แพ้แดดคืออะไร? สังเกตอาการ หาสาเหตุ วิธีดูแลและป้องกันผิวแพ้แดด
ทำความรู้จักอาการแพ้แดดคืออะไร ผื่นแพ้แดดเป็นอย่างไร พร้อมเช็กอาการต่างๆ ดูแลผิวและป้องกันผิวแพ้แดด พร้อมวิธีเลือกครีมกันแดดสำหรับผิวแพ้ ระคายง่ายเลือกอย่างไร
ทำความรู้จักอาการแพ้แดดคืออะไร ผื่นแพ้แดดเป็นอย่างไร พร้อมเช็กอาการต่างๆ ดูแลผิวและป้องกันผิวแพ้แดด พร้อมวิธีเลือกครีมกันแดดสำหรับผิวแพ้ ระคายง่ายเลือกอย่างไร
Key Takeaway
เมื่อเราออกแดดเป็นเวลานาน นอกจากทำให้ผิวดูคล้ำขึ้นหรือผิวไหม้แล้ว ยังมีอาการแพ้แดด เกิดรอยเกา หรือรู้สึกระคายผิวเมื่อเจอแสงแดด อาการเหล่านี้เป็นที่รู้จักกันว่า “แพ้แดด” บทความนี้จะไปทำความรู้จักอาการแพ้แดดคืออะไร ผื่นแพ้แดดเป็นอย่างไร พร้อมเช็กอาการต่างๆ ดูแลผิวและป้องกันผิวแพ้แดด พร้อมวิธีเลือกครีมกันแดดสำหรับผิวแพ้ ระคายง่าย เลือกอย่างไรให้ตอบโจทย์ผิว
ภาวะแพ้แสงแดด (Sun Allergy) คือการที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองผิดปกติต่อรังสี UV เมื่อรังสีสัมผัสผิวหนัง เซลล์ผิวจะเกิดการเปลี่ยนแปลงและกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันเข้าใจผิดว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม กลไกนี้ทำให้ผิวไวแสง เกิดการระคายผิว และแสดงความผิดปกติทางผิวหนัง
อาการแพ้แดดมักเกิดขึ้นภายในไม่กี่นาทีหรือหลายชั่วโมงหลังสัมผัสแดด โดยมีลักษณะดังนี้
เมื่อเกิดผื่นแพ้แดดรักษาอย่างไร สามารถเริ่มต้นวิธีดูแลผิวแพ้ง่ายเบื้องต้นได้ดังนี้ เพื่อให้อาการดีขึ้น
สำหรับคนที่มีผิวแพ้ ระคายง่าย จำเป็นต้องใส่ใจการปกป้องผิวเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันอาการแพ้แดด การเลือกครีมกันแดดสำหรับผิวแพ้ง่าย จึงเป็นขั้นตอนการดูแลผิว ลดอาการระคายผิวจากแสงแดด ที่เป็นสาเหตุของผิวแพ้แดด โดยมีวิธีเลือกดังนี้
ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มี SPF 30 ขึ้นไป และค่า PA+++ หรือสูงกว่า เพื่อให้ครอบคลุมการปกป้องทั้งรังสี UVA และ UVB ซึ่งเป็นตัวการที่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้แดด การปกป้องที่เพียงพอจะช่วยลดการระคายผิวและการตอบสนองที่ผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันเมื่อผิวโดนทำร้ายจากรังสี
คนที่มีแนวโน้มจะเป็นผื่นแพ้แดด ควรเลือกกันแดดที่มีเนื้อสัมผัสแบบน้ำ (Water-based) โลชัน หรือเจลที่ซึมซาบไว ไม่ทิ้งความมันเหนอะหนะบนผิว การหลีกเลี่ยงเนื้อครีมที่หนักหรือข้นเกินไปจะช่วยลดโอกาสอุดตันของรูขุมขน ลดการสะสมของเหงื่อและสิ่งสกปรก ซึ่งอาจทำให้การระคายผิวรุนแรงขึ้น
Photoderm XDefense Ultra-Fluid (Invisible) กันแดดเนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย มอบฟินิชผิวแมตต์ ตอบโจทย์ทุกสภาพผิว พร้อมปกป้องผิวจากแสงแดด มลภาวะ และคลื่นความร้อนได้มากถึง 99% และช่วยป้องกันการเกาะจับผิวได้ถึง 33% มี Antioxidant จาก Ectoin และ Mannitol ทำให้ริ้วรอยแลดูจางลง พร้อมปรับสีผิวให้แลดูกระจ่างใส มีค่า PPD สูงถึง 35.9 แต่มีส่วนผสมของน้ำหอมเล็กน้อย ผิวบอบบางจึงควรทดสอบก่อนใช้งาน
