Key Takeaway

  • สิวหัวช้างคือสิวอักเสบชนิดรุนแรง ลักษณะเป็นตุ่มนูน แข็ง ปวดบวม มีหนองและเลือดคั่งอยู่ลึกใต้ชั้นผิวหนัง มักพบบริเวณคาง จมูก และแผ่นหลัง
  • สิวหัวช้าง เกิดจากรูขุมขนอุดตันร่วมกับการติดเชื้อแบคทีเรียอย่างรุนแรง โดยมีฮอร์โมนแอนโดรเจนที่กระตุ้นการผลิตน้ำมัน กรรมพันธุ์ สภาพอากาศ และความเครียดสะสม เป็นปัจจัยกระตุ้นหลัก
  • วิธีรักษาสิวหัวช้างทำได้ด้วยการไม่บีบหรือเจาะเอง ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ตรงจุด เช่น การใช้ยาทาเฉพาะที่ ยารับประทานกลุ่มปฏิชีวนะ หรือการฉีดยาลดการอักเสบเข้าที่เม็ดสิวโดยตรงเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดหลุมสิว
  • วิธีป้องกันสิวหัวช้าง ควรล้างหน้าให้สะอาดด้วยคลีนเซอร์สูตรอ่อนโยน เลือกใช้สกินแคร์ที่ลดอุดตัน (Non-comedogenic) พักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด และหลีกเลี่ยงการจับหรือสัมผัสใบหน้าระหว่างวัน

 

หากพูดถึงปัญหาสิว อาการสิวหัวช้างเป็นปัญหาที่ใครหลายคนกังวล เพราะเป็นสิวที่มีลักษณะบวม แดง มีขนาดนูนใหญ่ เห็นได้ชัด และรู้สึกเจ็บเมื่อสัมผัส อาจมีหัวหรือไม่มีหัวสิวก็ได้ และเมื่อหายดีแล้วก็ยังมีโอกาสเกิดรอยดำหรือหลุมสิวตามมาภายหลังได้หากดูแลไม่ถูกวิธี โดยสิวหัวช้างมีสาเหตุ จะมีวิธีรักษาและป้องกันอย่างไร บทความนี้มีคำตอบ

สิวหัวช้างคืออะไร

สิวหัวช้าง คือสิวอักเสบระดับรุนแรงที่มีขนาดใหญ่กว่าสิวอักเสบทั่วไป มีลักษณะเป็นตุ่มนูนแดง แข็ง ภายในมีหนองและเลือดคั่งอยู่ลึกใต้ชั้นผิวหนัง ก่อให้เกิดอาการปวดและบวมแดงมาก สิวชนิดนี้มักไม่มีหัวสิวที่ชัดเจนให้บีบหรือกดออกได้ง่าย การอักเสบมักลุกลามและทำลายเนื้อเยื่อบริเวณรอบๆ ทำให้มีโอกาสที่จะทิ้งรอยดำ รอยแดง รอยแผลเป็นนูน และหลุมสิวแบบถาวรไว้หลังจากการอักเสบยุบตัวลง

 

สาเหตุการเกิดสิวหัวช้าง เกิดจากอะไร

  • เชื้อแบคทีเรีย C.acnes แบคทีเรียบนผิวหนังกระตุ้นให้ร่างกายตอบสนองด้วยการอักเสบสะสมใต้ผิว จนกลายเป็นหนองคล้ายฝี และอาจทิ้งรอยแผลเป็นหลังหนองแตก
  • การจับหรือสัมผัสใบหน้าบ่อยๆ การใช้มือจับผิวหน้าจะยิ่งทำให้การอักเสบใต้ผิวรุนแรงขึ้น และส่งผลให้สิวในบริเวณใกล้เคียงเกิดการลุกลามเป็นวงกว้าง
  • การใช้เครื่องสำอางที่ไม่เหมาะกับผิวเป็นสิว ผลิตภัณฑ์ที่มีสารก่ออุดตัน เช่น ซิลิโคน จะยิ่งทำให้มีโอกาสเกิดอุดตัน อักเสบรุนแรง และรักษาได้ยากขึ้น รวมถึงอาจกระตุ้นให้เกิดสิวประเภทอื่นอย่างสิวผดร่วมด้วย
  • การนอนดึกและพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลให้ร่างกายขาดการฟื้นบำรุง ระบบภายในรวน ผิวเกิดความเครียดและแห้งกร้าน ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสเกิดสิวและรอยสิวใหม่
  • ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากเกินไป มักพบในวัยรุ่นที่ฮอร์โมนแปรปรวน ส่งผลให้หน้ามันจนเกิดสิวเสี้ยนหรือสิวอุดตัน ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานก็สามารถพัฒนาไปเป็นสิวหัวช้างได้
  • การอักเสบและการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน เกิดจากเซลล์เม็ดเลือดขาวเข้ากำจัดแบคทีเรียในชั้นผิวตามกลไกภูมิคุ้มกัน จนทำให้เกิดการอักเสบและลุกลามกลายเป็นสิวหัวช้างขนาดใหญ่หรือสิวหัวช้างแบบไม่มีหัว

