Key Takeaway

  • ผิวแห้งเป็นสภาพผิวที่ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมาได้น้อยกว่าปกติ ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น เกราะป้องกันผิวอ่อนแอ และกลายเป็นผิวแห้งสาก
  • ผิวแห้ง ลอกเป็นขุย เกิดจากอากาศที่ร้อนจัด หนาวจัด หรือความชื้นต่ำ ทำให้ผิวระเหยน้ำออกไป อาบน้ำบ่อยเกินไป กรรมพันธุ์ โครงสร้างผิว ฮอร์โมน การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระคายผิว
  • วิธีดูแลผิวแห้งและผิวแห้งลอกเป็นขุย เริ่มได้ด้วยการปรับพฤติกรรมประจำวัน เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอ่อนโยน เติมความชุ่มชื้นหลังอาบน้ำ และทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ
  • วิธีป้องกันผิวแห้งลอกเป็นขุยในระยะยาว ได้แก่ หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ทาครีมบำรุงผิวสม่ำเสมอทันทีหลังอาบน้ำ ดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ และงดพฤติกรรมทำร้ายผิว

 

ผิวแห้ง (Dry skin) คือผิวที่มีระดับไขมันผิวต่ำ ส่งผลให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอและขาดความชุ่มชื้น ทำให้น้ำระเหยออกจากผิวได้ง่ายกว่าปกติ ถ้าไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม ผิวอาจแห้งกร้าน ลอกเป็นขุย มีอาการระคาย และไวต่อมลภาวะรอบตัว การทำความเข้าใจสาเหตุและรู้วิธีเติมความชุ่มชื้น เป็นวิธีช่วยฟื้นบำรุงผิวให้กลับมาเนียนนุ่มและสุขภาพดีอีกครั้ง

ผิวแห้ง คืออะไร?

ผิวแห้ง คือสภาพผิวที่มีการผลิตน้ำมันจากต่อมไขมันน้อยกว่าปกติ เนื่องจากรูขุมขนมีขนาดเล็กทำให้น้ำมันออกมาหล่อเลี้ยงผิวได้ไม่เพียงพอ จนนำไปสู่สภาวะผิวขาดความชุ่มชื้นและเกราะป้องกันผิวอ่อนแอ ส่งผลให้ผิวมีลักษณะแห้งสาก ลอกเป็นขุย หรือในกรณีรุนแรงอาจแตกเป็นร่องคล้ายเกล็ดปลาและระคายร่วมด้วย อาการเหล่านี้ไม่ใช่แค่ทำให้ผิวระคายและแพ้ง่ายเท่านั้น แต่ยังมีโอกาสเกิดริ้วรอยได้ไวกว่าผิวประเภทอื่นอีกด้วย

 

ผิวแห้ง ลอกเป็นขุย เกิดจากอะไร

ปัจจัยภายนอก

  • สภาพอากาศ อากาศที่ร้อนจัด หนาวจัด หรือความชื้นต่ำ ทำให้ผิวระเหยน้ำออกไปได้ง่าย
  • พฤติกรรมการอาบน้ำ การอาบน้ำบ่อยเกินไป หรือใช้น้ำอุ่นจัดเป็นเวลานาน จะชะล้างไขมันดีที่ปกป้องผิวออกไป
  • การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ สบู่หรือโฟมล้างหน้าที่มีค่า pH เป็นด่างสูง รวมถึงแชมพูที่มีสารเคมีรุนแรง อาจดึงความชุ่มชื้นออกจากผิวจนทำให้ระคาย
  • สิ่งระคายรอบตัว ผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่ทำให้เนื้อผ้ากระด้าง เมื่อเสียดสีกับผิวเป็นเวลานานอาจกระตุ้นให้ผิวแห้ง ลอกเป็นขุย หรือเกิดผื่นแพ้ได้

 

ปัจจัยภายใน

  • กรรมพันธุ์ สภาพผิวแห้งที่ถูกส่งต่อมาทางสายเลือด
  • โครงสร้างผิว มีต่อมไขมันขนาดเล็กหรือมีจำนวนน้อย ทำให้ผลิตน้ำมันมาเคลือบผิวได้ไม่เพียงพอ
  • ช่วงวัยและฮอร์โมน อายุที่เพิ่มขึ้นทำให้การผลิตน้ำมันตามธรรมชาติลดลง รวมถึงฮอร์โมนแปรปรวน (โดยเฉพาะผู้หญิง) ที่ส่งผลต่อความชุ่มชื้นของผิว
  • พฤติกรรมการดื่มน้ำ การดื่มน้ำน้อยเกินไปจนร่างกายขาดน้ำ ส่งผลโดยตรงให้ผิวขาดความยืดหยุ่น

