Key Takeaway

  • ผิวแพ้ง่ายเป็นผิวที่มีเกราะป้องกันผิวอ่อนแอ ไวต่อมลภาวะและสารเคมีเป็นพิเศษ ทำให้รู้สึกระคายได้ง่าย จึงควรเลี่ยงกันแดดที่มีสารระคายผิว ต้องใส่ใจเลือกครีมกันแดดมากกว่าผิวอื่นๆ
  • วิธีเลือกครีมกันแดดเริ่มจากเลือกตามประเภทของสารกันแดด ดูส่วนผสมที่จำเป็นในสารกันแดด เลือกค่า SPF และ PA ที่พอเหมาะ และเลือกเนื้อสัมผัสที่เหมาะกับผิว
  • ส่วนผสมที่ควรเลี่ยงในครีมกันแดดสำหรับผิวแพ้ ระคายง่าย ได้แก่ น้ำหอม แอลกอฮอล์ พาราเบน Oxybenzone / Octinoxate สีสังเคราะห์ สารทำความสะอาด (SLS/SLES) และซิลิโคน

 

การเลือกครีมกันแดดผิวแพ้ง่าย ควรเลือกสูตรอ่อนโยนกับผิว และปราศจากสารระคาย เช่น น้ำหอม แอลกอฮอล์ เพื่อลดโอกาสระคายผิว และดูแลผิวจากแสงแดดได้ดี โดยมีวิธีเลือกครีมกันแดดสำหรับผิวแพ้ระคายง่ายอย่างไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบ!

ทำไมผิวแพ้ง่ายต้องใส่ใจเลือกครีมกันแดดเป็นพิเศษ

ผิวแพ้ง่ายเป็นผิวที่มีเกราะป้องกันผิวอ่อนแอ จึงไวต่อมลภาวะและสารเคมีเป็นพิเศษ โดยเฉพาะแสงแดด มลภาวะ น้ำหอม หรือสารเคมี ที่เป็นการกระตุ้นการอักเสบ ทำให้รู้สึกระคายผิวได้ง่าย หากละเลยการทากันแดด ผิวจะถูกทำร้ายซ้ำๆ จนเกิดฝ้า กระ และริ้วรอยก่อนวัยได้ง่ายกว่าปกติ

 

ผิวแพ้ ระคายง่ายควรเลือกครีมกันแดดอย่างไร

  • มีค่า SPF และ PA ที่เหมาะสม ป้องกันได้ทั้ง UVA/UVB
  • ปราศจากสารระคายผิว
  • เนื้อสัมผัสเบาสบาย ไม่เหนอะหนะ ลดอุดตัน ใช้ได้ทุกวัน

 

ครีมกันแดดสำหรับผิวแพ้ง่าย ต่างจากกันแดดทั่วไปอย่างไร

กันแดดทั่วไป เน้นประสิทธิภาพการปกป้องรังสี UVA/UVB และเนื้อสัมผัสที่เบาสบายผิว แต่อาจมีส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์ พาราเบน สี หรือฟิลเตอร์กันแดดบางชนิด ซึ่งสารเหล่านี้อาจกระตุ้นให้เกิดการระคายได้ง่ายในกลุ่มผู้ที่มีผิวบอบบาง จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีสภาพผิวปกติที่ไม่ค่อยแพ้สกินแคร์

 

กันแดดสำหรับผิวแพ้ง่าย ออกแบบมาเพื่อความอ่อนโยนต่อผิว โดยมักใช้สารกันแดดกลุ่ม Physical เช่น Zinc Oxide หรือ Titanium Dioxide ที่มีโอกาสแพ้น้อย พร้อมตัดสารระคายผิวออกทั้งหมด นอกจากนี้ยังเพิ่มสารบำรุงเพื่อปลอบประโลมและเสริมเกราะป้องกันผิว ช่วยลดอาการระคายผิวจากการเผชิญแสงแดด จึงตอบโจทย์ผู้ที่ผิวบอบบาง มีโอกาสเป็นสิวง่าย หรือแพ้สารเคมีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีเลือกครีมกันแดดสำหรับผิวแพ้ระคายง่าย