 

บริเวณที่มักเกิดสิวหัวช้าง มีตรงไหนบ้าง

  • สิวหัวช้างที่คาง มักเกิดจากการใช้มือที่สกปรกสัมผัสใบหน้า เช่น พฤติกรรมการเท้าคางหรือจับคางบ่อยๆ รวมถึงการสวมใส่หน้ากากอนามัยที่ทำให้เกิดการเสียดสีกับผิวหนังเป็นประจำ
  • สิวหัวช้างที่จมูก เป็นบริเวณยอดฮิตเนื่องจากอยู่ในพื้นที่ T-Zone ซึ่งมีต่อมไขมันหนาแน่นและผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมาในปริมาณมากจนนำไปสู่การอุดตัน
  • สิวหัวช้างที่หลัง เกิดจากเหงื่อที่ออกมากและการอับชื้นใต้ร่มผ้า รวมถึงการโดนเสียดสีจากเนื้อผ้าเป็นประจำ จึงกระตุ้นให้เกิดสิวบริเวณลำตัวได้ง่าย

วิธีรักษาแก้สิวหัวช้าง ทำอย่างไร

  • ใช้ยาทาเฉพาะที่รักษาสิวหัวช้าง ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพราะยามีความรุนแรงและอาจส่งผลข้างเคียงทำให้ผิวแห้ง ลอก หรือเกิดรอยสิวตามมาได้ ได้แก่
    • ยาทากลุ่ม Isotretinoin (เรตินอยด์) ช่วยกระตุ้นและดันสิวรวมถึงการอักเสบใต้ผิวให้หลุดออกมา โดยทั่วไป ใช้เวลารักษานานประมาณ 20-28 สัปดาห์ หรือมากกว่านั้น มีผลข้างเคียงทำให้ผิวไวต่อแสง และผู้ตั้งครรภ์ต้องหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด
    • ยาทากลุ่ม Salicylic Acid (BHA) ช่วยทำหน้าที่ผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้ว พร้อมช่วยฆ่าเชื้อโรคและลดการสะสมของแบคทีเรียที่อุดตันอยู่ตามรูขุมขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    • ยาทากลุ่ม Benzoyl Peroxide (BP) ยาแต้มสิวที่มีฤทธิ์ในการต้านและฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิวอักเสบ พร้อมทั้งช่วยลดปัญหาผิวมันส่วนเกินบนใบหน้า
    • การรักษาด้วยยารับประทานเพิ่มเติม ในกรณีที่สิวอักเสบรุนแรงมากหรือใช้ยาทาสิวหัวช้างแบบไม่มีหัวแล้วไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีพอ แพทย์อาจพิจารณาการรักษาโดยการให้ยารับประทานกลุ่มสเตียรอยด์หรือยาปฏิชีวนะร่วมด้วย
  • ห้ามบีบ กด หรือเจาะสิวเด็ดขาด การพยายามบีบหรือกดสิวหัวช้างจะยิ่งดันให้หนองและเชื้อแบคทีเรียกระจายตัวลึกลงไปในชั้นผิวหนัง ทำให้การอักเสบรุนแรง ลุกลาม และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดแผลเป็นถาวรหรือหลุมสิว
  • ปรับเปลี่ยนสกินแคร์และวิธีดูแลผิว ล้างหน้าทำความสะอาดผิวอย่างเบามือด้วยคลีนเซอร์สูตรอ่อนโยนสำหรับผิวเป็นสิว หลีกเลี่ยงการสครับผิว ถูหน้าแรงๆ และงดใช้เครื่องสำอางหรือสกินแคร์ที่มีส่วนผสมอุดตันรูขุมขน

