Key Takeaway

  • Ceramide คือไขมันตามธรรมชาติในชั้นผิว มีคุณสมบัติกักเก็บความชุ่มชื้น ดูแลผิวจากมลภาวะ และเสริมให้ผิวแข็งแรง ถ้าขาดไปก็จะเกิดโอกาสแพ้ ระคายง่าย
  • ประโยชน์ของเซราไมด์ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ลดอาการระคาย ช่วยสร้างเกราะป้องกันและซ่อมแซมผิว
  • เซราไมด์เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาผิวแห้ง ขาดน้ำ ผิวแพ้ง่าย ระคายง่ายจากผลิตภัณฑ์อื่น และผิวเริ่มมีอายุ
  • Ceramide กับ Niacinamide ต่างกันตรงที่ Ceramide จะเน้นบรรเทาผิวที่ระคายจากมลภาวะ เหมาะกับผิวขาดน้ำ ส่วน Niacinamide สร้าง Ceramide ลดโอกาสเกิดจุดด่างดำ เหมาะสำหรับผิวที่มีปัญหาสิวหรือผิวมัน

 

เคยไหม? ใช้สกินแคร์อะไรก็ระคายผิวง่าย Ceramide เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เพราะ Ceramide คือไขมันตามธรรมชาติในชั้นผิว เป็นปราการปกป้องผิว กักเก็บความชุ่มชื้น ปกป้องผิวจากมลภาวะที่ต้องเจอในทุกๆ วัน ป้องกันสารระคาย และยังเสริมให้ผิวแข็งแรงอีกด้วย แต่ถ้า Ceramide ลดลงก็อาจทำให้ผิวแพ้ ระคายง่าย 

 

บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักว่าเซราไมด์คืออะไร? ประโยชน์มีอะไรบ้าง และเลือกให้เหมาะกับผิวของเรา

เซราไมด์ คืออะไร?

เซราไมด์ (Ceramide) คือไขมันชนิดหนึ่งที่เรียกว่าลิปิด (Lipid) เป็นส่วนประกอบสำคัญตามธรรมชาติในชั้นผิวของมนุษย์ เซราไมด์จะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น ช่วยสร้างเกราะป้องกันผิวที่แข็งแรง และดูแลผิวจากมลภาวะภายนอก เซราไมด์จะอยู่ในชั้นหนังกำพร้า ชั้นนอกสุดที่เป็นเกราะป้องกันให้ผิว เมื่อขาดเซราไมด์ ก็มีโอกาสเกิดผิวแพ้ ระคายง่าย

 

ประโยชน์ของเซราไมด์ต่อผิว

  • เพิ่มความชุ่มชื้น เพราะเซราไมด์ช่วยปกป้องไม่ให้ผิวสูญเสียน้ำ ทำให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น และรู้สึกได้ว่าริ้วรอยก่อนวัยจางลง
  • ลดอาการระคาย เซราไมด์ช่วยฟื้นบำรุงปราการผิว ดูแลผิวจากสารระคายต่างๆ และยังลดโอกาสอุดตัน
  • ช่วยสร้างเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ดูแลผิวจากมลภาวะภายนอก ทำให้ได้ผิวที่ยืดหยุ่น แข็งแรง และลดโอกาสระคายผิว
  • ช่วยซ่อมแซมผิว ฟื้นบำรุงผิวให้กลับมาแข็งแรง ช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาผิวอื่นๆ 

เซราไมด์ เหมาะกับใครบ้าง?

  • ผิวแห้ง ขาดน้ำ สกินแคร์เซราไมด์ช่วยลดโอกาสสูญเสียน้ำในผิว ทำให้ได้ผิวที่ดูอิ่มน้ำและชุ่มชื้นขึ้น เมื่อใช้ต่อเนื่อง
  • ผิวแพ้ง่าย เซราไมด์เป็นตัวช่วยฟื้นบำรุงปราการผิวที่ระคายง่าย ดูแลผิวจากปัญหามลภาวะ ฝุ่น จึงเหมาะกับผิวที่ต้องดูแล และยังลดโอกาสระคายผิว
  • ผิวระคายง่ายจากผลิตภัณฑ์อื่น ป็นตัวช่วยปลอบประโลมผิวที่แพ้ ระคายง่ายจากผลิตภัณฑ์อื่นๆ ดูแลปราการผิวที่เสียหาย ทำให้รู้สึกว่าผิวระคายน้อยลง ชุ่มชื้น และแข็งแรงมากขึ้น
  • ผิวที่อายุมากขึ้น เซราไมด์จะลดลงตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้น การเติมเซราไมด์จึงช่วยฟื้นบำรุงปราการผิวที่อ่อนแอ ริ้วรอยจางลง ผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้น

 

Ceramide ช่วยรักษาสิวไหม?

