Key Takeaway  

  • น้ำตบ คือสกินแคร์ดูแลผิวหน้าเนื้อเหลวใสหรือขุ่นที่ซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ไม่ทิ้งความเหนอะหนะ ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว เพื่อเตรียมผิวในสกินแคร์รูทีนขั้นตอนถัดไป
  • ประโยชน์ของน้ำตบ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้สกินแคร์ เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับใบหน้า บรรเทาปัญหารูขุมขนกว้าง ริ้วรอยจางลง บรรเทาปัญหาผิวมัน ลดโอกาสเกิดสิว
  • น้ำตบควรเริ่มใช้ทันทีหลังล้างหน้าในขณะที่ผิวยังมีความชุ่มชื้นอยู่ โดยลงเป็นขั้นตอนแรกของการบำรุงหรือต่อจากโทนเนอร์
  • ควรเลือกน้ำตบให้เหมาะสมกับสภาพผิว โดยผิวธรรมดาควรเน้นไปที่การดูแลผิวและเติมความชุ่มชื้น ผิวแห้งควรเลือกสูตรที่มอบความชุ่มชื้นเข้มข้น ส่วนผิวมันควรเลือกเนื้อสัมผัสที่บางเบาและซึมไว ผิวเป็นสิวและระคายง่ายควรเลือกสูตรที่ช่วยเรื่องหน้ามันและปลอบประโลมผิว ไม่ทำร้ายปราการผิว

 

การดูแลผิวด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์อาจไม่เพียงพอต่อปราการผิว หรือต้องการเพิ่มผลิตภัณฑ์ในสกินแคร์รูทีน “น้ำตบ” เป็นทางเลือกดูแลผิวที่น่าสนใจ โดยน้ำตบ คือสกินแคร์เนื้อเหลวที่ซึมสู่ชั้นผิวได้อย่างรวดเร็ว ช่วยเติมความชุ่มชื้น ฟื้นบำรุงผิวให้สุขภาพดี เหมาะกับเป็นขั้นตอนแรกหลังล้างหน้าเพื่อเตรียมผิวในขั้นตอนถัดไป เพียงหยดลงฝ่ามือเล็กน้อย แล้วตบเบาๆ ทั่วใบหน้าก่อนลงสกินแคร์อื่นๆ และก่อนจะมีน้ำตบติดโต๊ะเครื่องแป้ง ในบทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับสกินแคร์นี้ให้มากขึ้นกัน

 

น้ำตบคืออะไร

น้ำตบ (Facial Essence) คือสกินแคร์ดูแลผิวหน้าที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์อื่นทั้งเนื้อสัมผัสและวิธีการใช้ มีลักษณะเป็นของเหลวใสหรือขุ่นที่ซึมเข้าสู่ผิวได้เร็ว ไม่ทิ้งความเหนอะหนะ จึงเหมาะกับผิวแพ้ ระคายง่ายและไม่ทำให้เกิดสิวอุดตัน 

 

นอกจากจะเด่นเรื่องเติมความชุ่มชื้นแล้ว ยังอุดมไปด้วยสารสกัดเข้มข้นที่ช่วยฟื้นบำรุงผิวให้แข็งแรง และแก้ปัญหาผิวได้ตรงจุดตามแต่ละสูตร มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก ตามด้วยสารดูแลผิวอื่นๆ เช่น กลีเซอรีน ไฮยาลูรอน เพื่อให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน

