Key Takeaway

  • สังคังคือโรคติดต่อเชื้อราบนผิวหนังชนิดหนึ่ง ที่ทำให้เกิดผื่นและรู้สึกระคายรุนแรง อาการเกิดบริเวณขาหนีบ ต้นขาด้านใน หรือรอบอวัยวะเพศ
  • สังคังเกิดจากติดเชื้อราในกลุ่ม Dermatophytes และยังเกิดจากผิวอ่อนแอ ระคายผิวง่าย อับชื้นจากเหงื่อ เสื้อรัดแน่น หรือเกิดจากเชื้อราโตขึ้นในสภาพอับชื้น
  • วิธีดูแลเมื่อเป็นสังคัง สามารถเริ่มต้นด้วยการอาบน้ำให้สะอาด ใส่เสื้อผ้าระบายอากาศดี ไม่เกา และไม่ใช้ของร่วมกับคนอื่น ถ้าอาการไม่ดีขึ้นควรทายาตามแพทย์สั่ง
  • สังคังป้องกันให้ไม่กลับมาเป็นซ้ำ ทำได้โดยเลี่ยงใส่เสื้อผ้าชื้นๆ ดูแลขาหนีบให้แห้ง สวมผ้าที่ระบายอากาศดี อาบน้ำทุกวัน และไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกัน

 

อาการระคายในที่ลับเป็นสัญญาณเตือนของสังคัง อาการทางผิวหนังที่หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นหนึ่งในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ เพราะสังคัง (Tinea Cruris) คือการติดเชื้อราที่ผิวหนัง เกิดในบริเวณอับชื้น เช่น ขาหนีบ ซอกขา ใต้ร่มผ้า พบได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง หลายคนสงสัยว่าสังคังคืออะไร? หายเองได้ไหม? บทความนี้จะพาไปหาคำตอบกัน

 

 

สังคังคืออะไร?

สังคัง (Tinea Cruris) คือโรคติดต่อเชื้อราบนผิวหนังชนิดหนึ่ง ที่ทำให้เกิดผื่นและรู้สึกระคายรุนแรง เกิดขึ้นบริเวณขาหนีบ ต้นขาด้านใน หรือรอบอวัยวะเพศ แต่ไม่ลามไปยังอวัยวะเพศโดยตรง สังคังพบได้บ่อยในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง 

 

อาการเริ่มต้นคือระคายมากบริเวณขาหนีบ ตามด้วยผื่นมีขอบชัดเป็นวงกลม หากไม่รักษาอาจลามไปต้นขาด้านในหรือหน้าท้อง และอาจเป็นรอยดำหรือคล้ำได้ ส่วนใหญ่พบในนักกีฬา คนมีเหงื่อออกมาก คนที่อาศัยในที่ร้อนชื้น คนน้ำหนักเยอะที่มีผิวพับสะสมความชื้น หรือใส่เสื้อผ้ารัดแน่นไม่ระบายอากาศ คนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือสัมผัสเชื้อราจากสัตว์และสิ่งของที่ใช้ร่วมกัน

สาเหตุของการเกิดสังคัง  

สังคังเกิดจากการติดเชื้อราในกลุ่ม Dermatophytes โดยเฉพาะ Trichophyton rubrum ที่พบบ่อยและทำให้อาการเรื้อรัง Trichophyton mentagrophytes ที่ทำให้รู้สึกระคายรุนแรง และ Epidermophyton floccosum โดยเชื้อราสามารถแพร่จากผิวหนังส่วนอื่น จากเล็บหรือขนสัตว์เข้าสู่บริเวณขาหนีบที่อับชื้นได้

 

  • การระคายและผิวอ่อนแอ จากการเสียดสีหรือภูมิคุ้มกันต่ำ ทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนลง เชื้อรากลุ่ม Dermatophytes จึงเจริญเติบโตได้ดี
  • ความอับจากเหงื่อ เสื้อผ้ารัดแน่น เหงื่อสะสมและเสื้อผ้ารัดแน่นทำให้บริเวณขาหนีบอับชื้น อุณหภูมิสูง สร้างสภาพแวดล้อมให้เชื้อราเติบโต และการระบายอากาศไม่ดียิ่งทำให้ความชื้นค้างนาน เพิ่มความเสี่ยงลุกลามมากขึ้น
  • เชื้อราที่เติบโตในสภาพอับชื้น อย่างเชื้อรา Dermatophytes เจริญได้ดีในที่อบอุ่น ชื้น มืด เช่น ขาหนีบ ทำให้สปอร์งอกและปล่อยเอนไซม์ย่อยเคราตินในผิวชั้นนอก จนเกิดผื่นระคายได้