ถ้าถามว่า เซราไมด์คืออะไรในการรักษาสิว? เซราไมด์เป็นตัวเสริมชั้นผิว ลดโอกาสผิวสูญเสียน้ำและระคาย ทำให้ผิวผลิตน้ำมันน้อยลง ช่วยให้หน้าใสไกลสิว และหากใช้ร่วมกับ Benzoyl Peroxide หรือ Salicylic Acid เซราไมด์จะช่วยบรรเทาให้เกิดผลข้างเคียงน้อยลง 

 

ใช้เซราไมด์หลังทาเซรั่ม หรือ Active Ingredients ทับบางๆ เช้า - เย็น หลังล้างหน้า เพื่อล็อกความชุ่มชื้น ใช้ต่อเนื่อง 2 - 4 สัปดาห์จะรู้สึกได้ว่าผิวระคายน้อยลง

Ceramide กับ Niacinamide ต่างกันอย่างไร?

ทั้ง Ceramide กับ Niacinamide ต่างเป็นส่วนผสมที่เจอบ่อยในสกินแคร์ แม้การทำงานต่างกัน แต่กลับเสริมกันได้มีประสิทธิภาพ Ceramide เป็นไขมันตามธรรมชาติที่ดูแลปราการผิว ประโยชน์ของเซราไมด์เน้นบรรเทาผิวที่ระคายจากมลภาวะ เหมาะกับผิวขาดน้ำ ส่วน Niacinamide เป็นวิตามินที่กระตุ้นกระบวนการฟื้นบำรุงปราการผิว สร้าง Ceramide ลดโอกาสเกิดจุดด่างดำ เหมาะสำหรับผิวที่มีปัญหาสิว รอยแดง และรูขุมขนกว้าง 

 

แล้ว Ceramide ช่วยอะไร ถ้าใช้กับ Niacinamide? ใช้คู่กันได้ไหม คำตอบคือสามารถใช้คู่กันได้ เพราะ Niacinamide ช่วยกระตุ้นการสร้างเซราไมด์ตามธรรมชาติ ทำให้ปราการผิวแข็งแรงขึ้น โดยทา Niacinamide ก่อนแล้วตามด้วย Ceramide ในรูทีนการดูแลผิว

 

Ceramide ห้ามใช้กับอะไร?

เซราไมด์สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว ไม่มีสิ่งต้องห้ามชัดเจน แต่ควรระวังเมื่อใช้ร่วมกับสารบางชนิด

 

  • AHA / BHA อาจระคายผิวได้ถ้าใช้พร้อมกัน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ และเว้นระยะใช้เซราไมด์หลังทาสารเหล่านี้
  • แอลกอฮอล์ น้ำหอม พาราเบน สารเหล่านี้อาจลดประสิทธิภาพ ลดความชุ่มชื้น ควรเลือกสูตรอ่อนโยนต่อผิวจะดีกว่า
  • กรณีใช้ในปริมาณมากเกิน อาจทำให้รู้สึกหนักผิว หรืออุตตันได้ ควรเริ่มจากทาบางๆ เท่าเม็ดถั่วเขียว และทดสอบการระคายก่อนใช้

ครีมหรือเซรั่มที่มีส่วนผสมเซราไมด์ เลือกอย่างไรให้เหมาะกับผิว

 

  • ตรวจดูส่วนประกอบอื่นๆ ตรวจ INCI หาสารอื่นๆ ที่เสริมความชุ่มชื้น เช่น Niacinamide, Hyaluronic Acid หรือ Glycerin และควรเลี่ยงสารก่อระคายทั้งแอลกอฮอล์ น้ำหอม และพาราเบน
  • เลือกตามปัญหาผิว สังเกตปัญหาผิว เช่น ผิวแห้งควรเลือกสูตรครีมที่มียูเรีย (Urea) เป็นส่วนผสม ส่วนผิวระคายง่ายเลือกสูตรที่ไม่มีสารก่อระคาย และผิวเป็นสิว ควรเลือกสูตร Oil - free และมี Niacinamide เพื่อฟื้นบำรุงผิว
  • เลือกจากเปอร์เซ็นต์และรูปแบบ Ceramide แนะนำให้เลือก Ceramide ที่มีค่า NP / AP / III ประมาณ 0.01 - 1%
  • ทดลองใช้จริง ควรทดสอบที่หลังแขนก่อนใช้งาน 48 ชม. ถ้าไม่มีการระคายผิวก็สามารถใช้งานได้

