้ำร้อนล้างหน้าจะไปชะล้างน้ำมันธรรมชาติที่เคลือบผิวหน้าออกไป ทำให้ผิวแห้งและแตกง่ายกว่าเดิม

รวม 10 วิธีดูแลผิวแตกหน้าหนาว    

1. ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกาย 

การดื่มน้ำเป็นวิธีดูแลผิวหน้าหนาวง่ายๆ เพราะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้เซลล์ผิว กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ทำให้ผิวพรรณดูสดใสและช่วยลดโอกาสเกิดสิว จึงควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว หรือมากกว่านั้นถ้าต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมอากาศแห้งจัด

 

2. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

การเลือกทานอาหารที่มีสารอาหารเหมาะสมถือเป็นการดูแลผิวจากภายในสู่ภายนอก โดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาวควรเน้นกลุ่มอาหาร ดังนี้

  • ปลาแซลมอน ช่วยให้เกราะป้องกันผิวแข็งแรงขึ้นด้วยกรดไขมัน Omega 3
  • อาโวคาโด เติมความนุ่มชุ่มชื้นให้ผิวด้วยไขมันดีและวิตามินอี
  • ถั่วชนิดต่างๆ มีสังกะสีและวิตามินอีที่ช่วยฟื้นบำรุงเซลล์ผิวที่ถูกทำลาย
  • ผักใบเขียว แหล่งรวมวิตามินและแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยให้ผิวพรรณสุขภาพดี
  • ผลไม้ตระกูลเบอร์รี มีวิตามินซีเข้มข้น ช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ

 

3. เลี่ยงลมหนาวและแอร์แรงๆ

การหลีกเลี่ยงลมหนาวและแอร์แรงๆ เป็นวิธีที่ช่วยดูแลผิวแตกหน้าหนาว เนื่องจากอากาศเย็นและลมแห้งทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นง่าย ลดการระเหยของน้ำจากผิวหนัง ลองปรับอุณหภูมิแอร์ให้สูงขึ้นหรือปิดเมื่อไม่จำเป็น เพื่อป้องกันลมเย็นพัดโดนผิวโดยตรง สวมเสื้อผ้าปิดมิดชิดและใช้ผ้าพันคอหรือหมวกเมื่อออกไปเผชิญอากาศหนาว 

วิธีนี้ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นตามธรรมชาติของผิว ลดโอกาสเกิดรอยแตกหน้าหนาว หน้าลอก หรือระคายจากความแห้งตึง โดยเฉพาะบริเวณมือ เท้า และใบหน้า

 

4. หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อนจัด

แม้การใช้น้ำร้อนจะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายในช่วงอากาศหนาว แต่ความเป็นจริงน้ำร้อนจะเข้าไปทำลายน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติ ส่งผลให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นจนหน้าแห้ง รวมถึงผิวบริเวณแขนและขาแตกได้ง่าย จึงควรเปลี่ยนมาใช้น้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำที่เย็นลงเล็กน้อยแทน เพื่อรักษาความสมดุลและถนอมผิวให้สุขภาพดี

 

5. งดสครับหรือผลัดเซลล์ผิวแรงๆ

ในช่วงที่อากาศหนาวควรหลีกเลี่ยงสครับผิว เนื่องจากจะยิ่งซ้ำเติมให้ผิวแห้งกร้านกว่าเดิม แม้ว่าการสครับจะเป็นการผลัดเซลล์ผิวเก่าออกไป แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการทำลายไขมันตามธรรมชาติที่ทำหน้าที่ปกป้องผิว ส่งผลให้ผิวสูญเสียเกราะป้องกันจนเกิดอาการแห้งตึงและระคายง่ายขึ้น

6. เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวอ่อนโยน

สำหรับคนที่ต้องการทำความสะอาดผิวหน้าช่วงหน้าหนาว ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวสูตรที่ออกแบบมาเพื่อผิวแห้งหน้าหนาวและบอบบางโดยเฉพาะ มีคุณสมบัติทำความสะอาด ไม่ทำลายสมดุลตามธรรมชาติของผิว ไม่ทำให้รู้สึกแห้งตึงหลังใช้ และควรมีส่วนประกอบที่ช่วยเติมความชุ่มชื้น ไม่มีสารที่ก่อให้เกิดการระคายผิวด้วย

