Key Takeaway

  • PDRN คือสารสกัด DNA บริสุทธิ์ประสิทธิภาพสูงที่คัดสรรจากอสุจิปลาแซลมอนธรรมชาติ ซึ่งมีความแข็งแรงและเข้ากันได้ดีกับเซลล์มนุษย์ถึง 95% ทำให้ผิวตอบรับสารบำรุงได้ดีและมีโอกาสระคายผิวต่ำ
  • PDRN มีประโยชน์ต่อผิว ไม่ว่าจะเป็นช่วยฟื้นบำรุงผิวอย่างล้ำลึก รู้สึกได้ว่าริ้วรอยลดลง ช่วยปรับสภาพผิวให้มีความละเอียด เติมความชุ่มชื้น ปรับผิวให้แลดูกระจ่างใส ช่วยลดโอกาสเกิดรอยดำ
  • PDRN เหมาะกับผิวแห้งกร้าน ขาดน้ำ ผิวที่มีรอยสิว แผลเป็น ผิวแพ้ ระคายง่าย ผิวที่อายุมากขึ้น และผิวที่เพิ่งทำหัตถการ
  • วิธีใช้ PDRN ให้ได้ผล เริ่มจากเตรียมผิวให้พร้อม ทาเซรั่ม PDRN ทันทีหลังล้างหน้าหรือหลังลงโทนเนอร์ ใช้ต่อเนื่องสม่ำเสมอ ควรเลือกสูตรที่มีความเข้มข้นเหมาะสม แนะนำให้ลง PDRN เป็นขั้นตอนแรกเพื่อเป็นการเตรียมผิว

 

PDRN เป็นอีกส่วนผสมที่กำลังได้รับความนิยมใน Skincare ปัจจุบัน โดย PDRN คือสารสกัด DNA จากอสุจิปลาแซลมอนที่ใกล้เคียงกับ DNA ของมนุษย์ ช่วยกระตุ้นการฟื้นบำรุงผิวอย่างล้ำลึก ลดอาการระคายผิว ดูแลผิวให้เรียบเนียน ริ้วรอยแลดูลดลง และยังเป็นหนึ่งในส่วนผสมของสกินแคร์ยอดนิยมอีกด้วย บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับ PDRN ให้มากขึ้น ว่า PDRN ช่วยอะไรบ้าง ก่อนเลือกใช้ให้เหมาะกับผิว

PDRN คืออะไร

PDRN (Polydeoxyribonucleotide) คือนวัตกรรมสารสกัด DNA บริสุทธิ์ประสิทธิภาพสูงที่คัดจากอสุจิปลาแซลมอนธรรมชาติ ซึ่งมีความแข็งแรงและเข้ากันได้ดีกับเซลล์มนุษย์ถึง 95% ทำให้ผิวตอบรับสารบำรุงได้ดีและมีโอกาสระคายผิวต่ำ โดย PDRN จะเข้าไปกระตุ้นการฟื้นบำรุงผิวลึกถึงระดับเซลล์ พร้อมช่วยสร้างคอลลาเจน ยับยั้งการสลายของอิลาสติน และ Antioxidant ส่งผลให้ริ้วรอยแลดูลดลง ผิวมีความยืดหยุ่น เรียบเนียน แลดูสุขภาพดีและปลอดภัย

 

ทำไม PDRN เลือกใช้ DNA จากปลาแซลมอน

เหตุผลที่ PDRN ต้องสกัดจากอสุจิปลาแซลมอนแทนที่จะเป็นสัตว์ชนิดอื่น เนื่องจาก DNA ของปลาแซลมอนมีความคล้ายคลึงกับ DNA ของมนุษย์ ทำให้ร่างกายสามารถยอมรับและเข้ากันได้ดีโดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย

 

PDRN มีประโยชน์ต่อผิวอย่างไร

  • ฟื้นบำรุงผิวอย่างล้ำลึก ช่วยดูแลเซลล์ผิวให้กลับมาแข็งแรง พร้อมช่วยเรื่องสิวและดูแลผิวที่ถูกมลภาวะทำร้าย
  • ชะลอสัญญาณแห่งวัย รู้สึกได้ว่าริ้วรอยลดลง และจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ช่วยปรับสภาพผิวให้มีความละเอียดและเรียบเนียนมากขึ้น
  • เติมความชุ่มชื้น ล็อกน้ำให้ผิวดูอิ่มฟูแบบผิวสุขภาพดี
  • ปรับผิวให้แลดูกระจ่างใส ช่วยลดโอกาสเกิดรอยดำและปรับสีผิวให้แลดูสม่ำเสมอทั่วใบหน้า