วิธีป้องกันสิวหัวช้าง ไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ

ปรับพฤติกรรมการกิน

  • ลดการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูงและคาร์โบไฮเดรตขัดสี เนื่องจากจะไปกระตุ้นอินซูลินให้ผลิตไขมันบนใบหน้าเพิ่มขึ้น
  • หลีกเลี่ยงหรือจำกัดการบริโภคผลิตภัณฑ์จากนมวัว (Dairy products) และเวย์โปรตีน ซึ่งอาจมีฮอร์โมนที่กระตุ้นให้เกิดสิว
  • เน้นรับประทานผัก ผลไม้ และอาหารที่อุดมไปด้วยโอเมกา 3 เช่น ปลาแซลมอน เพื่อช่วยลดกระบวนการอักเสบในร่างกาย

 

จัดการความเครียดและพักผ่อนให้เพียงพอ

  • นอนหลับพักผ่อนให้ครบ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้ร่างกายและผิวหนังได้ซ่อมแซมตัวเองอย่างเต็มที่
  • หากิจกรรมคลายเครียด เช่น ออกกำลังกาย หรือทำสมาธิ เนื่องจากความเครียดจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) กระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากผิดปกติ

 

รักษาความสะอาดของใบหน้าและสิ่งที่สัมผัสใบหน้า

  • การล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม เลือกใช้เจลล้างหน้าและคลีนซิ่งที่เหมาะกับสภาพผิว เพื่อช่วยลดโอกาสการเกิดสิวและป้องกันปัญหาผิวทั่วไปอย่างมีประสิทธิภาพ
  • หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า รวมถึงหมั่นทำความสะอาดของใช้ที่ต้องสัมผัสหน้าโดยตรง เช่น แปรงแต่งหน้า หน้ากากอนามัย และการเปลี่ยนปลอกหมอนอยู่เป็นประจำเพื่อป้องกันสิ่งสกปรกหมักหมม
  • ล้างหน้าให้สะอาดวันละ 2 ครั้ง (เช้า-เย็น) เพื่อกำจัดความมันส่วนเกิน สิ่งสกปรก และแบคทีเรียที่สะสมระหว่างวัน
  • สระผมเป็นประจำและหลีกเลี่ยงการปล่อยให้เส้นผมปรกหน้า เพื่อลดการสะสมของเหงื่อและผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมบนผิวหน้า

 

เลี่ยงการแคะ แกะ บีบ หรือสัมผัสสิว

  • หลีกเลี่ยงการนำมือที่ยังไม่ได้ล้างมาสัมผัสใบหน้าระหว่างวัน เพื่อป้องกันการนำเชื้อแบคทีเรียและสิ่งสกปรกเข้าสู่ผิว
  • ห้ามแคะ แกะ หรือพยายามบีบสิวด้วยตัวเอง เพราะจะทำให้สิวอักเสบหนักกว่าเดิม เชื้อลุกลาม และทิ้งรอยแผลเป็นหรือหลุมสิวถาวร

 

ล้างหน้าให้สะอาด

  • ล้างทำความสะอาดผิวหน้าอย่างถูกวิธีเป็นประจำทุกวัน เพื่อลดปัญหาผิวมันส่วนเกิน ฝุ่นละออง สิ่งสกปรก และแบคทีเรียที่สะสมอยู่บนผิว
  • เช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางและครีมกันแดดก่อนล้างหน้า เพื่อลดอุดตันในรูขุมขนซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว
  • ควรล้างหน้าอย่างเบามือ หลีกเลี่ยงการขัด ถู หรือสครับผิวหน้าแรงๆ เพื่อป้องกันการระคายและไม่กระตุ้นให้สิวเดิมเกิดการอักเสบเพิ่มขึ้น

