มอยส์เจอร์ไรเซอร์คืออะไร ช่วยอะไร และเลือกอย่างไรให้เหมาะกับผิว
มอยส์เจอร์ไรเซอร์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้น รักษาสมดุลให้กับผิว เลือกอย่างไรให้ตอบโจทย์สภาพผิวของเรา ส่วนผสมใดที่ควรเลือกใช้ บทความนี้มีคำตอบ!
มอยส์เจอร์ไรเซอร์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้น รักษาสมดุลให้กับผิว เลือกอย่างไรให้ตอบโจทย์สภาพผิวของเรา ส่วนผสมใดที่ควรเลือกใช้ บทความนี้มีคำตอบ!
Key Takeaway
หากเราอยากเริ่มต้นดูแลผิว หนึ่งในสิ่งที่หลายคนมักให้ความสำคัญคือความชุ่มชื้นของผิว แต่การจะเลือกสกินแคร์อย่างมอยส์เจอร์ไรเซอร์ให้เหมาะกับผิวก็เป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจ เพื่อให้ได้ผิวแข็งแรง รักษาสมดุลให้กับผิว แต่เราจะเลือกมอยส์เจอร์ไรเซอร์อย่างไรให้ตอบโจทย์สภาพผิวของเรา ส่วนผสมใดที่ควรเลือกใช้ บทความนี้มีคำตอบ!
มอยส์เจอร์ไรเซอร์ (Moisturizer) คือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยเติมและกักเก็บความชุ่มชื้น พร้อมเสริมสร้างปราการผิวให้แข็งแรง จึงช่วยบรรเทาปัญหาระคายผิว นอกจากนี้ ยังช่วยปรับสมดุลการผลิตน้ำมันบนใบหน้าให้อยู่ในระดับพอดี ซึ่งช่วยลดโอกาสเกิดสิว
สำหรับคำถามที่ว่า มอยส์เจอร์ไรเซอร์ช่วยเรื่องอะไรนั้น หน้าที่หลักคือการรักษาสมดุลและปกป้องปราการผิว โดยมีรายละเอียดดังนี้
หลายคนมักเข้าใจผิดว่า การทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ต้องเป็นรูปแบบครีมเนื้อหนักเท่านั้น แต่ความจริงแล้วมีหลายประเภทและหลายเนื้อสัมผัส เพื่อให้ตอบโจทย์สภาพผิวที่แตกต่างกัน โดยมีเนื้อสัมผัสดังนี้
เนื้อสัมผัสบางเบาที่สุด มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ไม่ทิ้งความมันเหนอะหนะ เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวมัน ผิวผสม หรือผิวเป็นสิว โดยเจลมักมีส่วนผสมกลุ่ม Humectant เช่น Hyaluronic Acid, Glycerin ที่ทำหน้าที่ดึงดูดน้ำเข้าสู่ผิวโดยลดโอกาสอุดตันในรูขุมขน
มีส่วนผสมของน้ำมากกว่าน้ำมัน เนื้อสัมผัสเหลว เกลี่ยง่าย และซึมไว เหมาะกับผิวผสม ผิวธรรมดา หรือผู้ที่ผิวแห้งเล็กน้อย การทามอยส์เจอร์ไรเซอร์รูปแบบโลชันเหมาะสำหรับใช้บำรุงผิวในช่วงเช้าหรือในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย เพราะระเหยได้ดีและทำให้รู้สึกเบาสบายผิว
เนื้อสัมผัสเข้มข้น มีสัดส่วนของน้ำมันมากกว่าน้ำ ช่วยเคลือบผิวและกักเก็บความชุ่มชื้นได้ยาวนาน เหมาะสำหรับผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ หรือผิวที่ต้องการฟื้นบำรุงเป็นพิเศษ เนื้อครีมจะทำงานร่วมกับไขมันบนผิวชั้นนอก เพื่อลดอัตราการสูญเสียน้ำออกจากผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเนื้อเจลและโลชัน
เนื้อสัมผัสเข้มข้นที่สุด มีสัดส่วนของน้ำมัน ขี้ผึ้ง หรือแว็กซ์เป็นหลัก เคลือบผิวได้ดี เหมาะสำหรับผิวแห้งมาก ผิวลอกเป็นขุย หรือผิวที่มีภาวะอักเสบเรื้อรัง สารกลุ่มนี้ทำงานแบบ Occlusive โดยสร้างฟิล์มเคลือบผิวเพื่อบล็อกไม่ให้น้ำระเหยออก เหมาะสำหรับฟื้นบำรุงผิวที่อ่อนแอหนักหรือใช้ในสภาพอากาศแห้งและเย็นจัด
Sébium Sensitive ครีมบำรุงผิวสำหรับผิวมัน ผิวเป็นสิวง่าย ช่วยปลอบประโลม ลดโอกาสเกิดสิว ไม่ก่อให้เกิดสิวอุดตัน พร้อมมอบความชุ่มชื้นให้กับผิวยาวนาน 12 ชั่วโมง โดยไม่ทำให้รู้สึกระคายผิว ผิวแข็งแรงขึ้น ช่วยลดโอกาสเกิดสิวซ้ำ ใน 89% ของผู้ใช้รู้สึกสบายผิวหลังใช้งาน และรู้สึกว่าผิวดูอ่อนนุ่มขึ้น 78%
Sébium Pore refiner มอยส์เจอร์ไรเซอร์สำหรับผิวผสม ที่ช่วยเบลอรูขุมขน ช่วยเรื่องหน้ามัน ให้ผิวแมตต์ดูเนียน ชุ่มชื้นยาวนาน 8 ชั่วโมง ลดโอกาสเกิดรูขุมขนให้แลดูจางลง และปัญหาผิวดูไม่เรียบเนียน ลดอุดตัน สามารถใช้ร่วมกับเมกอัปได้โดยไม่รบกวนผิว