 

PDRN เหมาะกับใครบ้าง

  • ผิวแห้งกร้าน ขาดน้ำ PDRN ช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมเซลล์ผิวและเสริมการสร้างคอลลาเจน อิลาสติน ทำให้ผิวแน่นและอุ้มน้ำได้ดีขึ้น พร้อมสร้างเซราไมด์และปรับเกราะผิวให้แข็งแรงขึ้น จึงช่วยให้ผิวที่แห้งตึง ดูหมอง กลับมาชุ่มชื้น เรียบเนียน และยืดหยุ่นมากขึ้น
  • ผิวที่มีรอยสิว แผลเป็น PDRN มีฤทธิ์กระตุ้นไฟโบรบลาสต์ การสร้างคอลลาเจน และการสร้างหลอดเลือดใหม่ ทำให้กระบวนการซ่อมแซมแผลในผิวทำงานดีขึ้น รอยแดงแลดูลดเลือน และผิวบริเวณที่ไม่เรียบเนียนกลับมาดูสม่ำเสมอมากขึ้น
  • ผิวแพ้ง่าย PDRN ออกฤทธิ์ผ่านตัวรับ Adenosine A2A ช่วยลดการอักเสบระดับต่ำ ลดอาการระคายผิว และมีข้อมูลว่าช่วยเสริมปราการผิว จึงเหมาะกับคนที่แพ้กรดผลไม้หรือเรตินอล แต่อยากได้การฟื้นบำรุงผิวและลดการระคายไปพร้อมกัน
  • ผิวที่อายุมากขึ้น PDRN ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน อิลาสติน และปรับโครงสร้างผิว ทำให้ริ้วรอยเล็กๆ แลดูจางลง ผิวดูแน่น เรียบ และโกลว์ขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เหมาะกับคนที่อยากได้ผลด้านชะลอวัยแบบอ่อนโยน ไม่ระคายเหมือนการใช้สารผลัดเซลล์แรงๆ
  • ผิวที่เพิ่งทำหัตถการ PDRN ถูกใช้มากในการช่วยฟื้นบำรุงแผลและผิวหลังเลเซอร์ หรือหัตถการบางประเภท เพราะช่วยเร่งการสมานแผล ลดการอักเสบ เพิ่มการสร้างหลอดเลือดและคอลลาเจน ทำให้ผิวหายเร็วขึ้น เนื้อผิวเรียบเนียนและแข็งแรงขึ้น รอยแดงแลดูลดเลือน

 

PDRN แบบทา กับแบบฉีด ต่างกันอย่างไร

 PDRN แบบทา

  • รูปแบบและการใช้งาน มาในสูตรเซรั่มหรือครีม ใช้ง่ายได้ทุกวัน เหมาะสำหรับการดูแลผิวในระยะยาวโดยไม่ต้องเจ็บตัวหรือพักฟื้น
  • ประสิทธิภาพ เน้นทำงานที่ผิวชั้นบน ช่วยเติมความชุ่มชื้น เสริมเกราะป้องกันผิว ลดโอกาสเกิดรอยแดง และช่วยให้ผิวเรียบเนียน แต่ผลลัพธ์เรื่องหลุมสิวหรือริ้วรอยลึกจะไม่ชัดเจน
  • จุดเด่นและความปลอดภัย ความเสี่ยงต่ำ ผลข้างเคียงน้อย เหมาะสำหรับใช้บำรุงต่อเนื่องด้วยตัวเองที่บ้าน หรือใช้ควบคู่หลังทำหัตถการเพื่อรักษาผลลัพธ์ให้ยาวนานขึ้น

 