น้ำตบช่วยอะไรบ้าง

  • เพิ่มประสิทธิภาพให้สกินแคร์ เมื่อใช้น้ำตบ ผิวจะดูดซึมสกินแคร์ที่ใช้ต่อจากนั้นได้เร็วขึ้น ทำให้สารบำรุงต่างๆ ออกฤทธิ์ได้เต็มที่
  • เพิ่มความชุ่มชื้นให้ใบหน้า โดยใช้สารสกัดอย่างกลีเซอรีนเพื่อกักเก็บน้ำให้ผิวดูอิ่มน้ำ แข็งแรง และอ่อนโยนต่อผิวแพ้ ระคายง่าย
  • ช่วยลดปัญหารูขุมขนกว้าง ด้วยสารสกัดเฉพาะอย่าง Agaric acid ที่ช่วยให้ผิวละเอียดขึ้น พร้อมลดการสะสมของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดการอุดตัน
  • ริ้วรอยจางลง โดยการเติมความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก ช่วยให้ริ้วรอยจางลงและผิวสุขภาพดีขึ้น
  • ลดปัญหาผิวมัน ด้วยส่วนผสมของ Zinc และวิตามิน B6 ที่ช่วยให้ผิวมันน้อยลง ความเหนอะหนะและความหมองคล้ำก็น้อยลง
  • ลดโอกาสเกิดสิว ด้วยส่วนผสมของ BHA ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า ลดโอกาสอุดตันในรูขุมขนซึ่งเป็นการช่วยลดโอกาสเกิดสิว

 

น้ำตบ vs โทนเนอร์ ต่างกันอย่างไร

 น้ำตบ

  • หน้าที่หลัก เน้นการดูแลอย่างล้ำลึกเพื่อเติมความชุ่มชื้นและฟื้นบำรุงผิวโดยตรง
  • เนื้อสัมผัสและวิธีการใช้ มีเนื้อสัมผัสตั้งแต่แบบน้ำไปจนถึงแบบเข้มข้น ใช้วิธีหยดลงบนฝ่ามือแล้วตบเบาๆ ลงบนผิวหน้าในลำดับหลังการใช้โทนเนอร์
  • ผลลัพธ์ที่ได้ ช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำ แลดูสุขภาพดี

 

 โทนเนอร์

  • หน้าที่หลัก ใช้สำหรับทำความสะอาดคราบสกปรกที่ตกค้างหลังล้างหน้า พร้อมปรับสมดุลผิวให้พร้อมรับการบำรุง
  • เนื้อสัมผัสและวิธีการใช้ มีลักษณะเป็นน้ำบางเบา นิยมหยดลงบนสำลีแล้วเช็ดให้ทั่วใบหน้าเป็นขั้นตอนแรกทันทีหลังล้างหน้า
  • ผลลัพธ์ที่ได้ ช่วยให้ผิวสะอาด บอกลาผิวมัน และช่วยให้รูขุมขนดูกระชับขึ้น

น้ำตบควรใช้ตอนไหนถึงจะเห็นผล

หลายคนอาจสงสัยว่า “น้ำตบใช้ตอนไหน ใช้อย่างไรถึงจะได้ผลดี?” จริงๆ แล้วควรเริ่มใช้ทันทีหลังล้างหน้าในขณะที่ผิวยังมีความชุ่มชื้นอยู่ ลงเป็นขั้นตอนแรกของการบำรุงหรือต่อจากโทนเนอร์ เพื่อเปิดรูขุมขนให้พร้อมรับสารบำรุงล้ำลึก วิธีใช้ที่ถูกต้องคือการตบเบาๆ ทั่วใบหน้าเป็นประจำทั้งเช้าและเย็น เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิว ควรหเลี่ยงใช้ในขณะที่ผิวแห้งสนิท ไม่แนะนำให้ใช้สำลีเช็ดแทนการตบด้วยมือ

 

สกินแคร์รูทีน ควรเริ่มจากอะไร?

  • ทำความสะอาดผิวแบบ Double Cleansing เริ่มด้วยการใช้คลีนซิ่งเช็ดเครื่องอางและมลภาวะ ตามด้วยเจลล้างหน้าเพื่อล้างสิ่งสกปรกและลดโอกาสอุดตัน
  • ซับหน้าอย่างเบามือ โดยใช้กระดาษทิชชูสำหรับเช็ดหน้าซับผิวแทนการถูแรงๆ เพื่อป้องกันการระคายผิว
  • เตรียมผิวด้วยโทนเนอร์ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการซึมของสกินแคร์และปรับสภาพผิวให้พร้อมรับการดูแล
  • ใช้น้ำตบด้วยวิธีที่เหมาะสม เหยาะลงฝ่ามือแล้ววอร์มผลิตภัณฑ์ก่อนตบเบาๆ ทั่วใบหน้าและลำคอ
  • บำรุงด้วยเซรั่ม หลังจากน้ำตบซึมเข้าผิวดีแล้ว ให้ทาเซรั่มต่อทันทีเพื่อดูแลปัญหาผิวที่ต้องการ
  • ล็อกความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ทาเป็นขั้นตอนสุดท้ายเพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นและสารบำรุงให้อยู่กับผิว

