Key Takeaway

 

  • Niacinamide คือรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 ที่ละลายน้ำ เป็นสารบำรุงผิวในสกินแคร์ เพราะช่วยปรับสมดุลผิวและเสริมการทำงานของผิวให้แข็งแรงขึ้น​
  • Niacinamide ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว กระตุ้นการสร้างเซราไมด์ ควบคุมความมัน ลดโอกาสเกิดรอยดำรอยแดง กระชับรูขุมขน และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนกระจ่างใสขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป​
  • Niacinamide ใช้ร่วมกับสารบำรุงได้หลายชนิด เช่น Hyaluronic Acid และ Ceramide เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและซ่อมเกราะผิว Zinc หรือ Copper เพื่อลดโอกาสเกิดสิวและควบคุมความมัน 
  • Niacinamide ใช้คู่กับ Vitamin C, AHA/BHA และ Retinol ได้ เมื่อจัดลำดับการทาและความถี่ให้เหมาะสมกับสภาพผิว ช่วยให้ได้ทั้งผิวชุ่มชื้น แข็งแรง เรียบเนียน และสีผิวสม่ำเสมอขึ้น

 

เคยไหม เวลาเลือกสกินแคร์แล้วต้องมานั่งลุ้นว่า “ตัวนี้ใช้คู่กับ Niacinamide ได้ไหม?” พออ่านรีวิวในเน็ตก็ยิ่งไม่เข้าใจ เพราะบางแหล่งบอกห้าม บางแหล่งบอกใช้ได้ สุดท้ายเลยลงเอยด้วยการเลี่ยงไปหมดจนไม่ได้ใช้ประโยชน์จากส่วนผสมดีๆ เต็มที่ 

 

แล้ว Niacinamide ห้ามใช้กับอะไร? คำตอบคือ “ไม่ได้ห้าม” และใช้คู่กับสารบำรุงได้หลากหลายมาก ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด Niacinamide ใช้กับ Hyaluronic Acid, Ceramide, Vitamin B5, Zinc หรือ Copper ได้ และจากงานวิจัยล่าสุดใช้กับ Vitamin C, AHA / BHA, Retinol (วิตามินเอ) ได้อีกด้วย บทความนี้จะพาไปดูว่าจริงๆ แล้ว Niacinamide ข้อควรระวังมีอะไรบ้าง และอะไรที่ใช้คู่กันแล้วผิวดีขึ้นได้

Niacinamide คืออะไร?

Niacinamide (ไนอะซินาไมด์) คือส่วนผสมดูแลผิวที่อยู่ในตระกูลวิตามินบี 3 เดิมทีพบในอาหารอย่างเนื้อสัตว์ ธัญพืช และผักใบเขียว แต่ถูกนำมาพัฒนาเป็นสารบำรุงในสกินแคร์เพราะให้ประโยชน์กับผิวได้หลากหลาย จุดเด่นของ Niacinamide คือช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว ควบคุมความมัน และช่วยให้รอยดำรอยแดงแลดูจางลง ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้นแบบยังอ่อนโยนกับผิว 

 

ด้วยคุณสมบัติครอบคลุมทั้งสิว รูขุมขน ความหมอง และผิวแห้งขาดน้ำ เลยกลายเป็นส่วนผสมสายรองพื้นผิวที่เห็นอยู่ในเซรั่มและมอยส์เจอร์ไรเซอร์สำหรับทุกสภาพผิว

 

Sebium Lotion โลชั่นน้ำตบสำหรับผิวมัน - ผิวผสมที่ต้องการทั้งความชุ่มชื้นและควบคุมความมันในขั้นตอนเดียว กลีเซอรีนช่วยเติมน้ำให้ผิว ในขณะที่สังกะสีกับวิตามิน B6 ช่วยควบคุมการผลิตน้ำมันบนผิว ส่วน Capryloyl Glycine และสิทธิบัตร Fluidactiv ช่วยดูแลคุณภาพน้ำมันบนผิว เพื่อลดโอกาสอุดตันและสิว