 

Sébium H2O คลีนซิ่งไมเซล่า วอเตอร์ ที่ช่วยแก้ปัญหาผิวเป็นสิวง่าย ผิวผสม ถึงผิวมัน ช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกจากผิวได้ถึง 95%1 โดยไม่ทำลายสมดุลของผิว หรือทำให้ผิวดูแห้ง ลดโอกาสเกิดสิวซ้ำ ช่วยกำจัดสิวต่างๆ รวมถึงสิวหัวช้าง และยังอ่อนโยนต่อผิว ใช้งานง่ายไม่ต้องล้างน้ำหลังใช้

 

อ้างอิง

  1. Usage test on 20 volunteers aged 19 to 46, with combination or oily skin, for 7 days.

 

เลือกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเรื่องสิว

  • การใช้โทนเนอร์เตรียมผิว ควรเช็ดผิวด้วยโทนเนอร์หลังล้างหน้าเสร็จทุกครั้ง เพื่อปรับสภาพผิวและเตรียมผิวหน้าให้พร้อมรับสารบำรุงในขั้นตอนต่อไปได้อย่างเต็มที่
  • การเลือกสกินแคร์ที่ตรงกับสภาพผิว ควรเลือกใช้เซรั่มและครีมดูแลผิวที่เหมาะกับปัญหาผิวของตัวเอง เพื่อให้การฟื้นบำรุงผิวมีประสิทธิภาพ
  • การเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยน สำหรับผู้ที่มีผิวแห้งตึงควรเลือกใช้เจลล้างหน้าแทนโฟมทั่วไป เนื่องจากมีสารทำความสะอาดที่รุนแรงน้อยกว่าและมีความอ่อนโยนต่อผิวมากกว่า
  • เลือกใช้สกินแคร์และเครื่องสำอางที่มีระบุว่า Non-comedogenic เพื่อลดโอกาสการอุดตันในรูขุมขน
  • ใช้ผลิตภัณฑ์เวชสำอางที่ออกแบบมาสำหรับผู้ที่มีผิวมัน ผิวผสม และผิวเป็นสิวง่ายโดยเฉพาะ มีความอ่อนโยน ไม่ทำร้ายเกราะป้องกันผิว
  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน (Oil-free) แอลกอฮอล์ และน้ำหอมที่อาจก่อให้เกิดการระคายผิว

 

Sébium Serum เซรั่มสำหรับผิวเป็นสิว มีริ้วรอย หรือรูขุมขนกว้าง ช่วยลดโอกาสเกิดสิว ช่วยเรื่องหน้ามัน และลดโอกาสเกิดรอยสิว พร้อมช่วยให้ริ้วรอยแลดูลดลง นอกจากช่วยเรื่องหน้ามัน ช่วยลดสาเหตุสิวแล้ว ยังมอบความชุ่มชื้นยาวนานถึง 8 ชั่วโมง เห็นผลลัพธ์ที่พิสูจน์แล้วใน 7 วัน ในเรื่องของปัญหาสิว รอยสิว รูขุมขนกว้าง และริ้วรอย1

 

อ้างอิง

  1. Use test under dermatological control, on 33 subjects, during 28 days, % of satisfaction, 2022

 

หมั่นรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว

  • ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิวเป็นประจำ ป้องกันผิวมันขาดน้ำที่ร่างกายจะยิ่งผลิตน้ำมันออกมาชดเชยจนอุดตันรูขุมขน
  • เลือกมอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อบางเบา เช่น เนื้อเจล หรือเซรั่ม ที่ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดี
  • ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อช่วยรักษาสมดุลความชุ่มชื้นของผิวจากภายใน

 

Sébium Sensitive ครีมบำรุงผิวเป็นสิวง่าย ช่วยปลอบประโลม ลดโอกาสเกิดสิว ไม่ก่อให้เกิดสิวอุดตัน แต่ยังคืนความชุ่มชื้นให้กับผิวยาวนาน 12 ชั่วโมง1 อ่อนโยนต่อผิวแพ้ระคายง่าย เพื่อให้ผิวแข็งแรงขึ้น และช่วยลดโอกาสเกิดสิวซ้ำ สามารถใช้ทาก่อนแต่งหน้าได้ดี 89% ของผู้ใช้รู้สึกสบายผิวหลังใช้ และรู้สึกผิวอ่อนนุ่มขึ้น 78%2