 

น้ำตบเหมาะกับใครบ้าง

  • คนที่ชอบบำรุงผิวแบบเลเยอร์บางเบา เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นด้วยการลงสกินแคร์หลายชั้น เพื่อให้ผิวดูฉ่ำแต่ยังรู้สึกเบาสบายผิว
  • คนที่ต้องการเตรียมผิวให้พร้อมรับการบำรุงขั้นถัดไป เพื่อเป็นตัวกลางช่วยให้สกินแคร์ตัวอื่นๆ อย่างเซรั่มหรือครีมบำรุงสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
  • คนที่ต้องการเติมความชุ่มชื้นให้ผิวเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งตึง หรือผิวดูไม่สดใสหลังการล้างหน้า เพื่อช่วยให้ผิวกลับมาอิ่มน้ำและดูสุขภาพดี
  • คนที่กังวลเรื่องริ้วรอยและความหมองคล้ำ สามารถเลือกใช้น้ำตบสูตรที่มีสาร Antioxidant ผลัดเซลล์ผิว หรือช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์และกระจ่างใส
  • คนที่มีผิวแห้งกร้านหรือขาดน้ำ ที่การใช้แค่มอยส์เจอร์ไรเซอร์อย่างเดียวไม่เพียงพอ การเพิ่มน้ำตบจะช่วยเสริมชั้นความชุ่มชื้นให้ยาวนานขึ้น
  • คนผิวผสมถึงผิวมันที่ไม่ชอบเนื้อสัมผัสหนักผิว เพราะน้ำตบให้ความชุ่มชื้นได้ดีโดยไม่ทิ้งความเหนอะหนะ ช่วยปรับสมดุลผิวและลดโอกาสอุดตัน
  • คนผิวแพ้ ระคายง่ายที่ต้องการการบำรุงที่อ่อนโยน เลือกสูตรที่ปราศจากน้ำหอมหรือแอลกอฮอล์ เพื่อให้ผิวได้รับสารบำรุงเบื้องต้นโดยไม่เสี่ยงต่อการระคายผิว

วิธีเลือกน้ำตบ ให้เหมาะกับสภาพผิว

การเลือกน้ำตบให้เกิดประสิทธิภาพต่อผิวจริงๆ ควรพิจารณาสภาพผิวของตัวเองร่วมด้วย เพื่อเลือกน้ำตบที่เหมาะกับปัญหาผิว และได้รับการฟื้นบำรุงผิวตรงจุด มีวิธีเลือกตามสภาพผิวดังนี้

 

ผิวธรรมดา

  • เน้นการดูแลผิวเป็นหลัก เพราะผิวธรรมดามีสมดุลน้ำและน้ำมันที่ดีอยู่แล้ว จึงควรเลือกน้ำตบที่ช่วยคงความสมดุลมากกว่าการฟื้นบำรุง
  • เลือกเนื้อสัมผัสที่ไม่เหลวและไม่ข้นเกินไป เพื่อให้ผิวรู้สึกนุ่มลื่น ชุ่มชื้น โดยไม่ทิ้งความมันหรือความหนักบนใบหน้า
  • ให้ความสำคัญกับสารเติมความชุ่มชื้น เช่น ไฮยาลูรอนิก หรือกลีเซอรีน เพื่อเสริมปราการผิวให้แข็งแรงและบรรเทาปัญหาผิวขาดน้ำในอนาคต
  • มีสารบำรุงเฉพาะจุด เช่น วิตามินซี ที่มี Antioxidant และชะลอการเกิดริ้วรอยเล็กๆ
  • เน้นการปกป้องผิวจากมลภาวะ เพื่อดูแลผิวให้แข็งแรง ไม่ให้ผิวเปลี่ยนสภาพเป็นผิวแห้งหรือหมองคล้ำเมื่ออายุมากขึ้น