 

Atoderm Gel douche เจลอาบน้ำ ผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยนต่อปราการผิว เหมาะสำหรับผิวธรรมดา - ผิวแห้ง ให้ความชุ่มชื้นหลังอาบน้ำ มอบความสบายที่ฟื้นบำรุงให้กลับมาเนียนนุ่ม และยังไม่มีสีสังเคราะห์และสบู่ ทำให้การอาบน้ำในแต่ละครั้งรู้สึกสบายผิวขึ้น

 

Atoderm Huile de douche ออยล์อาบน้ำสำหรับผิวแห้ง - แห้งมาก ที่ให้ความชุ่มชื้นยาวนานตลอดวัน และรู้สึกสบายผิวหลังอาบน้ำ พร้อมดูแลผิวแพ้ระคายง่าย ด้วยออยล์เนื้อครีมเนียนนุ่มไม่มีสบู่ อ่อนโยนต่อผิวและดวงตา ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้นแม้ในหน้าหนาว

 

7. ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ตอนผิวยังหมาด

หลังล้างหน้าเสร็จใหม่ๆ คือช่วงเวลาสำคัญในการลงครีมบำรุงเพื่อช่วยล็อกความชุ่มชื้นไว้ใต้ผิว ถ้าปล่อยไว้นานจนผิวแห้งสนิทจะทำให้ผิวสูญเสียน้ำและประสิทธิภาพการดูดซึมครีมลดลง ดังนั้น ควรลงผลิตภัณฑ์บำรุงทันที เลือกสูตรที่ออกแบบมาเพื่อดูแลผิวหน้าหนาวที่แห้งมาก เพื่อให้ผิวได้รับความชุ่มชื้นเต็มที่

8. เลือกครีมให้เหมาะกับระดับผิวแห้ง

การเลือกครีมให้เหมาะกับระดับผิวแห้งช่วยแก้ปัญหาผิวแตกหน้าหนาวได้ตรงจุด ประเมินความแห้งของผิวและเลือกสูตรที่มีส่วนผสมเพิ่มความชุ่มชื้น เช่น Argan oil, Glycerin หรือ Niacinamide เลี่ยงแอลกอฮอล์ น้ำหอม และเรตินอยด์ที่ทำให้ผิวแห้งกว่าเดิม ช่วยเติมน้ำและไขมันให้ผิว ลดการสูญเสียน้ำในอากาศแห้งหนาว ลดโอกาสเกิดรอยแตก ลอก และคัน

 

Atoderm CREME ULTRA ครีมบำรุงผิวนุ่มชุ่มชื้น เหมาะสำหรับผิวธรรมดา - ผิวแห้ง ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Skin Protect Complex และ Omega Oil ฟื้นบำรุงปราการผิวให้แข็งแรง สุขภาพดี และเนื้อครีมซึมไว ไม่ทำให้รู้สึกเหนอะหนะ สามารถใช้ได้ทุกวัน

 

Atoderm Intensive baume ครีมบำรุงผิวเนื้อเข้มข้น เหมาะสำหรับผิวแห้ง - แห้งมาก ปลอบประโลมผิวแห้งกร้าน ระคายง่าย ให้กลับมานุ่มชุ่มชื้น แข็งแรง ดูสุขภาพดี แต่ไม่ทำให้รู้สึกเหนอะหรือไม่สบายผิว ซึมไว ไม่มีน้ำหอม หน้าหนาวก็สามารถใช้ได้

 

9. มาสก์หน้าเพิ่มความชุ่มชื้น

การมาสก์หน้าเป็นวิธีที่สะดวกและมีประสิทธิภาพในการเติมน้ำให้ผิว โดยเฉพาะสูตรที่มีส่วนผสมของไฮยาลูรอนิก แอซิด หรือเซราไมด์ ช่วยฟื้นบำรุงผิวที่แห้งกร้านให้กลับมาเนียนนุ่มและชุ่มชื้นขึ้น 

 