อาการของสังคัง แบ่งตามระยะ

 

อาการสังคังระยะแรก

1.รู้สึกระคายเบาๆ บริเวณขาหนีบ โดยเฉพาะเมื่อมีเหงื่อออก หรือตอนกลางคืน

2.ผิวเริ่มมีสีแดงจางๆ หรือระคายเล็กน้อย โดยยังไม่มีขอบชัดหรือผื่นนูน

3.อาจมีรอยถลอกหรือคล้ำเล็กน้อยเมื่อเกา แต่ยังไม่ลุกลามเป็นวง

 

 อาการสังคังระยะรุนแรง

1.ผื่นแดงเข้มเป็นหย่อม สีน้ำตาลแดง มีขอบนูนชัดเจน ลุกลามเป็นวงกลมหรือครึ่งวงกลม ตรงกลางจางลงพร้อมผิวลอกขุย

2.รู้สึกระคายรุนแรงตลอดเวลา โดยเฉพาะกลางคืนหรือตอนมีเหงื่อ เกาบ่อยจนกลายเป็นรอยดำหรือแผลเปิด

3.ลามไปต้นขาด้านใน สะโพก หรือหน้าท้อง อาจเกิดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ทำให้รู้สึกบวมแดง มีหนองหรือรู้สึกปวด

 

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นสังคัง

  • สวมเสื้อผ้าที่รัดแน่นและไม่ระบายอากาศ ทำให้เกิดความชื้นสะสมและระบายอากาศไม่ดี
  • เหงื่อออกมากเกินไป สร้างสภาพอุ่นชื้นที่เหมาะสำหรับเชื้อรา โดยเฉพาะนักกีฬาหรือคนทำงานกลางแจ้ง
  • ไม่ค่อยอาบน้ำ หรือไม่ทำความสะอาดร่างกายเป็นประจำ ปล่อยให้สิ่งสกปรกและความชื้นตกค้าง
  • การมีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน ทำให้มีรอยพับผิวหนังที่กักเก็บความชื้นได้ง่าย
  • สัมผัสโดนเชื้อราจากที่ต่างๆ เช่น ผิวหนังส่วนอื่น เล็บ เส้นผม หรือขนสัตว์ที่ติดเชื้อ
  • มีระบบภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรงพอ เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน ทำให้ต้านเชื้อราได้ยาก

 

สังคังติดต่อได้หรือไม่?

สังคังติดต่อได้ผ่านการสัมผัสโดยตรง หรือสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อรา เช่น ผ้าเช็ดตัวหรือเสื้อผ้า ไม่ใช่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เสมอไป แต่เชื้อ Dermatophytes สามารถแพร่กระจายได้หากเกาหรือใช้ของร่วมกัน 

 

หลายคนอาจสงสัยว่าสังคังหายเองได้ไหม? ถ้าดูแลรักษาเร็วจะหายไวขึ้น แต่ถ้าปล่อยไว้ก็สร้างความสบายตัวในชีวิตประจำวัน และเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน ไม่ว่าจะเป็นติดเชื้อแบคทีเรียจากการเกา ทำให้เกิดแผลเปิด บวมแดง มีหนองหรือปวด รวมถึงลุกลามไปส่วนอื่นของร่างกาย

 

วิธีดูแลรักษาสังคัง

สังคังหายได้หากดูแลถูกวิธี ไม่ว่าจะวิธีรักษาสังคังแบบธรรมชาติ หรือด้วยยา แต่ไม่แนะนำปล่อยให้หายเองเพราะจะกลับมาเป็นซ้ำง่าย แล้วถ้าเป็นสังคังใช้ยาอะไรดี? สามารถรักษาด้วยยาต้านเชื้อราและการดูแลความสะอาด ช่วยให้หายภายใน 2 - 4 สัปดาห์ หากมีอาการรุนแรงควรพบแพทย์เพื่อใช้ยาเฉพาะบุคคล

วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น

  • ใช้แป้งทาต้านเชื้อราเบาๆ หลังเช็ดตัวแห้ง เพื่อดูดซับความชื้น แต่หลีกเลี่ยงแป้งที่มีน้ำหอมหรือระคายผิว
  • หลีกเลี่ยงการเกาเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน หากระคายรุนแรงให้ใช้ผ้าเย็นประคบแทน
  • อาบน้ำให้สะอาดทุกวัน โดยเฉพาะหลังเหงื่อออก เช็ดบริเวณขาหนีบ ต้นขาด้านใน และบั้นท้ายให้แห้งสนิท หลีกเลี่ยงการขัดถูแรง
  • สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศดี เปลี่ยนกางเกงในทุกวัน ไม่ใส่ชุดรัดรูปหรือชุดกีฬาที่ซักไม่สะอาด
  • ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าขนหนู เสื้อผ้า และซักของเหล่านี้ด้วยน้ำร้อนฆ่าเชื้อ

 

แนะนำผลิตภัณฑ์

Atoderm Gel Douche เจลอาบน้ำ เหมาะสำหรับผิวธรรมดา - ผิวแห้ง ช่วยทำความสะอาด ลดการสะสมของแบคทีเรีย มอบผิวเนียนนุ่มหลังอาบน้ำ เมื่อใช้แล้วจะไม่รู้สึกตึงผิว ล้างออกง่าย

Atoderm Huile de Douche ออยล์อาบน้ำ สำหรับผิวแห้ง - ผิวแห้งมาก ช่วยปลอบประโลมผิวระคายง่าย และอ่อนโยนต่อผิว ลดโอกาสอุดตัน ช่วยฟื้นบำรุงปราการผิว ทำให้รู้สึกสบายผิวหลังใช้

Atoderm CREME ULTRA ครีมบำรุงผิวธรรมดา สำหรับผิวธรรมดา - ผิวแห้ง ด้วยเทคโนโลยี Skin Protect Complex และ Omega Oil ช่วยฟื้นบำรุงเกราะป้องกันผิวให้นุ่ม เสริมเซราไมด์ให้ผิวชุ่มชื้น เนื้อครีมซึมไว ไม่เหนอะหนะ ใช้ได้ทุกวัน

Atoderm Intensive baume ครีมบำรุงผิวเข้มข้น เหมาะสำหรับผิวแห้ง - แห้งมาก ช่วยดูแลผิวแห้งกร้าน ฟื้นบำรุงให้ผิวชุ่มชื้น สบายผิว เสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง ช่วยให้รู้สึกระคายผิวน้อยลง

 

วิธีการใช้ยา

  • ทาครีมก่อนแต่งตัว ทำความสะอาดตัวแล้วเช็ดให้แห้ง จากนั้นทายา แต่หลีกเลี่ยงบริเวณอวัยวะเพศโดยตรง
  • ครีมทา Clotrimazole หรือ Miconazole ทาบริเวณที่เป็นและรอบๆ วันละ 2 ครั้ง เช้า - เย็น นาน 2 - 4 สัปดาห์ หรือต่ออีก 1 - 2 สัปดาห์หลังอาการดีขึ้น
  • ครีม Terbinafine หรือ Ketoconazole ทาเฉพาะจุดวันละ 1 - 2 ครั้ง นาน 1 - 2 สัปดาห์ เหมาะสำหรับอาการไม่รุนแรง
  • ยารับประทาน (กรณีรุนแรง) Terbinafine 250 มก. ต่อวัน นาน 2 - 4 สัปดาห์ หรือ Itraconazole ตามแพทย์สั่ง สำหรับลุกลามหรือกลับเป็นซ้ำ

*หยุดยาเมื่อผื่นหาย รอยเกาลดลง ทดสอบโดยไม่ทา 1 สัปดาห์ หากกลับมาเป็นให้กลับไปใช้ยาใหม่

 

วิธีป้องกันสังคัง ไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ

  • หลีกเลี่ยงความชื้นในร่มผ้า รักษาขาหนีบให้แห้ง ใช้ผ้าสะอาดซับเหงื่อหลังอาบน้ำหรือออกกำลังกาย
  • สวมผ้าฝ้ายหรือผ้าธรรมชาติที่ระบายอากาศดี หลีกเลี่ยงเสื้อผ้ารัดแน่นหรือผ้าสังเคราะห์
  • อาบน้ำทุกวัน โดยเฉพาะหลังเหงื่อออกมาก เปลี่ยนกางเกงในและเสื้อผ้าทุกวัน ซักด้วยน้ำร้อน
  • ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกัน เช่น ผ้าขนหนู เสื้อผ้า หรือกางเกงใน เพื่อป้องกันเชื้อราที่อยู่รอดนานบนพื้นผิว
  • ควบคุมน้ำหนัก ลดรอยพับผิวที่อับชื้น และหลีกเลี่ยงการเกาเพื่อไม่ให้เชื้อแพร่กระจาย