 

ผิวแห้ง

  • เน้นสูตรที่มอบความชุ่มชื้นเข้มข้นเป็นพิเศษ เพื่อแก้ไขปัญหาผิวแห้งกร้านและบรรเทาปัญหาผิวลอกเป็นขุยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เลือกส่วนผสมที่เป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ขั้นสูง เช่น ไฮยาลูรอน และเซราไมด์ เพื่อฟื้นบำรุงผิวอย่างล้ำลึก
  • ช่วยฟื้นบำรุงผิวให้กลับมาอิ่มฟูและดูสุขภาพดี พร้อมช่วยให้รูขุมขนดูกระชับขึ้นจากการที่ผิวได้รับความชุ่มชื้นเต็มที่

 

Hydrabio Tonique โลชั่นโทนเนอร์ดูแลผิวแห้งง่าย ผิวขาดน้ำ สามารถใช้ได้ทุกสภาพผิว เพื่อการดูแลอย่างล้ำลึก เติมความชุ่มชื้นให้ผิวที่ขาดน้ำยาวนานถึง 8 ชั่วโมง ทำให้ผิวรู้สึกสดชื่น เนื้อสัมผัสบางเบา ลดโอกาสผิวอุดตัน ใช้ได้ทุกวัน เพื่อลดโอกาสสูญเสียน้ำในผิว

 

ผิวมัน

  • เน้นน้ำตบสูตรช่วยเรื่องหน้ามันและกระชับรูขุมขน เพื่อบรรเทาการผลิตน้ำมันส่วนเกินจากต่อมไขมันที่ทำงานมากเกินไป
  • เลือกเนื้อสัมผัสบางเบาและซึมไว จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องความเหนียวเหนอะหนะและลดโอกาสเกิดสิว
  • ปรับสมดุลความชุ่มชื้นให้ผิวเหมาะสม ช่วยให้ผิวสุขภาพดีขึ้นโดยไม่เพิ่มความมัน พร้อมทั้งช่วยเรื่องสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

Sébium Lotion โลชั่นน้ำตบตอบโจทย์ผิวผสมถึงผิวมัน ที่ช่วยปรับสมดุลผิว ทำให้ผิวแข็งแรง ชุ่มชื้นยาวนาน 8 ชั่วโมง บอกลาผิวมัน ลดโอกาสอุดตัน รูขุมขนดูเล็กลง ช่วยลดโอกาสเกิดสิว ฟื้นบำรุงผิวให้กลับมาเรียบเนียนและอ่อนโยนกับผิวแพ้ ระคายง่าย

 

ผิวเป็นสิว

  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุชัดว่าไม่อุดตันและปราศจากน้ำมัน มองหาฉลาก Non-comedogenic หรือ Oil-free เพื่อลดโอกาสเกิดสิวใหม่และลดโอกาสอุดตันในรูขุมขน
  • เน้นเนื้อสัมผัสแบบน้ำใสหรือเจลที่บางเบาและซึมไว เพื่อให้ผิวได้รับความชุ่มชื้นโดยไม่ทิ้งความมันส่วนเกินหรือความเหนียวเหนอะหนะไว้บนใบหน้า
  • เลือกส่วนผสมที่ช่วยเรื่องหน้ามันและปลอบประโลมผิว เช่น ไนอะซินาไมด์ อโลเวรา หรือใบชาเขียว เพื่อช่วยบรรเทาการอักเสบและทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น
  • ใช้สารช่วยผลัดเซลล์ผิวอ่อนโยนเพื่อลดโอกาสอุดตัน เช่น BHA หรือกรดผลไม้เข้มข้นต่ำ เพื่อช่วยทำความสะอาดรูขุมขนโดยไม่ก่อให้เกิดการระคายผิว
  • หลีกเลี่ยงส่วนผสมที่กระตุ้นการแพ้หรือน้ำมันเนื้อหนัก เช่น แอลกอฮอล์ น้ำหอม สีสังเคราะห์ และ Mineral Oil ที่อาจทำให้ผิวระคายง่ายขึ้น