ข้อดีของ Niacinamide ช่วยเรื่องอะไร

Niacinamide เป็นสารบำรุงที่หลายคนมองว่าเป็นตัวช่วยอเนกประสงค์ เพราะจับลงในรูทีนไหนก็ช่วยเสริมผิวให้แข็งแรงขึ้นได้ เหมาะกับคนที่อยากดูแลหลายปัญหาพร้อมกัน ไม่ว่าจะผิวมัน เป็นสิว หรือเริ่มกังวลเรื่องริ้วรอย ก็สามารถใช้ Niacinamide เป็นตัวช่วยให้ผิวสมดุลขึ้นได้

 

  • ช่วยควบคุมความมัน ลดโอกาสการอุดตัน ทำให้รูขุมขนดูกระชับและผิวดูไม่มันเยิ้มง่าย
  • ช่วยลดเลือนรอยแดง รอยดำ และสีผิวไม่สม่ำเสมอ ให้ผิวดูใสขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป
  • เสริมเกราะป้องกันผิว ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นขึ้นและรับมือกับมลภาวะ หรือการระคายผิวได้ดีขึ้น
  • มีส่วนช่วยให้ริ้วรอยเล็กๆ ดูตื้น ผิวดูเนียนและยืดหยุ่นขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่อง

 

Hydrabio Tonique โลชั่นโทนเนอร์สำหรับผิวแห้งขาดน้ำ คืนความชุ่มชื้นให้ผิว เนื้อบางเบา ใช้แล้วผิวรู้สึกสดชื่น นุ่มขึ้น และดูกระจ่างใสขึ้น ช่วยกระตุ้นการสร้างท่อน้ำ หรือ Aquaporins ในผิว เพื่อให้ผิวกักเก็บน้ำและดูแลสมดุลความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น ใช้ได้ทุกวันทั้งเช้า - เย็น เหมาะกับทุกสภาพผิวแม้ผิวบอบบางแพ้ง่าย

Niacinamide ใช้กับอะไรได้บ้าง ช่วยเรื่องอะไร?

Niacinamide เป็นส่วนผสมที่เข้ากับสกินแคร์ตัวอื่นได้ดี ควรเข้าใจว่าใช้คู่กับอะไรแล้วช่วยเสริมเรื่องไหน เหมาะกับผิวแบบไหน ทั้งเรื่องความชุ่มชื้น ความมัน สิว หรือริ้วรอย 

 

1. Hyaluronic Acid

Niacinamide กับ Hyaluronic Acid (ไฮยาลูรอนิก) เหมือนคู่ที่ช่วยดูแลผิวคนละมุม แต่ไปในทิศทางเดียวกัน จึงใช้คู่กันได้ดีในรูทีนเดียวกัน ทั้งสองตัวเป็นสูตรน้ำ ไม่ตีกัน และช่วยเสริมให้ผิวชุ่มชื้น แข็งแรงขึ้น 

 

เวลาใช้ Hyaluronic Acid จะช่วยดึงและเติมน้ำให้ผิวดูอิ่มฟู ส่วน Niacinamide จะช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวและลดการสูญเสียน้ำ ทำให้ความชุ่มชื้นที่เติมเข้าไปอยู่กับผิวนานขึ้น ผิวจึงดูนุ่ม เด้ง รูขุมขนไม่ดูเด่น และเหมาะกับทั้งคนผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวขาดน้ำที่อยากให้ผิวกลับมาดูสุขภาพดี ไม่หนักหน้า 

 

Hydrabio Serum เซรั่มเติมน้ำสำหรับผิวขาดน้ำที่อยากได้ความชุ่มชื้นรวดเร็วและยาวนาน ใช้เทคโนโลยีสิทธิบัตร AquageniumTM ร่วมกับไฮยาลูโรนิกไซลิทอล และกลีเซอรีน เพื่อกระตุ้นการนำพาน้ำสู่ผิว กักเก็บน้ำไว้ลึก และช่วยให้ผิวหมุนเวียนความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น ทำให้ผิวดูอิ่มฟู นุ่ม และไม่ตึงแห้งตลอดวัน

 

2. Ceramide

Niacinamide กับ Ceramide (เซราไมด์) ใช้คู่กันดี เพราะโฟกัสที่ผนังผิวเหมือนกัน แต่ทำงานคนละบทบาท Niacinamide ช่วยกระตุ้นการสร้างเซราไมด์ตามธรรมชาติผิว ลดการสูญเสียน้ำ และปลอบประโลมผิวที่ระคายง่าย ส่วน Ceramide ทำหน้าที่เติมไขมันดีให้ชั้นผิว ทำให้เกราะผิวแน่นขึ้น ชุ่มชื้นขึ้น 