 

อ้างอิง

  1. Evaluation of hydrating power on 10 volunteers aged 35 to 65, with dry or moderately hydrated skin on the forearms, for 24 hours.
  2. Usage test on 18 volunteers, with combination to oily skin, including 72% with acne prone skin and 28% with sensitive or fragile skin, for 28 days.

 

หลีกเลี่ยงแสงแดด

  • ความร้อนจากแสงแดดกระตุ้นให้ผิวผลิตไขมันมากกว่าปกติ ขณะที่รังสียูวีทำลายลึกถึงโครงสร้างผิวภายในและส่งผลเสียในระยะยาว การหลีกเลี่ยงแสงแดดจึงช่วยลดโอกาสเกิดสิวอุดตันและสิวหัวช้างได้
  • ปกป้องผิวด้วยครีมกันแดด ในกรณีที่หลีกเลี่ยงแสงแดดได้ยาก ควรใช้ครีมกันแดดเป็นประจำเพื่อทำหน้าที่ปกป้องและป้องกันผิวจากการโดนทำร้ายด้วยความร้อนและรังสียูวี

 

Photoderm XDefense Ultra-Fluid (Invisible) กันแดดเนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ให้ฟินิชแมตต์ ปกป้องผิวจากแสงแดด มลภาวะ และคลื่นความร้อนได้ถึง 99%1 ป้องกันการเกาะจับของมลภาวะได้มากกว่า 33%2 มี Antioxidant จาก Ectoin และ Mannitol ช่วยให้ริ้วรอยแลดูลดเลือน ปรับให้ผิวแลดูกระจ่างใส แข็งแรงขึ้นจากการเผชิญแสงแดดและมลภาวะได้ถึง 164%3 แต่ผลิตภัณฑ์นี้มีน้ำหอมเล็กน้อย ผิวบอบบางจึงควรทดสอบก่อนใช้

 

Photoderm XDefense Ultra-Fluid (Shade 01) กันแดดสีเนื้ออ่อน ปกป้องผิวจากแสงแดด รังสี UV มลภาวะ และคลื่นความร้อนได้ถึง 99%1 เสริมด้วย Iron Oxides ช่วยป้องกัน Visible Light ที่ทำให้เกิดฝ้าและความหมองคล้ำ ป้องกันการจับเกาะของมลภาวะได้มากกว่า 33%2 พร้อมมี Ectoin และ Mannitol ช่วยเป็น Antioxidant ให้กับผิว ปรับผิวให้ดูกระจ่างใส แข็งแรงจากมลภาวะ ได้ถึง 164%3

 

นอกจากนี้ยังมี Photoderm XDefense Ultra-Fluid (Shade 02) และ Photoderm XDefense Ultra-Fluid (Shade 03) กันแดดเฉดสีที่เข้มขึ้นเพื่อรองรับสีผิวที่หลากหลาย ช่วยให้เลือกแมตช์ได้ตรงกับสีผิวจริง มอบการปกป้องผิวที่มีประสิทธิภาพ แต่มีส่วนผสมของน้ำหอมเล็กน้อย ผิวระคายง่ายจึงควรทดสอบอาการแพ้ก่อนใช้จริง

 

อ้างอิง

  1.  Ex vivo evaluation of DNA damages by thymine dimers measurement with Photoderm XDefense Ultra-Fluid SPF50+ on skin explants exposed to UVA, UVB, visible light and infrared light, versus untreated irradiated control, France 2024
  2.  clinical study, under dermatological control, 11 subjects aged from 21 to 61 years old. Instrumental measurement after one application, France, 2024.
  3. In vitro evaluation of the neosynthesis of skin detoxification enzymes, for 6 hours. Assessment of the gene expression by RT-qPCR, France 2024