 

Sébium Lotion โลชั่นน้ำตบสำหรับผิวผสม ถึงผิวมัน ช่วยเรื่องหน้ามัน มอบความชุ่มชื้นนานถึง 8 ชั่วโมง ลดโอกาสอุดตัน อ่อนโยนต่อผิวแพ้ ระคายง่าย มีสาร Glycerin, Zinc และ Capryloyl glycine ช่วยจัดการปัญหาสิว ทำให้ปราการผิวสมดุลยิ่งขึ้น 

 

ผิวแพ้ง่าย

  • เน้นน้ำตบสูตรอ่อนโยนเป็นพิเศษเพื่อลดโอกาสระคายผิว สำหรับผู้ที่ผิวบอบบางและเป็นสิวง่าย ควรเลือกน้ำตบที่ออกแบบมาเพื่อผิวแพ้ ระคายง่ายโดยเฉพาะ
  • หลีกเลี่ยงส่วนผสมที่มีความเข้มข้นสูงเกินไป ทั้งที่เป็นกรดหรือเบสเข้มข้น เสี่ยงต่อการทำร้ายสมดุลผิวและกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้
  • เลือกใช้สารสกัดที่ไม่ทำร้ายปราการผิว เพื่อให้ผิวได้รับการฟื้นบำรุงโดยไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียง

 

Sensibio Tonique โทนเนอร์เนื้อบางเบา เหมาะสำหรับผิวแพ้ ระคายง่าย ช่วยปลอบประโลมผิว ทำให้สกินแคร์รูทีนมีประสิทธิภาพขึ้น ด้วยเนื้อสัมผัสที่สบายผิว ช่วยให้ผิวรู้สึกสดชื่น สบาย และลดโอกาสอุดตัน อ่อนโยนต่อผิวหน้าและดวงตา สามารถใช้ได้โดยไม่ต้องล้างออก

ส่วนผสมที่ควรมีและไม่ควรมีในน้ำตบ 

ส่วนผสมที่ควรมี

  • น้ำ เป็นส่วนประกอบหลักสำคัญที่ช่วยเติมและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า
  • กลีเซอรีน (Glycerin) มีคุณสมบัติโดดเด่นช่วยให้ผิวคงความชุ่มชื้นได้ยาวนาน
  • ไฮยาลูรอน (Hyaluronic acid) มีสรรพคุณกักเก็บน้ำเพื่อให้ผิวคงความชุ่มชื้นไว้ได้ดี
  • สารสกัดจากพืชธรรมชาติ ทำหน้าที่เป็นสารแอนติออกซิแดนท์และช่วยปลอบประโลมผิวอย่างอ่อนโยน
  • ยีสต์หมัก มีส่วนช่วยสำคัญในการปกป้องผิวจากรังสี UV ในแสงแดด
  • วิตามิน แร่ธาตุ และไขมัน ช่วยฟื้นบำรุงและเสริมสร้างความแข็งแรงให้เซลล์ผิวจากภายใน
  • ไนอะซินาไมด์ (Niacinamide) เป็นส่วนผสมที่ช่วยฟื้นบำรุงผิว กระตุ้นการสร้างเซราไมด์ บรรเทาปัญหาผิวมัน รอยแดงจางลง และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น 

 

ส่วนผสมที่อาจทำร้ายผิว

  • แอลกอฮอล์ เป็นสารที่ดึงความชุ่มชื้นออกจากผิว ทำให้ผิวแห้งขาดน้ำและปราการผิวอ่อนแอลง จนเกิดการระคายง่ายและส่งผลเสียต่อสุขภาพผิวในระยะยาว
  • น้ำหอม สารเคมีสังเคราะห์ที่ช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีกลิ่นหอม แต่ควรหลีกเลี่ยงในกลุ่มผิวบอบบาง ระคายง่าย เพื่อเลี่ยงอาการแพ้และระคายผิว
  • สารพาราเบน (Paraben) สารกันเสียที่ช่วยยืดอายุผลิตภัณฑ์และป้องกันเชื้อจุลินทรีย์ แม้ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยตรง แต่มีโอกาสทำให้ผิวเกิดการระคายได้