สำหรับคนที่มีปัญหาผิวแห้งหน้าหนาว การมาสก์หน้าทุกวันถือว่าดีเลย แต่ต้องเลือกสูตรที่เน้นความชุ่มชื้น และหลีกเลี่ยงมาสก์ที่มีส่วนผสมของกรดหรือสารผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA, BHA หรือวิตามินซี เพราะอาจกระตุ้นให้ผิวเกิดการระคายได้ง่ายขึ้น

10. หมั่นทาครีมกันแดด

แม้สภาพอากาศจะหนาวเย็น แต่รังสี UV จากแสงแดดยังคงเป็นตัวการที่ทำลายปราการปกป้องผิวตามธรรมชาติ ซึ่งส่งผลให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นและแห้งกร้านได้ง่ายกว่าเดิม การทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอจึงยังเป็นขั้นตอนที่จำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวเสียสมดุลในช่วงหน้าหนาว

 

Photoderm XDefense ครีมกันแดดเนื้อสัมผัส Ultra Fluid บางเบา สบายผิว สามารถใช้ได้ในทุกสภาพผิว ไม่เหนียว ไม่เป็นคราบขาว พร้อมปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะด้วย SPF50+ PA++++ และ PPD 35.9 รวมถึงให้ความชุ่มชื้นยาวนาน ดูแลผิวให้แข็งแรงแม้ต้องเจอกับแสงแดดและลมหนาว

 

อาการผิวแตกหน้าหนาวแบบไหน ที่ควรพบแพทย์

  • ผิวแตกลึก รู้สึกเจ็บปวด หรือมีเลือดออกตามร่องผิว
  • ระคายเรื้อรัง มีอาการระคายไม่สบายผิวรุนแรง หรือมีผื่นที่ไม่ทุเลาลงแม้จะทาครีมบำรุงทั่วไปแล้ว
  • ผิวแห้งร่วมกับอาการบวม แดงจัด หรือเริ่มมีหนองปรากฏให้เห็น
  • ปัญหาผิวแห้งยังอยู่และไม่ดีขึ้น แม้จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและดูแลผิวเต็มที่แล้ว

 

ถ้ามีอาการเหล่านี้ สิ่งแรกที่แรกที่ควรรู้คือ ไม่ควรซื้อยาหรือครีมมาทาเอง เพราะอาจเป็นโรคผิวหนังที่ต้องได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้อง การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้อาการลุกลามหรือแย่ลงกว่าเดิมได้

 

สรุป

ปัญหาผิวแตกหน้าหนาวเกิดจากความชื้นในอากาศต่ำ ลมหนาว และการใช้น้ำร้อนล้างหน้าที่ทำลายน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติ การดูแลผิวหน้าหนาวที่ถูกต้องควรเริ่มจากดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้ว และรับประทานอาหารกลุ่ม Omega 3 วิตามินอี และซี หลีกเลี่ยงลมแรง สครับผิว และเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสูตรอ่อนโยน ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ทันทีหลังอาบน้ำขณะผิวหมาด และมาสก์หน้าร่วมกับการทาครีมกันแดดเป็นประจำ ช่วยเสริมปราการผิวให้แข็งแรง แต่ถ้ามีอาการผิวแตกลึกจนเลือดออก อักเสบ บวมแดง หรือระคายเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังทันทีเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหาผิวแตกหน้าหนาว (FAQ)

 

ผิวหน้าแห้งขาดวิตามินอะไร?

ผิวหน้าแห้งขาดวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี รวมถึงกลุ่มกรดไขมันที่จำเป็นต่อการรักษาความชุ่มชื้นของผิว

 

ทำไมอยู่ดีๆ ผิวแห้ง?

ผิวแห้งเกิดขึ้นกะทันหันได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นพันธุกรรม อายุที่เพิ่มขึ้น ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงหรือโรคเรื้อรัง รวมถึงปัจจัยภายนอกอย่างอากาศแห้งหนาว ลมแรง แอร์เย็นจัด หรือมลภาวะดึงความชุ่มชื้นออกจากผิว การอาบน้ำร้อนนานเกินไป ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่แรงเกินไป ทำให้ผิวสูญเสียน้ำง่าย 

 

Baby Oil ทาตอนไหนให้ผิวไม่แตก เหนอะหนะไหม?