Photoderm XDefense Ultra-Fluid (Shade 01) กันแดดสี Light Photoderm XDefense Ultra-Fluid (Shade 02) กันแดดสี Medium Light และ Photoderm XDefense Ultra-Fluid (Shade 03) กันแดดสี Medium ตอบโจทย์การดูแลผิวรอบด้านจากแสงแดด มลภาวะ รังสี UV และคลื่นความร้อน มีค่า PPD อยู่ที่ 32.5 เด่นด้วยการผสาน Iron Oxides ที่ช่วยปกป้องผิวจาก Visible Light ที่ทำให้เกิดปัญหาผิว ทั้งฝ้า ความหมองคล้ำ ลดการเกาะจับของมลภาวะได้ถึง 33% และยังมีหลายเฉดสีให้ตอบโจทย์สีผิวที่หลากหลายอย่างเป็นธรรมชาติ แต่มีส่วนผสมของน้ำหอม ผู้ที่มีผิวบอบบางจึงควรทดสอบก่อนใช้งาน
Photoderm Aquafluide กันแดดสูตรน้ำนม ที่ตอบโจทย์ในทุกสภาพผิว รวมถึงผิวแพ้ ระคายง่าย ด้วยเนื้อบางเบาเกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบ แต่มอบความชุ่มชื้นยาวนาน 8 ชั่วโมง พร้อมปกป้องผิวจากแสงแดด ทั้งรังสี UVA/UVB มลภาวะ และคลื่นความร้อน ช่วยปกป้องผิวจาก UVA ได้ถึง 84% อ่อนโยนต่อผิวหน้าและรอบดวงตา
แนะนำให้ใช้กันแดดกลุ่ม Physical Sunscreen (Mineral Sunscreen) ที่มีส่วนประกอบของ Zinc Oxide หรือ Titanium Dioxide เนื่องจากทำหน้าที่เคลือบผิวและสะท้อนรังสีออกไปโดยไม่ซึมเข้าสู่ผิว จึงก่อให้เกิดการระคายผิวน้อยกว่ากันแดดแบบเคมี นอกจากนี้ ต้องปราศจากน้ำหอม แอลกอฮอล์ สีสังเคราะห์ และพาราเบน
อาการแพ้แดดคือภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองผิดปกติต่อรังสี UV ทำให้ผิวอักเสบและไวต่อแสง โดยมีสาเหตุจากรังสี พันธุกรรม ยา หรือโรคประจำตัว อาการมักแสดงออกในรูปของผื่นแดง ตุ่มน้ำใส คัน และระคายผิวหลังออกแดด หากเกิดอาการควรหลบแดดทันที ประคบเย็นเพื่อลดความร้อน งดสครับผิว และทามอยส์เจอร์ไรเซอร์สูตรอ่อนโยนเพื่อฟื้นบำรุงผิว การป้องกันทำได้โดยเลี่ยงแดดจัดช่วง 10:00 - 16:00 น. สวมใส่อุปกรณ์ปกป้องผิวให้มิดชิด และทาครีมกันแดดที่มี SPF 30 ขึ้นไป ซึ่งครอบคลุมทั้ง UVA และ UVB อย่างสม่ำเสมอ
อาการแพ้แดดในระดับที่ไม่รุนแรงสามารถหายเองได้ภายใน 2 - 3 วัน หากหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดซ้ำและดูแลผิวด้วยการให้ความชุ่มชื้น แต่หากมีอาการรุนแรง เช่น เกิดตุ่มน้ำพอง มีแผลเปิด หรือมีอาการแสบร้อนมาก อาการเหล่านี้มักไม่หายเองและควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาด้วยยาทากลุ่มสเตียรอยด์หรือยาลดภูมิแพ้
สามารถเกิดขึ้นได้ในผู้ที่มีผิวไวต่อแสงแดดในระดับรุนแรง หลอดไฟบางประเภทในอาคาร เช่น หลอดฟลูออเรสเซนต์หรือหลอดฮาโลเจน มีการปล่อยรังสี UV ออกมาในปริมาณเล็กน้อย หากมีภาวะไวแสงขั้นรุนแรงหรือมีโรคประจำตัวที่ไวต่อแสง เช่น โรค SLE นั่งทำงานใต้หลอดไฟเหล่านี้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก็สามารถกระตุ้นให้เกิดการระคายผิวได้เช่นกัน
เน้นการใช้อุปกรณ์ปกปิดผิวที่กันแสงได้ทันที เช่น สวมเสื้อแขนยาวเนื้อผ้าทึบ ใส่หมวกปีกกว้าง สวมแว่นกันแดด และกางร่มที่เคลือบสารกันรังสี UV หากต้องการใช้ครีมกันแดด ควรเลือกประเภท Physical Sunscreen ที่มีส่วนผสม Zinc Oxide หรือ Titanium Dioxide เนื่องจากเมื่อทาลงบนผิวแล้วจะสามารถทำหน้าที่สะท้อนรังสีได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ 15 - 20 นาทีเหมือนครีมกันแดดแบบเคมี
อาหารไม่สามารถปกป้องผิวหรือทดแทนการทาครีมกันแดดได้ แต่มีส่วนช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวและลดการระคายจากภายใน อาหารที่อุดมด้วย Antioxidant เช่น ไลโคปีนจากมะเขือเทศ เบตาแคโรทีนจากแคร์รอต รวมถึงผักผลไม้ที่มีวิตามินซีและอีสูง จะช่วยลดความเสียหายของเซลล์ผิวเมื่อถูกทำร้ายจากรังสี UV และช่วยให้ผิวฟื้นบำรุงจากการระคายได้ดีขึ้น