 

สรุป

น้ำตบ คือสกินแคร์เนื้อบางเบาที่เน้นเติมความชุ่มชื้นและฟื้นบำรุงผิวอย่างล้ำลึก โดยใช้เป็นขั้นตอนแรกหลังล้างหน้าหรือหลังโทนเนอร์ขณะผิวหมาด เพื่อเปิดรูขุมขนให้พร้อมรับสารบำรุงในขั้นต่อไป เหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการฟื้นบำรุงผิวแห้ง บอกลาผิวมัน และเตรียมผิวให้ดูสุขภาพดี วิธีใช้ที่ถูกต้องคือการหยดลงฝ่ามือแล้วตบเบาๆ ทั่วใบหน้าแทนการใช้สำลีเช็ด 

 

ทั้งนี้ควรเลือกสูตรที่ตรงกับสภาพผิว เช่น เน้นไฮยาลูรอนสำหรับผิวแห้ง หรือเลือกสูตร Oil-free สำหรับผิวมัน หลีกเลี่ยงสารระคายผิวอย่างแอลกอฮอล์ น้ำหอม และพาราเบน เพื่อดูแลปราการผิวให้แข็งแรงในระยะยาว

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับน้ำตบ (FAQ)

น้ำตบมีกี่ประเภท?

น้ำตบสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ตามคุณสมบัติและการดูแลผิว ดังนี้

  • น้ำตบสูตรเติมความชุ่มชื้น เน้นหน้าที่หลักในการเติมน้ำและกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวโดยตรง
  • น้ำตบสูตรผสมสารบำรุง มีการเพิ่มส่วนผสมเข้มข้นเพื่อช่วยฟื้นบำรุงผิวให้ดูสุขภาพดีขึ้น
  • น้ำตบสูตรเฉพาะทาง ออกแบบมาเพื่อจัดการปัญหาผิวเฉพาะจุด เช่น สูตรช่วยเรื่องหน้ามันสำหรับผิวมัน หรือสูตรอ่อนโยนสำหรับผิวแพ้ ระคายง่าย

 

น้ำตบใช้ได้ทุกวันไหม?

สามารถใช้ได้เป็นประจำทุกวันทั้งเช้าและเย็น เพราะมีเนื้อสัมผัสบางเบาและลดโอกาสอุดตัน แต่ควรเลือกสูตรที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง และคอยสังเกตการตอบสนองของผิวในช่วงแรกที่ใช้

 

ใช้น้ำตบก่อนนอนได้ไหม?

สามารถใช้ก่อนนอนได้ โดยใช้หลังล้างหน้าและโทนเนอร์ แล้วตามด้วยเซรั่ม ครีมบำรุง จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและรับสารบำรุงได้ดีขึ้น

 

น้ำตบกับเซรั่มต่างกันอย่างไร?

  • น้ำตบ (Essence) มีเนื้อสัมผัสบางเบาและเหลวเป็นน้ำ เน้นการเติมความชุ่มชื้นเป็นหลัก พร้อมปรับสภาพผิวให้พร้อมรับการบำรุงในขั้นตอนถัดไป
  • เซรั่ม (Serum) มีเนื้อสัมผัสเข้มข้นกว่าน้ำตบ โดยเน้นการแก้ไขปัญหาผิวเฉพาะจุด เช่น ริ้วรอย จุดด่างดำ หรือปรับผิวให้กระจ่างใส

 

น้ำตบควรใช้ตอนเช้าหรือตอนเย็น?