 

เมื่อใช้ร่วมกันสม่ำเสมอ ผิวที่เคยแห้ง แดง ลอกง่าย จะค่อยๆ แข็งแรง อุ้มน้ำได้ดี และรับสารบำรุงตัวอื่นเต็มที่ขึ้น เหมาะสำหรับผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย หรือผิวที่ผ่านการใช้กรดและเรตินอลมาแล้วต้องการฟื้นบำรุง

 

3. Zinc หรือ Copper

Niacinamide กับ Zinc หรือ Copper มักถูกจับคู่กันในสูตรเดียว เพราะช่วยควบคุมความมัน ลดโอกาสเกิดสิว และปลอบประโลมผิวไปพร้อมกัน Niacinamide ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว และช่วยให้รอยสิวค่อยๆ ดูจางลง ขณะที่ Zinc หรือ Copper ช่วยควบคุมการผลิตน้ำมัน และลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียที่เกี่ยวกับการเกิดสิว และช่วยให้สิวยุบแห้งไวขึ้น 

 

การใช้คู่กันจึงเหมาะสำหรับคนผิวมัน ผิวผสม หรือผิวที่มีสิว รูขุมขนอุดตันง่าย และอยากให้ผิวกลับมาดูเรียบเนียนขึ้นแบบไม่ทำให้ผิวแห้งเกินไป 

 

Sebium Sensitive ครีมบำรุงสำหรับคนผิวเป็นสิวและระคายง่าย เติมความชุ่มชื้นพร้อมปลอบประโลมผิว สูตรผสานบาคูชิโอล (Bakuchiol) และเทคโนโลยีช่วยปรับสมดุลน้ำมันบนผิว ลดโอกาสอุดตัน เสริมด้วย Inflastop Complex ช่วยปลอบประโลมสิว และกลีเซอรีนเข้มข้นกับแป้งคุมมัน ผิวชุ่มชื้นแต่ไม่มันเงาระหว่างวัน

Niacinamide ห้ามใช้กับ Vitamin C จริงไหม?

หลายคนอาจเคยได้ยินว่า Niacinamide ห้ามใช้กับ Vit C เด็ดขาด ใช้แล้วผิวหมอง ระคายง่าย แต่ข้อมูลปัจจุบันและการพัฒนาสูตรสกินแคร์เปลี่ยนไปมากแล้ว Niacinamide Vitamin C ใช้ด้วยกันได้! 

 

หลายแบรนด์เริ่มใส่ Niacinamide กับ Vitamin C ไว้ในขวดเดียวกัน โดยเฉพาะกลุ่มอนุพันธ์วิตามินซีที่เสถียรสูง ทำงานร่วมกับ Niacinamide ได้ดีในเรื่องผิวกระจ่างใส ลดจุดด่างดำ และช่วยให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น 

 

  • ดูแลสมดุลผิว สองตัวนี้จะอยู่ร่วมกันได้โดยไม่เปลี่ยนเป็นสารทำร้ายผิว
  • ถ้าใช้แยกแนะนำให้ทาทีละชั้น รอให้ตัวแรกซึมก่อนแล้วค่อยลงตัวถัดไป 
     

แบ่งใช้คนละช่วงเวลา (เช้า - เย็น) ไม่ต้องผสมรวมกันบนฝ่ามือ จะช่วยลดโอกาสระคายผิวและช่วยลดเม็ดสี รอยดำ และการเสริมเกราะผิวได้ไปพร้อมกัน

Niacinamide ใช้กับ AHA / BHA ได้ไหม?