 

Atoderm Huile de Douche ออยล์อาบน้ำ เติมความชุ่มชื้นให้ผิวเนียนนุ่มตลอดวัน รู้สึกสบายผิวหลังอาบน้ำ ดูแลผิวด้วยสูตรที่มี Biolipids จากพืช ลดการสะสมของแบคทีเรีย ที่ก่อให้เกิดการระคายผิว ลดโอกาสเกิดผิวแห้งถึงแห้งมากจนเกิดขุย สามารถใช้ได้ทั้งผิวกายและใบหน้า

Atoderm CREME ULTRA ครีมบำรุงผิว สำหรับผิวธรรมดาและผิวแห้ง ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Skin Protect Complex และ Omega Oil ที่ช่วยฟื้นบำรุงปราการผิวให้แข็งแรง ดูสุขภาพดี ลดการระคายได้ ใช้ได้ทุกวัน ไม่เหนอะหนะ บำรุงได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย

Atoderm Intensive baume ครีมบำรุงผิวเข้มข้น บำรุงเข้มข้นให้ผิวแข็งแรงขึ้น รู้สึกสบายผิวด้วย Lipigenium™ complex ฟื้นบำรุงเกราะป้องกันผิว ลดการสะสมของแบคทีเรีย ที่ทำให้ผิวระคาย ใช้ได้

 

เซราไมด์ควรใช้ตอนไหน

เซราไมด์สามารถใช้ได้ทั้งเช้าและก่อนนอนทุกวัน เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นและฟื้นบำรุงปราการผิว

 

1.ล้างหน้า ใช้คลีนเซอร์สูตรอ่อนโยน แล้วเช็ดหน้าให้หมาดๆ

2.ทาเซรั่ม (ถ้ามี) แล้วรอ 1 - 2 นาทีให้ซึม

3.ทาเซราไมด์เท่าเม็ดถั่วเขียวบางๆ ทั่วหน้าหรือลำคอ ตอนผิวยังชุ่มชื้น

4.ตอนเช้า ขั้นตอนสุดท้ายให้ทาครีมกันแดดด้วย 

5.ตอนเย็น ขั้นตอนสุดท้ายทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่มีเนื้อหนัก (ถ้าต้องการ)

 

ข้อควรระวังในการใช้เซราไมด์

  • เก็บที่แห้งเย็น รักษาคุณภาพเซราไมด์ไม่ให้เสื่อมสภาพ
  • ใช้ปริมาณพอดี ทาเท่าเม็ดถั่วเขียว เลี่ยงทามากเกินไป เพราะเสี่ยงทำให้รู้สึกหนักผิวหรืออุดตัน
  • ทดสอบการระคายก่อนใช้ ทาผลิตภัณฑ์หลังแขน 48 ชม. ดูอาการระคาย เพื่อป้องกันการแพ้
  • ระวังส่วนผสม AHA / BHA อาจระคายได้ถ้าใช้พร้อมกัน ให้ปรึกษาแพทย์ผิวหนังหรือเว้นระยะ
  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ น้ำหอม เลือกสูตรไม่มีสารก่อระคาย เพื่อลดโอกาสที่ผิวจะแห้งและแพ้

 

สรุป

หลายคนที่สงสัยว่าเซราไมด์คืออะไร ได้เห็นกันไปแล้วว่า เซราไมด์เป็นไขมันตามธรรมชาติในผิวชั้นนอกสุด ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันผิวและกักเก็บความชุ่มชื้น ช่วยให้ผิวนุ่ม อิ่มน้ำ ดูแลผิวจากมลภาวะ และระคายผิวน้อยลง รวมถึงทำให้หน้าใสไกลสิว เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาผิวแห้ง ขาดน้ำ ผิวแพ้ระคายง่าย มีริ้วรอยตามวัย และสามารถใช้คู่กับ Niacinamide เพื่อเสริมปราการผิวให้แข็งแรงขึ้นได้ 

 

ควรใช้เป็นประจำเช้า - เย็น ในปริมาณที่พอเหมาะ และเลือกสูตรที่ไม่มีสารก่อระคายอย่างแอลกอฮอล์ น้ำหอม และพาราเบน เพื่อประสิทธิภาพการดูแลผิวที่ดี

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเซราไมด์ (FAQ)

 

เซราไมด์กับมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ต่างกันอย่างไร?