สรุป

สิวหัวช้าง คือสิวอักเสบระดับรุนแรง มีลักษณะเป็นตุ่มนูนแดง แข็ง ขนาดใหญ่ และมักไม่มีหัวสิวให้กดออกและสร้างความเจ็บปวดอย่างมาก โดยมีสาเหตุหลักมาจากเชื้อแบคทีเรีย C.acnes พฤติกรรมการจับหน้า การนอนดึก ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากเกินไป รวมถึงปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งบริเวณที่มักเกิดสิวชนิดนี้ ได้แก่ คาง จมูก และแผ่นหลัง 

สำหรับวิธีป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ สามารถทำได้โดยการปรับพฤติกรรมการกินเพื่อลดสารกระตุ้นสิว นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รักษาความสะอาดของใบหน้าและสิ่งของที่ต้องสัมผัสหน้าอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการแกะเกา เลือกใช้ผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยนที่มีฉลาก Non-comedogenic ควบคู่ไปกับการรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว และทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวจากความร้อนและรังสียูวีที่คอยกระตุ้นต่อมไขมัน

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการสิวหัวช้าง (FAQ)

ยาสีฟันหรือผงพิเศษช่วยกำจัดสิวหัวช้างได้จริงไหม?

ไม่จริงและไม่ควรทำ ยาสีฟันมีสารที่ทำให้ผิวระคายและไหม้ ส่วนผงพิเศษอาจก่อให้เกิดการอุดตันและติดเชื้อซ้ำซ้อน เนื่องจากสิวหัวช้างมีการอักเสบลึกใต้ชั้นผิวหนัง สิ่งเหล่านี้จึงไม่สามารถซึมลงไปรักษาได้ แต่จะยิ่งทำให้ระคายผิวรุนแรงและเสี่ยงเกิดรอยแผลเป็นถาวร

 

ยาแต้มสิวทั่วไปสามารถบรรเทาสิวหัวช้างได้ไหม?

บรรเทาได้เล็กน้อยแต่รักษาไม่หาย เนื่องจากยาแต้มสิวทั่วไปออกฤทธิ์แค่ผิวชั้นบน ไม่สามารถซึมลึกลงไปรักษาก้อนหนองใต้ชั้นผิวได้ การทายาซ้ำๆ จะยิ่งทำให้ผิวแห้งลอกและอักเสบกว่าเดิม วิธีที่ดีที่สุดคือการพบแพทย์เพื่อรับยารับประทาน หรือฉีดยาลดอักเสบเข้าที่สิวโดยตรง

 

สิวหัวช้างใช้เวลายุบตัวนานไหม?

สิวหัวช้างจะหายภายในกี่วันนั้นขึ้นอยู่กับวิธีที่เลือกใช้และสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยการใช้ยาทาภายนอกบางชนิดอาจช่วยให้สิวยุบตัวลงได้ภายใน 3-5 วัน ในขณะที่ยาแต้มสิวบางตัวอาจต้องใช้เวลาในการรักษานานเป็นสัปดาห์

Bioderma ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มซีเบี่ยม

ทำความสะอาดและบำรุงผิว

ผิวผสมถึงผิวเป็นสิวง่าย

ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มซีเบี่ยม (Sébium)

Bioderma ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มซีเบี่ยม

ผิวจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น เนื่องจากผิวจะมีความหนามากขึ้น มันเงา เกิดสิวอักเสบเป็นจุดมากน้อยแตกต่างกันไป และบางครั้งก็ยังคงเป็นเช่นนั้นต่อเนื่องไปจนถึงวัยผู้ใหญ่อีกด้วย

ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มซีเบี่ยม (Sébium) เป็นผลิตภัณฑ์ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อผิวมันและเป็นสิวง่ายโดยเฉพาะ
ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มซีเบี่ยม (Sébium) มีผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและดูแลผิวที่แพทย์ผิวหนังแนะนำโดยเฉพาะ ทั้งผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าสำหรับผิวมัน อย่างเจลล้างหน้าและไมเซล่า วอเตอร์ มอยส์เจอไรเซอร์สำหรับผิวเป็นสิวง่าย และอื่นๆ อีกมากมาย เลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวประจำวันให้ตัวคุณเลย!