Baby Oil ควรทาหลังอาบน้ำทันทีขณะผิวยังหมาดๆ เพื่อป้องกันผิวแตก เนื้อออยล์บางเบาจะช่วยล็อกความชุ่มชื้น ไม่เหนียวเหนอะหนะถ้าใช้ปริมาณพอเหมาะ

 

ขาแตกเป็นลายงา เกล็ดงู ช่วงหน้าหนาว แก้อย่างไร?

ขาแตกเป็นลายงาเกล็ดงูในหน้าหนาวเกิดจากผิวแห้งรุนแรง สามารถดูแลได้ด้วยการบำรุงเพิ่มความชุ่มชื้น ทาครีมหรือออยล์เข้มข้นวันละ 2 - 3 ครั้ง โดยเฉพาะหลังอาบน้ำ ดื่มน้ำมากๆ และกินอาหารไขมันดีอย่างอาโวคาโด ปลาแซลมอน

 

ส้นเท้าแตก ลึก เจ็บมากช่วงหน้าหนาว รักษาอย่างไรดี?

ส้นเท้าแตก ลึก และเจ็บมากในช่วงหน้าหนาว เกิดจากผิวแห้งรุนแรงจากอากาศเย็นแห้ง การเสียดสี และขาดความชุ่มชื้น สามารถดูแลรักษาด้วยการแช่เท้าในน้ำอุ่นผสมผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวสูตรอ่อนโยน 10 - 15 นาที แล้วขัดเบาๆ ด้วยหินขัดเท้าเพื่อผลัดเซลล์ผิว จากนั้นทาครีมที่มี Urea 10 - 20% หรือ Petroleum jelly หนาๆ สวมถุงเท้าทับทิ้งไว้ข้ามคืน ทำซ้ำวันละ 2 ครั้ง จนอาการดีขึ้นใน 3 - 7 วัน

 

หน้าลอกเป็นขุย ขาวๆ ตรงจมูกกับแก้ม แต่งหน้าไม่ติด แก้อย่างไร?

หน้าลอกเป็นขุยขาวๆ ตรงจมูกและแก้มเกิดจากผิวแห้งมากในหน้าหนาว หรือการระคายผิว ทำให้แต่งหน้าไม่ติด แก้ได้ด้วยการเติมความชุ่มชื้นและฟื้นบำรุงเกราะผิวอย่างอ่อนโยน หยุดใช้เมกอัปและผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสูตรอ่อนโยน ไม่มีแอลกอฮอล์หรือซัลเฟต แล้วทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เข้มข้นที่มี Ceramide, Hyaluronic acid หรือ Glycerin ทันทีตอนผิวยังหมาด เน้นจมูกและแก้ม

 

อาบน้ำอุ่นหน้าหนาวแล้วผิวแตก ต้องทาครีมตอนไหน?

การอาบน้ำอุ่นในหน้าหนาวช่วยให้ผ่อนคลาย แต่ชะล้างน้ำมันธรรมชาติของผิว ทำให้ผิวแห้งง่าย ควรทาครีมทันทีหลังอาบน้ำขณะผิวยังหมาดเพื่อล็อกความชุ่มชื้น

 

ผิวแตก ลาย เป็นแผลเป็นไหม ถ้าหายหนาวแล้ว?

ผิวแตกเป็นลายไม่เป็นแผลเป็นถ้าดูแลทันในระยะแรก แต่ถ้าปล่อยไว้นานอาจกลายเป็นรอยนานได้ โดยเฉพาะเมื่อหน้าหนาวผ่านไป

 

คนท้องผิวแตกหน้าหนาว ทาออยล์ตัวไหนปลอดภัย?

คนท้องที่มีผิวแตกหน้าหนาวควรใช้ออยล์สูตรธรรมชาติ 100% ที่ไม่มีสารเคมี เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและป้องกันรอยแตกลายจากอากาศแห้ง

 

ทำไมหน้าหนาวผิวถึงแห้งกว่าปกติ ทั้งที่กินน้ำเยอะ?

หน้าหนาวทำให้ผิวแห้งกว่าปกติ แม้กินน้ำเยอะ เพราะความชื้นในอากาศต่ำลงมาก ลมเย็นดึงน้ำจากผิวโดยตรง สูงกว่าการดื่มน้ำที่ช่วยแค่จากภายในร่างกาย จึงควรบำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