 PDRN แบบฉีด

  • รูปแบบและการใช้งาน เป็นหัตถการโดยแพทย์ที่ส่งตัวยาเข้าสู่ชั้นหนังแท้โดยตรง เพื่อกระตุ้นไฟโบรบลาสต์และคอลลาเจนจากภายใน
  • ประสิทธิภาพ ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและรวดเร็วกว่าในด้านการลดโอกาสเกิดริ้วรอย เพิ่มความยืดหยุ่น แก้ไขปัญหาหลุมสิว แผลเป็น และฟื้นบำรุงผิวโทรมได้ตรงจุด
  • จุดเด่นและความปลอดภัย เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน แต่อาจมีอาการบวม ช้ำ หรือรอยแดงหลังทำ และต้องดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการเท่านั้น

ผิวแพ้ ระคายง่ายใช้สกินแคร์ที่มี PDRN ได้ไหม

ผิวแพ้ ระคายง่าย สามารถใช้ PDRN ได้ เนื่องจากสารสกัดจาก DNA ปลาแซลมอนมีคุณสมบัติเด่นในการปลอบประโลม ลดการอักเสบ และช่วยซ่อมแซมปราการผิว ให้กลับมาแข็งแรงสุขภาพดีอย่างยั่งยืน และยังระคายผิวน้อย แต่สำหรับคนที่มีประวัติแพ้อาหารทะเล ควรทดสอบการแพ้ก่อนใช้ เนื่องจาก PDRN ส่วนใหญ่สกัดจากปลาแซลมอน จึงควรหลีกเลี่ยงหรือหันไปเลือกใช้ Vegan PDRN สารสกัดจากพืชที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกันเพื่อความปลอดภัย

 

PDRN กับ Hyaluronic Acid ต่างกันอย่างไร

PDRN (Polydeoxyribonucleotide) คือตัวช่วยซ่อมแซมและสร้างผิวใหม่ จะเน้นการฟื้นบำรุงผิวลึกถึงระดับเซลล์และโครงสร้างผิวที่เสียหาย มีคุณสมบัติโดดเด่นในการกระตุ้นคอลลาเจน ลดโอกาสเกิดริ้วรอย และช่วยดูแลผิวให้กลับมาแข็งแรง เรียบเนียน PDRN มักพบในรูปแบบ Serum เข้มข้นหรือการทำหัตถการฉีดผิวเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน

Hyaluronic Acid (HA) ทำหน้าที่หลักในการเติมเต็มและกักเก็บน้ำ ไฮยาลูรอนเป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกายซึ่งเน้นการมอบความชุ่มชื้นให้แก่ผิวโดยตรง ช่วยแก้ปัญหาผิวแห้งกร้านและคืนความนุ่มเด้ง ทำให้ผิวดูนุ่มขึ้น เหมาะสำหรับการดูแลผิวพื้นฐานในทุกวันเพื่อให้ผิวดูสดใสไม่แห้งตึง โดยสามารถพบส่วนผสมนี้ได้ทั่วไปในสกินแคร์หลากหลายรูปแบบตั้งแต่โทนเนอร์ไปจนถึงครีมบำรุงผิว

 

PDRN กับ Retinol ใช้ร่วมกันได้ไหม

สามารถใช้ PDRN ร่วมกับเรตินอลได้ แต่ควรจัดลำดับการใช้ให้เหมาะสมเพื่อความปลอดภัยของผิว เพราะเรตินอลเป็นส่วนผสมที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและผลัดเซลล์ผิวอย่างรวดเร็ว หากใช้ควบคู่กับ PDRN ในเวลาเดียวกันอาจทำให้ผิวเกิดการระคายหรือผลัดเซลล์ผิวมากเกินไปได้ 

 

โดยเฉพาะคนที่ไม่คุ้นเคยกับสารบำรุงที่มีความเข้มข้นสูง ดังนั้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและลดความเสี่ยงระคายผิว แนะนำให้ใช้วิธีทาคืนเว้นคืน ระหว่าง PDRN และเรตินอล เพื่อให้ผิวได้พักและฟื้นบำรุงอย่างเต็มที่