 

ผิวแห้งจากโรคทางผิวหนัง

  • โรคผื่นระคายสัมผัส (Contact Dermatitis) 

เกิดจากการที่ผิวสัมผัสกับสารเคมี ผลิตภัณฑ์ หรือฝุ่นละอองที่ก่อให้เกิดการแพ้และระคาย ส่งผลให้ผิวแห้ง คันยุบยิบ แดง และแห้งแตกจนลอกเป็นขุย อาการจะอยู่ต่อเนื่องประมาณ 2 - 4 สัปดาห์หลังจากสัมผัสสารกระตุ้นนั้น

 

  • โรคเซ็บเดิร์ม (Seborrheic Dermatitis) 

เป็นปัญหาผิวที่พบได้บ่อยในคนผิวแห้ง เกิดจากการอักเสบของต่อมไขมันใต้ชั้นผิวหนัง ทำให้ปรากฏผื่นแดงร่วมกับสะเก็ดหรือขุยสีขาวแกมเหลือง มีอาการผิวแห้งลอกและระคายร่วมด้วยในบริเวณที่มีความมันสะสม หรือบริเวณที่เป็นจุดพับของร่างกาย

 

  • โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) 

เป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายไปกระตุ้นและทำลายเซลล์ผิวของตัวเองจนผิวแบ่งตัวเร็วผิดปกติ ผิวจึงหนาตัว แห้ง และลอกเป็นขุยคล้ายสะเก็ดสีขาว - เงินบนพื้นผิวแดงๆ

อาการของผิวแห้ง

  • ผิวแห้งตึงและหยาบกร้าน รู้สึกผิวตึงหลังอาบน้ำ และผิวสัมผัสไม่เรียบเนียน
  • อาการระคาย มาพร้อมผื่นแดงที่มองเห็นได้ชัด
  • ผิวแห้งเป็นขุย เริ่มตั้งแต่ขุยเล็กๆ ไปจนถึงการตกสะเก็ด หรือผิวแตกจนเลือดออกและมีอาการแสบ
  • ผิวบอบบาง ผิวดูบางลง ทำให้ไวต่อแสงแดด เกิดฝ้า และผิวไหม้ง่าย
  • เกิดริ้วรอยได้ง่าย เกิดรอยเหี่ยวย่นหรือร่องลึกได้ง่ายกว่าผิวประเภทอื่น
  • ผิวแห้งจนแดง และตกสะเก็ด หรือถึงขั้นลอกจนเลือดออก

 

อาการของผิวขาดน้ำ

  • ผิวมันปกติหรือมันมาก แต่รู้สึกตึงจากด้านใน
  • ผิวดูหมอง โทรม ไม่สดใส
  • มีริ้วเส้นเล็กเห็นชัด
  • แต่งหน้าไม่ติด ตกร่อง หรือเป็นคราบ
  • บางบริเวณมันเยิ้ม เพราะผิวผลิตน้ำมันมาชดเชยการขาดน้ำ

 

ผิวแห้งต่างจากผิวขาดน้ำอย่างไร

แม้ผิวแห้งและผิวขาดน้ำจะมีอาการลอกคล้ายกัน แต่สาเหตุแตกต่างกันอย่างชัดเจน

  • ผิวแห้ง เกิดจากการขาดน้ำมัน ต่อมไขมันผลิตน้ำมันน้อย ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย และรู้สึกแห้งตึงตลอดวัน
  • ผิวขาดน้ำ (Dehydrated Skin) เป็นภาวะผิวที่ขาดน้ำในชั้นผิว แม้ผิวภายนอกจะมันปกติหรือมันมากก็สามารถเกิดขึ้นได้ พบได้ในทุกสภาพผิว

 