อาการสังคังแบบไหน ควรรีบพบแพทย์

  • อาการระคายไม่ดีขึ้นหลังทายาต้านเชื้อรา 2 สัปดาห์ หรือกลับมาเป็นซ้ำบ่อย แสดงว่าเชื้ออาจดื้อยาหรืออาจจะวินิจฉัยผิด
  • ผื่นลุกลามกว้างเกินขาหนีบ ไปยังต้นขา สะโพก หน้าท้อง หรืออวัยวะเพศ แสดงถึงการแพร่กระจายของเชื้อ
  • มีรอยแผลเปิด ถลอกเป็นวงกว้าง หรือผิวหนังลอกหนักมากขึ้นเรื่อยๆ
  • มีหนอง บวมแดง ปวดรุนแรง หรือมีไข้ อาจติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน
  • ผู้ป่วยเบาหวาน ภูมิคุ้มกันต่ำ หรืออาการรุนแรงตั้งแต่แรก ต้องการยาเฉพาะทาง

 

สังคังขาหนีบผู้หญิง vs สังคังผู้ชาย ต่างกันไหม?

สังคังขาหนีบผู้หญิง

  • พบได้น้อยกว่าผู้ชาย ประมาณ 10 - 20% ของผู้ป่วยทั้งหมด เนื่องจากลักษณะทางกายวิภาคของขาหนีบไม่เหมือนผู้ชาย
  • เกิดบริเวณร่องขาหนีบ ต้นขาด้านใน ร่องก้น หรือใกล้ช่องคลอด มากกว่าผู้ชายที่เป็นบริเวณอัณฑะ
  • ปัจจัยเสี่ยงเฉพาะ เช่น สวมชุดชั้นในรัดแน่น ผ้าสังเคราะห์ไม่ระบายอากาศ
  • อาการคล้ายผู้ชาย คือผื่นแดงรูปวงกลมหรือครึ่งดวงจันทร์ ระคายรุนแรง ขอบนูนชัด ผิวลอกขุย แต่ผู้หญิงอาจคันมากขึ้นช่วงมีประจำเดือนหรือตั้งครรภ์
  • รักษาด้วยครีมต้านเชื้อรา Clotrimazole แต่ต้องระวังไม่ให้เข้าช่องคลอดและรักษาความสะอาดมากขึ้น

 

สังคังขาหนีบผู้ชาย

  • พบบ่อยที่สุด ประมาณ 80 - 90% ของผู้ป่วยทั้งหมด เพราะอัณฑะกับขาหนีบเสียดสีกัน สร้างความร้อนชื้นที่เหมาะกับเชื้อ Dermatophytes
  • เกิดบริเวณร่องขาหนีบใกล้อัณฑะ ต้นขาด้านใน รอบองคชาต (แต่ไม่ลามเข้าไปในอัณฑะโดยตรง) และอาจลามไปที่ก้นได้
  • ปัจจัยเสี่ยงหลัก เช่น นักกีฬา ชอบใส่กางเกงรัด น้ำหนักเยอะ หรือเหงื่อออกมาก
  • อาการรุนแรงกว่าผู้หญิง ระคายมาก โดยเฉพาะหลังออกกำลังกายหรือกลางคืน ผื่นแดงรูปครึ่งดวงจันทร์ ขอบนูนชัด ลอกขุย
  • รักษาด้วยครีม Clotrimazole ทาวันละ 2 ครั้ง 2 - 4 สัปดาห์ ควบคู่ดูแลความแห้งและเสื้อผ้าหลวม

 

สรุป

เห็นกันไปแล้วว่า สังคังคืออะไร เป็นโรคผิวหนังจากการติดเชื้อราที่ดูแลรักษาให้หายและป้องกันได้ หากดูแลอย่างถูกวิธีตั้งแต่แรก เน้นรักษาความสะอาดและลดความอับชื้น เพราะจริงๆ แล้วสังคังเป็นโรคผิวหนังที่ดูแลได้ ควรอาบน้ำทันทีหลังทำกิจกรรมที่มีเหงื่อออก และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสูตรอ่อนโยน ลดการสะสมของแบคทีเรีย หลังอาบน้ำต้องเช็ดซอกพับขาให้แห้งสนิท และทายาต้านเชื้อราภายในเวลาที่แพทย์กำหนดต่อเนื่อง เพื่อลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำในระยะยาว

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสังคัง (FAQ)

สังคังกับกลาก เหมือนกันไหม?