วิธีใช้ PDRN อย่างไรให้ได้ผล  

  • เตรียมผิวให้พร้อม ควรทาเซรั่ม PDRN ทันทีหลังล้างหน้าหรือหลังลงโทนเนอร์ เพื่อเปิดทางให้สารบำรุงซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ลึกและดีขึ้น
  • ใช้ต่อเนื่องสม่ำเสมอ แนะนำให้ทาทั้งช่วงเช้าและเย็นเป็นประจำทุกวัน เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนในด้านผิวกระจ่างใสและเนียนนุ่มสุขภาพดี
  • เลือกผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ควรเลือกสูตรที่มีความเข้มข้นเหมาะสม และมีขนาดโมเลกุลเล็กเป็นพิเศษ เพื่อให้สารสกัดซึมลงสู่ชั้นผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ใช้ร่วมกับสกินแคร์อื่นได้ โดยแนะนำให้ลง PDRN เป็นขั้นตอนแรกเพื่อเป็นการเตรียมผิวให้พร้อมรับการบำรุงในขั้นต่อไป

 

Atoderm CREME ULTRA ครีมบำรุงผิวนุ่มชุ่มชื้น ดูสุขภาพดี เหมาะสำหรับผิวธรรมดาถึงผิวแห้ง มาพร้อมกับเทคโนโลยี Skin Protect Complex และ Omega Oil ที่ช่วยฟื้นบำรุงปราการผิวให้แข็งแรง ด้วยเนื้อครีมซึมไว ไม่ทำให้รู้สึกเหนอะหนะ สามารถใช้ได้ทุกวัน

 

Atoderm Intensive baume ครีมบำรุงผิวเนื้อเข้มข้น สำหรับผิวแห้ง - แห้งมาก ช่วยดูแลผิวแห้งกร้าน ฟื้นบำรุงผิวให้นุ่ม ชุ่มชื้น ปลอบประโลมผิวอย่างเข้มข้น แต่ไม่ทำให้รู้สึกหนักผิว ซึมไว ไม่มีน้ำหอม เมื่อใช้แล้วรู้สึกสบายผิว และแข็งแรงขึ้น

 

PDRN ควรใช้ตอนไหน

ควรใช้ PDRN เป็นประจำทั้งเช้าและเย็น โดยทาหลังล้างหน้าหรือโทนเนอร์ก่อนลงมอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อให้สารซึมเข้าสู่ผิวได้ลึก เหมาะสำหรับใช้ต่อเนื่องในช่วงที่ผิวอ่อนแอ ระคายง่าย หรือต้องการพักผิวจากการใช้สารผลัดเซลล์ผิวแรงๆ (AHA/BHA/Retinol) ประมาณ 2-4 สัปดาห์ เพื่อดูแลเกราะป้องกันผิวและลดโอกาสระคายผิว นอกจากนี้ ใช้เสริมในรูทีนปกติควบคู่กับไฮยาลูรอนเพื่อฟื้นบำรุงผิวและคงคุณภาพผิวที่เรียบเนียนสุขภาพดีในระยะยาว

 

สรุป

PDRN คือสารสกัด DNA จากปลาแซลมอนธรรมชาติที่มีความคล้ายคลึงกับเซลล์มนุษย์ถึง 95% จึงปลอดภัยและเข้ากันกับผิวได้ดี มีสรรพคุณหลักในการฟื้นบำรุงผิวลึกระดับเซลล์ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน พร้อมลดการอักเสบและเติมความชุ่มชื้นให้ผิวอิ่มฟู ทำให้ริ้วรอยแลดูลดลง ผิวแลดูกระจ่างใส และช่วยซ่อมแซมรอยแผลเป็นหรือหลุมสิวให้แลดูสม่ำเสมออย่างเป็นธรรมชาติ 

 

เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแห้งกร้าน ผิวแพ้ง่ายที่ต้องการเสริมปราการผิวให้แข็งแรง รวมถึงผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยหรือผิวหมองคล้ำ นอกจากนี้ยังตอบโจทย์คนที่เพิ่งทำหัตถการหรือเลเซอร์ เพราะช่วยเร่งการสมานแผล ลดรอยแดง และช่วยให้ผิวกลับมาสุขภาพดีได้เร็วขึ้น

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ PDRN (FAQ)

PDRN ห้ามใช้กับอะไรบ้าง?

PDRN ควรหลีกเลี่ยงใช้ร่วมกับสกินแคร์ที่มีฤทธิ์ผลัดเซลล์ผิวหรือสารที่เสี่ยงต่อการระคายผิวสูงในขั้นตอนเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม AHA, BHA รวมถึงวิตามินซีความเข้มข้นสูง และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือน้ำหอมเข้มข้น เพราะอาจขัดขวางการทำงานของ PDRN และทำให้ผิวระคายได้ง่ายขึ้น

 

ใช้ PDRN ร่วมกับวิตามินซีได้ไหม?