วิธีดูแลผิวแห้งและผิวแห้งลอกเป็นขุย   

ปรับพฤติกรรมประจำวัน

  • ควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ หรือประมาณ 6 - 8 แก้วต่อวัน
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้น Omega-3 เช่น ปลาทู ปลาแซลมอน ผักโขม และถั่วเหลือง
  • เลือกทานอาหารที่อุดมด้วยวิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินอี เพื่อช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื้นและดูอิ่มน้ำมากขึ้น
  • ปรับพฤติกรรมการดูแลผิว หลีกเลี่ยงการขัดถูผิวแรงๆ
  • ต้องทาครีมกันแดดสม่ำเสมอเพื่อป้องกันไม่ให้รังสี UV ทำร้ายผิว
  • พักผ่อนให้เพียงพอ รวมถึงหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เป็นสาเหตุทำให้ผิวแห้ง

เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอ่อนโยน

  • ควรอาบน้ำในอุณหภูมิห้อง เพราะน้ำที่ร้อนเกินไปจะชะล้างไขมันตามธรรมชาติ ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น
  • หลีกเลี่ยงการอาบน้ำหรือแช่น้ำร้อนเป็นเวลานาน
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีค่า pH ประมาณ 5 เพื่อให้ใกล้เคียงกับสภาพผิว เพื่อดูแลปราการผิวให้แข็งแรง
  • เลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอม พาราเบน และสารลดแรงตึงผิวที่เข้มข้นเกินไป เพราะอาจทำให้ผิวแห้ง ลอกเป็นขุยๆ ได้

 

Atoderm Gel douche เจลอาบน้ำสูตรไม่มีสบู่ อ่อนโยนต่อผิว เหมาะสำหรับผิวธรรมดา - ผิวแห้ง ช่วยทำความสะอาดและคงความสมดุลให้กับผิวได้ ด้วยเนื้อเป็นเจลโฟม ล้างออกง่าย ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังล้างออก ดูแลผิวให้นุ่มชุ่มชื้น

 

Atoderm Huile de douche ออยล์อาบน้ำที่ให้ความชุ่มชื้นยาวนาน สำหรับผิวแห้ง - แห้งมาก นอกจากช่วยทำความสะอาด ลดการสะสมของแบคทีเรีย หรือลดอุดตันแล้ว ยังฟื้นบำรุงปราการผิวที่ระคายง่ายให้กลับมาแข็งแรง เนียนนุ่ม และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ 

เติมความชุ่มชื้นให้ผิวทันทีหลังอาบน้ำ

  • ควรทาครีมบำรุงผิวทันทีหลังอาบน้ำเสร็จ ในขณะที่ผิวยังหมาดๆ
  • เน้นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยเติมและกักเก็บความชุ่มชื้นสำหรับผิวแห้งกร้าน เช่น Glycerol, Ceramide หรือ Vitamin B3

 

Atoderm CREME ULTRA ครีมบำรุงผิวนุ่มชุ่มชื้น สำหรับผิวธรรมดา - ผิวแห้ง ด้วยเทคโนโลยี Skin Protect Complex และ Omega Oil ฟื้นบำรุงปราการผิวให้แข็งแรง สุขภาพดี เนื้อครีมซึมไว ไม่ทำให้รู้สึกเหนอะหนะหลังใช้ 

 

Atoderm Intensive baume ครีมบำรุงผิวเนื้อเข้มข้น สำหรับผิวแห้ง - แห้งมาก เน้นปลอบประโลมผิวที่แห้งกร้าน ทำให้ผิวกลับมานุ่มชุ่มชื้น รู้สึกสบายผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะหลังใช้งาน บำรุงผิวอย่างล้ำลึก ไม่ทำให้ผิวมันหลังใช้ และไม่มีน้ำหอมที่ทำให้ระคายผิว

หมั่นทาครีมกันแดด

  • ใช้ครีมกันแดดทุกวันแม้อยู่ในร่ม SPF 30+ PA+++ ปกป้อง UVA / UVB ป้องกันผิวแห้งลอกจากรังสี UV ที่เร่งให้สูญเสียน้ำและทำลายปราการผิว
  • เลือกสูตรสำหรับผิวแห้ง เนื้อครีมหรือโลชั่นที่มีส่วนผสมเพิ่มความชุ่มชื้น เช่น ไฮยาลูรอนิก เซราไมด์ กลีเซอรีน
  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์หรือน้ำหอมที่ระคายผิว
  • ทาซ้ำทุก 2 - 3 ชม. หรือหลังว่ายน้ำ เหงื่อออก ใช้ปริมาณ 2 ข้อนิ้วสำหรับหน้า ทาเป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังบำรุง

 

Photoderm XDefense ครีมกันแดดที่ตอบโจทย์ทุกสภาพผิว ผิวระคายหรือเป็นสิวง่ายก็ใช้ได้ พร้อมดูแลผิวจากแสงแดด รังสี UV ทั้ง UVA และ UVB ด้วยเนื้อ Ultra Fluid ไม่ทำให้รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ ไม่เป็นคราบขาวและให้ผิวที่แมตต์หลังใช้งาน

 

วิธีป้องกันผิวแห้งลอกเป็นขุยในระยะยาว

  • หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด เพื่อลดการถูกทำร้ายผิวจากแสงแดดโดยตรง
  • ทาครีมบำรุงผิวสม่ำเสมอ ควรทาทันทีหลังอาบน้ำทุกครั้งเพื่อคงความชุ่มชื้น
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ ให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย
  • พักผ่อนให้เพียงพอ ควรนอนหลับอย่างน้อย 6 - 8 ชั่วโมงต่อวัน
  • งดพฤติกรรมทำร้ายผิว เลี่ยงการสูบบุหรี่และงดดื่มแอลกอฮอล์

 

ผิวแห้งรุนแรงแค่ไหนที่ควรพบแพทย์

  • ดูแลเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้น เมื่อพยายามดูแลด้วยตัวเองในระยะหนึ่งแล้วแต่อาการยังไม่ดีขึ้น
  • มีอาการเจ็บปวดและอักเสบ ผิวแห้งที่มีอาการอักเสบ แดง หรือรู้สึกเจ็บปวดร่วมด้วย
  • ผิวแห้งคันจนมีแผลจากการเกา หรือมีสัญญาณของการติดเชื้อที่ผิวหนัง
  • ผิวแห้งลอกเป็นขุยกระจายตัวเป็นบริเวณกว้าง
  • ผิวมีลักษณะคล้ำดำและหนาตัวขึ้น ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเสี่ยงของมะเร็งผิวหนัง

 

สรุป

ผิวแห้งลอกเป็นขุยเกิดจากต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมาเคลือบผิวได้น้อยกว่าปกติ ทำให้ปราการผิวอ่อนแอและสูญเสียน้ำได้ง่าย มีสาเหตุจากกรรมพันธุ์ อายุ สภาพอากาศ พฤติกรรมการอาบน้ำอุ่นจัด และการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีรุนแรง 

 

ในการดูแลที่ถูกต้องควรเน้นดูแลความชุ่มชื้นเป็นหลัก เริ่มจากการอาบน้ำอุณหภูมิปกติ ใช้เจลอาบน้ำสูตรอ่อนโยน และรีบทาครีมบำรุงทันทีหลังอาบน้ำเพื่อล็อกความชุ่มชื้น ควบคู่ไปกับการดื่มน้ำวันละ 6 - 8 แก้ว ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ ถ้าผิวมีอาการอักเสบ เจ็บปวด ติดเชื้อ หรือหนาตัวผิดปกติ ควรเข้าพบแพทย์ผิวหนังเพื่อตรวจวินิจฉัยและดูแลอย่างถูกวิธี

 

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหาผิวแห้ง (FAQ)

ผิวแห้งทำให้เกิดสิวไหม?

ทั้งผิวมันหรือแห้งจนเกินไปต่างก็ทำให้ผิวเสียสมดุลและอ่อนแอ จนระคายง่าย โดยเฉพาะคนผิวแห้งจะมีวงจรการผลัดเซลล์ผิวที่ช้ากว่าปกติ ทำให้เซลล์ผิวเก่าตกค้างและสะสมอยู่บนผิวหนัง เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการอุดตันในรูขุมขนและกลายเป็นสิวได้ในที่สุด

 

ผิวแห้งควรกินวิตามินอะไร?

วิตามินหลักที่มีส่วนช่วยให้ผิวแห้งกลับมาดูชุ่มชื้นและอิ่มน้ำอีกครั้ง ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินอี วิตามินซี และวิตามินบี เพราะการรับประทานอาหารเพียงอย่างเดียวอาจให้ปริมาณวิตามินไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย การเลือกรับประทานอาหารเสริมจึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยฟื้นบำรุงผิวที่ขาดน้ำให้กลับมามีสุขภาพดี 

 

ผิวหนังแห้งมีเกล็ดปกคลุม เกิดจากอะไร?