เซราไมด์เป็นไขมันตามธรรมชาติในชั้นผิว ล็อกความชุ่มชื้นให้ผิว ลดโอกาสสูญเสียน้ำในผิว ส่วนมอยส์เจอร์ไรเซอร์คือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่อาจมีเซราไมด์หรือส่วนผสมอื่นๆ ให้ความชุ่มชื้นชั่วคราว โดยการดึงน้ำหรือเคลือบผิว

 

เซราไมด์ใช้คู่กับอะไร?

เซราไมด์สามารถใช้คู่กับสารบำรุงส่วนใหญ่ได้ ทั้ง Niacinamide, Hyaluronic Acid, Retinol, Vitamin C และกันแดด เพราะช่วยเสริมปราการผิว ลดการระคาย

 

เซราไมด์ทําให้ผิวอุดตันไหม?

โดยปกติ เซราไมด์จะไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน เพราะเป็นไขมันที่มีอยู่ตามธรรมชาติในชั้นผิวของมนุษย์อยู่แล้ว หน้าที่หลักคือฟื้นบำรุงปราการผิว ช่วยให้ผิวมันน้อยลง

 

เซราไมด์ 5 ชนิดมีอะไรบ้าง?

เซราไมด์หลัก 5 ชนิดที่พบในผิวมนุษย์และสกินแคร์ 

  • NP (Ceramide 3) เน้นเติมความชุ่มชื้น ช่วยให้ผิวเนียนนุ่มและแข็งแรง
  • AP (Ceramide 6-II) เน้นล็อกความชุ่มชื้นยาวนาน และฟื้นบำรุงปราการผิวให้ทำงานร่วมกับส่วนผสมอื่นได้ดีขึ้น
  • EOP (Ceramide 1) เน้นเสริมเกราะป้องกันผิว ให้แข็งแรงและเพิ่มความยืดหยุ่น
  • NS (Ceramide 2) เน้นปลอบประโลมผิว ลดการระคาย เหมาะสำหรับผิวแพ้ ระคายง่าย
  • AS เน้นฟื้นบำรุงผิวที่ถูกทำร้ายจากแสงแดดและมลภาวะ และดูแลให้ผิวยืดหยุ่น

 

Ceramide ใช้ทุกวันได้ไหม?

เซราไมด์สามารถใช้ได้ทุกวัน เช้าและเย็น เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว ฟื้นบำรุงปราการผิวอย่างต่อเนื่อง รู้สึกผิวระคายน้อยลง

 

Ceramide NG ช่วยอะไร?

Ceramide NG หรือ Ceramide 2/NS ช่วยคงความชุ่มชื้น ปรับโครงสร้างปราการผิวให้แข็งแรง

 

Vitamin C ใช้คู่กับ Ceramide ได้ไหม?

ได้ ใช้คู่กันได้ดีด้วย การใช้ Vitamin C หลังเซราไมด์ช่วยลดการระคาย โดยเซราไมด์ล็อกความชุ่มชื้น ทำให้ได้ผิวที่แข็งแรง ดูสุขภาพดี

 

Niacinamide 20% ช่วยอะไร?

Niacinamide 20% ลดโอกาสเกิดสิว ริ้วรอยดูลดลง กระชับรูขุมขน บอกลาผิวมัน เหมาะกับผิวเป็นสิวหรือผิวมัน แต่ลองก่อน เพราะอาจก่อให้เกิดการระคายได้ สำหรับคนที่มีผิวแพ้ ระคายง่าย 

 

Ceramide ใช้กับ Retinol ได้ไหม?

สามารถใช้ Ceramide กับ Retinol ได้ เพราะ Ceramide จะช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงจาก Retinol โดยทา Retinol ก่อน จากนั้นรอ 5 - 10 นาที แล้วตามด้วย Ceramide 

 

Ceramide ใส่กี่เปอร์เซ็นต์?

เซราไมด์ใส่อยู่ที่ประมาณ 0.1 - 3% ในสกินแคร์ พอให้ประสิทธิภาพดีได้โดยไม่รู้สึกหนักผิวหรืออุดตัน