การใช้ PDRN ร่วมกับวิตามินซี จะช่วยให้ผิวแลดูกระจ่างใสและแข็งแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจาก PDRN มีคุณสมบัติในการฟื้นบำรุงและปลอบประโลมผิวจากการระคาย ในขณะที่วิตามินซีจะเข้าไปช่วยลดความหมองคล้ำและต่อต้านอนุมูลอิสระ แนะนำให้จัดลำดับการใช้ด้วยการทาวิตามินซีในช่วงเช้า และใช้ PDRN ในช่วงเย็น

 

ถ้าหยุดใช้ PDRN แล้วจะมีผลต่อผิวไหม?

การหยุดใช้ PDRN ไม่ได้ส่งผลเสียหรือทำให้ผิวคล้ำเสียลงอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อหยุดทา ผิวจะแค่ค่อยๆ กลับเข้าสู่สภาพเดิมตามธรรมชาติและดำเนินไปตามกระบวนการเสื่อมถอยตามวัยปกติ

 

เริ่มใช้ PDRN ได้ตั้งแต่อายุเท่าไร?

สามารถเริ่มใช้ PDRN ได้ตั้งแต่อายุ 20–25 ปีขึ้นไป เพื่อเป็นการป้องกันและเตรียมผิวให้แข็งแรง การใช้ PDRN ในช่วงนี้จะช่วยซ่อมแซมปราการผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังตอบโจทย์สำหรับวัย 30 ขึ้นไป ที่ต้องการเน้นการฟื้นบำรุงผิวและจัดการปัญหาผิวขาดความกระชับให้กลับมาดูสุขภาพดีอีกครั้ง

 

PDRN ใช้ทุกวันได้ไหม?

ผลิตภัณฑ์ PDRN ในรูปแบบสำหรับทา ไม่ว่าจะเป็นเซรั่ม ครีม หรือมาสก์ สามารถใช้บำรุงผิวได้เป็นประจำทุกวันทั้งเช้าและเย็น เพื่อช่วยฟื้นบำรุงผิวให้กลับมาชุ่มชื้น อิ่มน้ำ และดูสุขภาพดี

 

PDRN เหมาะกับผิวเป็นสิวหรือไม่?

PDRN เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่มีปัญหาสิว โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการดูแลผิวที่เผชิญกับการอักเสบ ช่วยปลอบประโลมและลดโอกาสเกิดรอยแดงรอยดำจากสิว นอกจากนี้ยังช่วยซ่อมแซมและเติมเต็มเนื้อเยื่อผิว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลปัญหาหลุมสิวให้ผิวกลับมาเรียบเนียนและแข็งแรงอีกครั้ง

 

ใช้ PDRN นานแค่ไหนถึงจะเห็นผล?

การใช้ผลิตภัณฑ์ PDRN อย่างต่อเนื่อง จะเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงด้านความชุ่มชื้นได้ตั้งแต่ช่วง 1–2 สัปดาห์แรก และเมื่อบำรุงต่อไปจนครบ 4–8 สัปดาห์ ผลลัพธ์จะยิ่งชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของผิวที่ดูเรียบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ริ้วรอยเล็กๆ เริ่มแลดูจางลง

Bioderma ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มออโตเดิร์ม

ทำความสะอาดและบำรุงผิว

ผิวแห้งถึงผิวแห้งมาก

ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มออโตเดิร์ม (Atoderm)

Bioderma ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มออโตเดิร์ม

ผิวแห้งคือผิวที่มีลักษณะตึงและขาดความอ่อนนุ่ม
ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มออโตเดิร์ม (Atoderm) นำเสนอผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าและผิวกายที่เหมาะสำหรับผิวแห้งและผิวแห้งมากสำหรับใช้ประจำวัน อีกทั้งยังช่วยดูแลผิวที่มีปัญหาผื่นภูมิแพ้ผิวหนังหรืออาการคันควบคู่ไปด้วย... เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นในการฟื้นบำรุงผิวให้เนียนนุ่มและรู้สึกสบายผิว บอกลาผิวแห้งตึงและคันหลังอาบน้ำไปได้เลย!