ผิวหนังแห้งมีเกล็ดปกคลุมเกิดจากการสูญเสียความชุ่มชื้นและสมดุลของเกราะปราการผิว ทำให้เซลล์ผิวตายสะสมเป็นเกล็ดขุย

 

ผิวแห้งทั้งตัวเกิดจากอะไร?

ผิวแห้งทั้งตัวเกิดจากการสูญเสียความชุ่มชื้นและน้ำมันตามธรรมชาติในชั้นผิว ทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลง สาเหตุหลักแบ่งเป็นปัจจัยภายในและภายนอก ไม่ว่าจะเป็นต่อมไขมันผลิตน้ำมันน้อยลง ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เจอสภาพอากาศแห้ง เย็น อาบน้ำร้อนนานๆ

 

เซ็บเดิร์มหายเองได้ไหม?

เซ็บเดิร์มไม่สามารถหายเองได้ตามธรรมชาติ เนื่องจากเป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่เกิดจากการตอบสนองผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันต่อเชื้อรา Malassezia บนผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณที่มีต่อมไขมันหนาแน่น เช่น หนังศีรษะ ใบหน้า หรือลำตัว ทำให้เกิดอาการแดง ระคาย ลอกเป็นขุย

 

คนผิวแห้งไม่ควรกินอะไร?

คนผิวแห้งควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้ร่างกายสูญเสียความชุ่มชื้นหรือกระตุ้นการอักเสบเพิ่ม เช่น อาหารรสจัด รสเผ็ด ของทอด มีไขมันทรานส์ น้ำตาลสูง อาหารแปรรูป คาเฟอีน และแอลกอฮอล์

 

วิธีดูว่าเป็นมะเร็งผิวหนัง ทำได้อย่างไร?

เริ่มจากการสังเกตอาการผิดปกติด้วยตัวเองและยืนยันโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ถ้าสังเกตด้วยตัวเองดูได้จากรอยโรคหรือไฝที่มีรูปร่างไม่สมมาตร ครึ่งซีกไม่เหมือนกัน ขอบไม่เรียบเป็นหยัก ขรุขระ หรือไม่ชัดเจน สีไม่สม่ำเสมอ มีหลายสี และมีการเปลี่ยนแปลงขนาด รูปร่าง สี แต่ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์จะดีกว่า

 

อาการคันยิบๆ ที่หน้าเกิดจากอะไร?

อาการคันยิบๆ ที่หน้าเกิดได้หลายสาเหตุ ส่วนใหญ่เชื่อมโยงกับผิวแห้งหรือการระคายที่ทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอ เช่น ผิวขาดน้ำ ผิวระคายจากผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่ หรือมลภาวะ

 

โรคเซ็บเดิร์มกับสะเก็ดเงิน ต่างกันอย่างไร?

เซ็บเดิร์ม (Seborrheic Dermatitis) และสะเก็ดเงิน (Psoriasis) เป็นโรคผิวหนังอักเสบที่ทำให้เกิดสะเก็ดและผื่นแดงคล้ายกัน แต่ตำแหน่งที่เกิดต่างกัน โดยเซ็บเดิร์มพบในบริเวณมีต่อมไขมันหนาแน่น เช่น หนังศีรษะ คิ้ว ซอกจมูก ใบหน้า หน้าอก หลัง ส่วนสะเก็ดเงินเกิดที่ศอก เข่า หลัง สะโพก หนังศีรษะ แต่ไม่ค่อยอยู่บนหน้า นูนหนากว่าบริเวณศอก เข่า

 

โรคเซ็บเดิร์มขาดวิตามินอะไร?

โรคเซ็บเดิร์มไม่ได้เกิดจากการขาดวิตามินโดยตรง แต่การขาดวิตามินบางชนิด เช่น วิตามิน B2 (Riboflavin), B3 (Niacin), B6 (Pyridoxine), B9 (Folate) และไบโอติน (Biotin) รวมถึงสังกะสี (Zinc) ก็ทำให้เสี่ยงเป็นโรคได้