หลายคนยังแอบกลัวว่าถ้าใช้ Niacinamide คู่กับ AHA / BHA หรือกรดผลไม้ต่างๆ ผิวจะพัง แต่งานวิจัยปัจจุบันบอกว่า Niacinamide กับ AHA / BHA หรือกรดผลไม้สามารถใช้ร่วมกันได้ แค่ต้องจัดลำดับและความถี่ให้เหมาะสมกับสภาพผิว 

 

AHA / BHA ทำหน้าที่ผลัดเซลล์ผิวและเคลียร์รูขุมขน ส่วน Niacinamide ช่วยเสริมเกราะผิว ลดการระคาย ควบคุมความมัน และช่วยให้รอยดำรอยแดงแลดูจางลง เป็นคู่ที่เสริมกันดีทั้งเรื่องผิวเรียบเนียนและสีผิวสม่ำเสมอ

 

  • ให้กรดทำงานก่อน แล้วตามด้วย Niacinamide เช่น ใช้โทนเนอร์หรือเซรั่ม AHA หรือ BHA หลังล้างหน้า ทิ้งให้ซึมและพักผิวสักระยะ แล้วตามด้วยเซรั่มหรือมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่มี Niacinamide เติมความชุ่มชื้นและปลอบผิว
  • แนะนำสลับวันระหว่างวันใช้กรด กับวันเน้น Niacinamide สำหรับคนผิวบอบบางหรือเพิ่งเริ่มใช้
  • อย่าลืมทากันแดดทุกเช้า เพราะกรดจะทำให้ผิวไวต่อแดดมากขึ้น ถึงจะมี Niacinamide ช่วยเสริมเกราะผิวก็ตาม

 

Sebium Serum เซรั่มเนื้อบางเบาสำหรับคนผิวมัน - ผิวเป็นสิวที่อยากเคลียร์ทั้งสิว รอยสิว และผิวไม่เรียบ ผสาน Salicylic Acid ช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดการอุดตัน ร่วมกับเทคโนโลยี FLUIDACTIV ที่ดูแลคุณภาพน้ำมันใต้ผิวเพื่อลดโอกาสเกิดสิวซ้ำ เสริมด้วย Acetyl Glucosamine และ Hyaluronic acid ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นและให้ผิวดูเรียบเนียน ริ้วรอยเล็กๆ ดูตื้นลง ผิวดูกระจ่างใสและสุขภาพดีขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่อง

Niacinamide ใช้กับ Retinol ได้ไหม?

Niacinamide ใช้กับ Retinol (วิตามินเอ) ได้ และยังช่วยส่งเสริมกันด้วยถ้าใช้เหมาะสม ช่วยเรื่องริ้วรอย ผิวไม่เรียบ และรอยดำ ไม่ระคายผิว นอกจากนี้ Niacinamide ยังช่วยลดอาการแห้ง ที่เกิดจากกรดวิตามินเอได้ ทำให้ผิวทนต่อการใช้ Retinol มากขึ้น​ 

 

Retinol ช่วยเร่งผลัดเซลล์ กระตุ้นคอลลาเจน ลดริ้วรอยและสิว ในขณะที่ Niacinamide ช่วยเสริมเกราะผิว เพิ่มเซราไมด์ และช่วยให้รอยดำรอยแดงค่อยๆ จางลง 

 

  • เริ่มใช้จากความถี่น้อยก่อน เช่น ทา Retinol บางๆ หลังล้างหน้า แล้วตามด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์หรือเซรั่มที่มี Niacinamide ในคืนเดียวกัน
  • ทา Niacinamide ก่อน รอให้ซึมแล้วค่อยลง Retinol ก็ได้ โดยสังเกตผิวทีละขั้น
  • ทากันแดดทุกเช้า เพราะ Retinol ทำให้ผิวไวต่อแดดขึ้น ถึงจะมี Niacinamide ช่วยเสริมเกราะผิวแล้วก็ตาม
     

สรุป

ตอบคำถามกันไปแล้วว่า Niacinamide ห้ามใช้กับอะไร คำตอบคือ… ไม่ได้ห้าม เพราะ Niacinamide เป็นส่วนผสมที่ยืดหยุ่นและเข้ากับสารบำรุงผิวตัวอื่นได้ดี ทำให้จัดรูทีนได้หลากหลายโดยไม่ต้องกลัวว่าสารจะตีกันเหมือนที่เคยเข้าใจ Niacinamide ใช้คู่กับ Hyaluronic Acid เพื่อช่วยเติมและกักเก็บความชุ่มชื้น ให้ผิวดูอิ่มฟูแข็งแรงขึ้น ใช้กับ Ceramide เพื่อเสริมและซ่อมเกราะผิว ลดการสูญเสียน้ำ และช่วยให้ผิวแพ้ง่ายทนต่อการระคายได้ดีขึ้น ใช้กับ Zinc หรือ Copper ในกลุ่มผิวมัน - เป็นสิวง่าย เพื่อช่วยควบคุมความมัน และลดการอุดตัน 