ควรใช้เป็นประจำทั้งเช้าและเย็น ลงหลังการล้างหน้าและเช็ดโทนเนอร์ เพื่อเติมความชุ่มชื้นและเตรียมผิวให้พร้อมรับการบำรุงในขั้นตอนถัดไป

 

น้ำตบใช้แทนโทนเนอร์ได้ไหม?

น้ำตบสามารถใช้แทนโทนเนอร์ได้ในขั้นตอนแรกหลังล้างหน้าเพื่อเตรียมผิวได้ทันทีหากผิวไม่ต้องการการเช็ดทำความสะอาดซ้ำ แต่ทั้งคู่ทำหน้าที่ต่างกัน โดยโทนเนอร์เน้นขจัดสิ่งสกปรกตกค้างและปรับสมดุลผิว ขณะที่น้ำตบเน้นการดูแลผิวอย่างล้ำลึก สามารถเลือกใช้อย่างเดียวหรือใช้คู่กันโดยลงโทนเนอร์ก่อนเพื่อประสิทธิภาพก็ได้เช่นกัน

 

น้ำตบต้องแช่ตู้เย็นไหม?

น้ำตบไม่จำเป็นต้องแช่ตู้เย็น แต่การเก็บในที่เย็นจะช่วยเพิ่มความสดชื่นและช่วยให้รูขุมขนรู้สึกกระชับขณะใช้ หากแช่ควรเก็บในช่องธรรมดาและเลี่ยงนำออกมาวางข้างนอกบ่อยๆ เพราะอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงสลับไปมาอาจทำให้ประสิทธิภาพของสารบำรุงเสื่อมสภาพลงได้

 

เซรั่มกับน้ำตบ ควรทาอะไรก่อน?

ควรลงน้ำตบก่อนเซรั่มเสมอ เนื่องจากเนื้อสัมผัสที่บางเบาจะช่วยเตรียมผิวและเปิดทางให้สกินแคร์ตัวอื่นซึมผิวได้ดีขึ้น ลำดับที่ถูกต้องคือการลงน้ำตบตามด้วยเซรั่มและปิดท้ายด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์

 

น้ำตบใช้ระหว่างวันได้ไหม?

สามารถใช้น้ำตบระหว่างวันได้ เพื่อเติมความชุ่มชื้นและดูแลผิวให้สดใสอิ่มน้ำได้เช่นเดียวกับสเปรย์น้ำแร่ ซึ่งนอกจากจะช่วยฟื้นบำรุงผิวแล้ว ยังช่วยให้เครื่องสำอางติดทนนานขึ้นอีกด้วย

 

น้ำตบใช้แทนครีมได้ไหม?

น้ำตบไม่สามารถทดแทนครีมได้ เพราะน้ำตบทำหน้าที่แค่เติมน้ำและเตรียมผิวให้สดชื่น ในขณะที่ครีมบำรุงเน้นการเคลือบปิดเพื่อล็อกความชุ่มชื้นไว้ในผิว แต่สำหรับคนผิวมันที่ต้องการความเบาสบายเป็นพิเศษ อาจเลือกใช้น้ำตบอย่างเดียวเพื่อเลี่ยงความเหนอะหนะได้

Bioderma ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มไฮดราบิโอ

ทำความสะอาดและบำรุงผิว

ผิวขาดน้ำ

ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มไฮดราบิโอ (Hydrabio)

Bioderma ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มไฮดราบิโอ

ทุกสภาพผิว (ผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสม) อาจประสบปัญหาผิวขาดน้ำได้  ซึ่งปัญหาผิวขาดน้ำจะส่งผลให้ผิวแห้งตึงและสีผิวดูหมองคล้ำลง

ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มไฮดราบิโอ (Hydrabio) คือผลิตภัณฑ์ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อผิวขาดน้ำโดยเฉพาะ ซึ่งประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลผิวในชีวิตประจำวันตั้งแต่ขั้นตอนการทำความสะอาดจนถึงการดูแลผิว  ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสำหรับผิวขาดน้ำ (ไมเซล่า วอเตอร์ และน้ำนม ) เซรั่มเพิ่มความชุ่มชื้น ... เลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวประจำวันให้ตัวคุณเลย!