สังคังกับกลากไม่เหมือนกัน กลาก (Tinea) เป็นชื่อรวมของโรคผิวหนังจากเชื้อรา Dermatophytes เกิดขึ้นกับผิวหนังในตำแหน่งต่างๆ ของร่างกาย ส่วนสังคัง (Tinea Cruris) หมายถึงกลากเฉพาะที่ขาหนีบ ต้นขาด้านใน และก้น

 

วิธีแก้รอยดําจากสังคัง ทำได้อย่างไร?

รอยดำจากสังคังเกิดจากการระคายเรื้อรัง การเกา และการสะสมเม็ดสีเมลานินหลังเชื้อราหายแล้ว จางลงเองใน 3 - 6 เดือนหากดูแลดี วิธีดูแลคือบำรุงผิว ฟื้นบำรุงและยับยั้งเม็ดสี หลีกเลี่ยงการเกาเพิ่มรอย ผลลัพธ์เห็นชัดใน 1 - 3 เดือนหากทำต่อเนื่อง

 

สังคังใช้เวลากี่วันหาย?

สังคังหายได้ใน 7 - 14 วัน หากรักษาด้วยครีมต้านเชื้อราที่ถูกต้องตั้งแต่เริ่มมีอาการ ต้องทายาต่อเนื่องอีก 1 - 2 สัปดาห์หลังหายสนิท เพื่อป้องกันกลับเป็นซ้ำ

 

ทําไมสังคังถึงไม่หายสักที?

สังคังไม่หายสักที เพราะสภาพแวดล้อมยังเอื้อให้เชื้อรา Dermatophytes เจริญเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะความอับชื้นและการรักษาที่ไม่ถูกต้อง เพราะหยุดยาเร็วเกินไปหรือเชื้อแพร่จากส่วนอื่นของร่างกาย

 

สังคังสามารถทาแป้งได้ไหม?

สังคังสามารถทาแป้งได้ โดยเฉพาะแป้งดูดความชื้นหรือแป้งเย็นที่ช่วยลดความอับชื้น และบรรเทาระคายชั่วคราว อย่างไรก็ตาม แป้งรักษาเชื้อราไม่ได้ ต้องใช้ร่วมกับครีมต้านเชื้อรา และอย่าลืมหลีกเลี่ยงแป้งที่มีน้ำหอมหรือสารระคายผิวด้วย

 

มะกรูดฆ่าเชื้อราได้ไหม?

มะกรูดมีฤทธิ์ต้านเชื้อราบางส่วนจากสาร Resorcinol ในเปลือก แต่ไม่สามารถฆ่าเชื้อ Dermatophytes ที่ก่อให้เกิดสังคังได้มีประสิทธิภาพเท่ายาต้านเชื้อรา การใช้มะกรูดช่วยบรรเทาอาการระคายและลดกลิ่นได้ แต่อาจระคายผิวบางคนและไม่สามารถลดโอกาสเกิดเชื้อได้หมด

 

แป้งโยคีสามารถรักษาสังคังได้ไหม?

แป้งโยคีไม่สามารถรักษาสังคังได้โดยตรง เพราะมีส่วนผสมหลักคือ Zinc Oxide ที่ช่วยลดการเสียดสีและดูดซับความชื้นได้ดี แต่ฆ่าเชื้อ Dermatophytes ไม่ได้

 

แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อราได้ไหม?

แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อราได้เฉพาะเชื้อราบนพื้นผิวแข็งหรือวัตถุ ไม่สามารถกำจัดเชื้อ Dermatophytes ที่ฝังลึกในชั้นผิวหนังของสังคังได้

 

ขาหนีบเสียดสีทายาอะไร?

ขาหนีบเสียดสีที่เกิดจากสังคังต้องทายาต้านเชื้อรา เพื่อกำจัดเชื้อ Dermatophytes และลดการอักเสบพร้อมกัน เช่น Clotrimazole หรือ Clotrimazole เป็นต้น

 

คันแบบไหนเป็นเชื้อรา?

คันแบบเชื้อรา (สังคัง) มีลักษณะเฉพาะที่แยกจากระคายทั่วไป เป็นผื่นแดงและขอบชัด ระคายจากภูมิแพ้หรือเสียดสี ไม่เป็นวงและลอกขุย