 

นอกจากนี้ ปัจจุบันยังมีข้อมูลสนับสนุนว่าสามารถใช้ร่วมกับ Vitamin C, AHA / BHA และ Retinol ได้ ถ้าจัดลำดับการทา ความถี่ และความเข้มข้นให้เหมาะกับสภาพผิว ช่วยให้ผิวเรียบเนียน กระจ่างใส รูขุมขนดูเล็กลง และเกราะผิวแข็งแรงขึ้นในระยะยาว

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Niacinamide (FAQ)

Niacinamide ใช้กับมอยเจอร์ไรเซอร์ได้ไหม?

ใช้ได้ และจริงๆ แล้วควรใช้คู่กับมอยส์เจอร์ไรเซอร์ด้วย เพราะ Niacinamide ช่วยเสริมเกราะผิว ส่วนมอยส์เจอร์ไรเซอร์ช่วยล็อกความชุ่มชื้น ทำให้ผิวแข็งแรงและชุ่มชื้นนานขึ้น

 

Niacinamide ควรใช้ทุกวันไหม?

ส่วนใหญ่สามารถใช้ได้ทุกวัน วันละ 1 - 2 ครั้ง ถ้าความเข้มข้นไม่สูงเกินไปและผิวไม่ระคาย เพราะมีงานวิจัยรองรับว่าความเข้มข้นประมาณ 2 - 5% ทนได้ดีกับผิวส่วนใหญ่ แต่ควรเริ่มทีละน้อยและสังเกตอาการผิวควบคู่ไปด้วย

 

Niacinamide ดันสิวไหม?

Niacinamide ไม่ใช่สารที่ทำให้เกิดสิว เพราะไม่ได้เร่งผลัดเซลล์ผิวเหมือน AHA / BHA หรือ Retinoid และถูกใช้เพื่อลดโอกาสเกิดสิวด้วยซ้ำ แต่ในบางคนอาจมีสิวหรือผดขึ้นช่วงแรกจากการระคายหรือสูตรสกินแคร์ที่ไม่เหมาะกับผิวมากกว่า ถ้าเป็นเยอะควรเว้นหรือเปลี่ยนสูตร

 

Niacinamide กี่เปอร์เซ็นต์เห็นผล?

งานวิจัยชี้ว่าความเข้มข้นตั้งแต่ประมาณ 2% ก็เริ่มเห็นผลเรื่องเกราะผิวได้แล้ว ส่วนช่วง 4 - 5% ขึ้นไปจะเห็นผลขึ้นเรื่องสีผิว เนื้อผิว และรูขุมขน สำหรับปัญหาจุดด่างดำ รูขุมขนกว้าง หรือผิวมันมาก ใช้ในช่วง 5 - 10% แต่ Niacinamide ข้อควรระวังคือเรื่องระคายผิว จึงควรเริ่มจากเปอร์เซ็นต์ต่ำก่อนจะดีกว่า

Bioderma ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มออโตเดิร์ม

ทำความสะอาดและบำรุงผิว

ผิวแห้งถึงผิวแห้งมาก

ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มออโตเดิร์ม (Atoderm)

Bioderma ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มออโตเดิร์ม

ผิวแห้งคือผิวที่มีลักษณะตึงและขาดความอ่อนนุ่ม
ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มออโตเดิร์ม (Atoderm) นำเสนอผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าและผิวกายที่เหมาะสำหรับผิวแห้งและผิวแห้งมากสำหรับใช้ประจำวัน อีกทั้งยังช่วยดูแลผิวที่มีปัญหาผื่นภูมิแพ้ผิวหนังหรืออาการคันควบคู่ไปด้วย... เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นในการฟื้นบำรุงผิวให้เนียนนุ่มและรู้สึกสบายผิว บอกลาผิวแห้งตึงและคันหลังอาบน้ำไปได้เลย!