Sensibio Defensive ครีมฟื้นบำรุงผิวเนื้อเบา ซึมไว ไม่ทำให้รู้สึกหนักผิว ช่วยเสริมและปลอบประโลมผิวให้แข็งแรง พร้อมปกป้องผิวจากมลภาวะและสิ่งกระตุ้นให้ผิวดูแข็งแรง สบายผิวถึง 97% เติมความชุ่มชื้นยาวนานตลอด 12 ชั่วโมง ลดความรู้สึกไม่สบายผิวลง 73% ใน 3 นาที ให้ผิวดูนุ่ม ยืดหยุ่นในทุกวัน
หากมองเผินๆ ผิวแห้งและผิวขาดน้ำอาจดูคล้ายกัน แต่จริงๆ แล้ว ผิวแห้งและผิวขาดน้ำมีความแตกต่างกัน ดังนี้
ช่วงเวลาที่ควรใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่สุดคือทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ขณะที่ผิวยังมีความชื้นหมาดๆ เช่น หลังอาบน้ำหรือล้างหน้าเสร็จใหม่ๆ ภายใน 3 นาที เพราะน้ำบนผิวจะช่วยให้ส่วนผสมซึมซาบและกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น
นอกจากนี้ ควรใช้เป็นประจำทั้งเช้าและเย็น โดยตอนเช้าให้ทาก่อนลงครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะ ส่วนในเวลากลางคืน ซึ่งเป็นช่วงที่ผิวมีการสูญเสียน้ำออกมากกว่าช่วงเวลาอื่น การทามอยส์เจอร์ไรเซอร์จะช่วยเร่งกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ผิวและฟื้นบำรุง Skin Barrier ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพขณะนอนหลับ
มอยส์เจอร์ไรเซอร์คือผลิตภัณฑ์บำรุงที่ทำหน้าที่เติมและกักเก็บความชุ่มชื้น พร้อมเสริมปราการผิวให้แข็งแรง ช่วยลดปัญหาผิวแห้งลอก ลดโอกาสเกิดสิว และปกป้องผิวจากมลภาวะ โดยมอยส์เจอร์ไรเซอร์มีหลายรูปแบบตั้งแต่เนื้อเจล โลชัน ครีม ไปจนถึงบาล์ม ซึ่งควรเลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพผิว
ภายในทำงานผ่านสารสำคัญ 3 กลุ่ม ได้แก่ Humectant ช่วยดึงดูดน้ำ Emollient เติมเต็มร่องผิวให้เรียบเนียน และ Occlusive เคลือบผิวป้องกันน้ำระเหย ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการทามอยส์เจอร์ไรเซอร์คือภายใน 3 นาทีหลังล้างหน้าหรืออาบน้ำขณะผิวยังหมาด โดยควรทาเป็นประจำทั้งเช้าและเย็นเพื่อล็อกความชุ่มชื้นและฟื้นบำรุงเซลล์ผิวอย่างเต็มประสิทธิภาพ
ต้องทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ก่อนเสมอ ควรลงผลิตภัณฑ์บำรุงเพื่อล็อกความชุ่มชื้นให้เสร็จก่อน จากนั้นรอให้เนื้อผลิตภัณฑ์ซึมลงผิวสักพัก แล้วจึงทาครีมกันแดดเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการบำรุงช่วงเช้า เพื่อให้ครีมกันแดดทำหน้าที่สร้างชั้นฟิล์มเคลือบปกป้องผิวจากรังสี UV ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
สามารถทำได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวแห้งตึง ผิวลอก หรือต้องทำงานในห้องแอร์เป็นเวลานาน หากไม่ได้แต่งหน้าสามารถทาทับบริเวณที่แห้งได้ทันที แต่สำหรับผู้ที่แต่งหน้า ควรซับความมันและเหงื่อออกก่อน แล้วเลือกใช้เนื้อเจลบางเบา แตะเบาๆ บริเวณที่ผิวแห้ง หรือเปลี่ยนไปใช้รูปแบบสเปรย์น้ำแร่ที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อไม่ให้เมกอัปเป็นคราบ
มักเกิดจากการเลือกเนื้อสัมผัสที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว เช่น ผู้ที่มีผิวมันหรือผิวผสมแต่เลือกใช้เนื้อครีมหรือเนื้อบาล์มที่มีส่วนผสมของน้ำมันสูง รวมถึงการทาในปริมาณที่มากเกินไปจนผิวไม่สามารถดูดซึมได้หมด วิธีแก้ไขคือลดปริมาณการทาลง หรือเปลี่ยนไปใช้เนื้อเจลหรือโลชันสูตรน้ำ (Water-based) ที่บางเบาและปราศจากน้ำมัน (Oil-free)
ควรหยุดใช้และเปลี่ยนใหม่เมื่อเกิดอาการระคายผิว เช่น มีผื่นแดง รอยเกา แสบร้อน หรือเกิดสิวอุดตันและสิวอักเสบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะส่วนผสมอาจรุนแรงหรืออุดตันรูขุมขน นอกจากนี้ หากทาเป็นประจำแล้วผิวยังแห้งลอก รู้สึกตึง หรือผลิตน้ำมันออกมามากกว่าปกติ แสดงว่าสูตรที่ใช้อยู่ไม่สามารถกักเก็บความชุ่มชื้นได้เพียงพอ จึงควรเปลี่ยนไปใช้สูตรที่เข้มข้นขึ้นหรือตอบโจทย์สภาพผิวมากขึ้น