 

เลือกตามประเภทของสารกันแดด

 

  • Chemical Sunscreen 

กันแดดประเภทนี้ใช้สารเคมีทำหน้าที่ดูดซับรังสีจากแสงแดด แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนเพื่อคายออกจากผิว ช่วยป้องกันไม่ให้รังสีทะลุลงไปทำลายชั้นผิวหนัง จุดเด่นคือเนื้อสัมผัสแบบครีมทั่วไปที่ไม่หนักผิวจนเกินไป แต่มีส่วนผสมของสารเคมีในปริมาณมาก จึงมีโอกาสทำให้ระคายผิวได้ง่ายกว่าปกติ ก่อนเลือกผู้ที่ผิวบอบบางแพ้ง่ายจึงควรตรวจสอบส่วนผสมหรือทดสอบอาการแพ้ก่อนใช้งานเสมอ

 

  • Physical Sunscreen 

กันแดดประเภทนี้ใช้สาร Titanium Dioxide และ Zinc Oxide ทำหน้าที่เป็นเสมือนเกราะเคลือบผิวเพื่อสะท้อนรังสี UVA และ UVB ออกไป จึงช่วยปกป้องผิวโดยไม่ก่อให้เกิดการระคายผิวเท่ากับแบบเคมี จุดเด่นคือความอ่อนโยนสูง แต่เนื้อครีมเน้นการเคลือบผิวเพื่อสะท้อนแสง จึงอาจมีความละเอียดน้อยกว่าแบบอื่น ทำให้ขณะทาอาจเกิดคราบขาวหรือเป็นขุยได้ง่าย

 

  • Hybrid Sunscreen 

เป็นการรวมจุดเด่นของแบบ Chemical และ Physical เข้าด้วยกัน ทำให้สามารถดูดซับและสะท้อนรังสีได้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปกป้องผิวให้สูงสุด พร้อมแก้ปัญหาเรื่องคราบขาวและลดโอกาสการระคายผิวจากสารเคมีให้น้อยลง ด้วยคุณสมบัติที่สมดุลทั้งความอ่อนโยนและเนื้อสัมผัสที่ดี จึงกลายเป็นประเภทกันแดดที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน

 

 ส่วนผสมที่ต้องมีในครีมกันแดด

  • ใช้ฟิลเตอร์ที่กันได้ทั้ง UVA, UVB และ HEVIS Light เพื่อลดโอกาสผิวไหม้ หมองคล้ำ และการระคายจากแสงแดด
  • ปราศจากสารก่อการแพ้ เช่น น้ำหอม สี แอลกอฮอล์ พาราเบน และสารกันเสียรุนแรง เพื่อป้องกันผื่นระคายและอาการแสบแดง
  • มีส่วนผสมของ Glycerin, Hyaluronic Acid หรือ Panthenol เพื่อช่วยฟื้นบำรุงผิวและป้องกันอาการแห้งลอกหลังออกแดด
  • มีส่วนผสมอย่างวิตามินอี เพื่อช่วยลดการเกิดฝ้า กระ และริ้วรอยก่อนวัยที่เกิดจากรังสี UV
  • ต้องผ่านการทดสอบกับผิวแพ้ระคายง่ายโดยเฉพาะ และระบุว่า “ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน” (Non-comedogenic) เพื่อลดโอกาสการเกิดสิว

 

เลือกค่า SPF และ PA ที่พอเหมาะ

การเลือกครีมกันแดดสำหรับคนเป็นสิว ผิวแพ้ ระคายง่าย สิ่งสำคัญคือการเลือกใช้ให้เหมาะกับกิจกรรม เพื่อเลี่ยงการใช้สารกันแดดที่เข้มข้นเกินความจำเป็นจนทำให้เกิดระคายผิว

 

  • เน้นใช้ชีวิตในอาคาร เลือก SPF 30 / PA+++ ก็เพียงพอต่อการป้องกันรังสี UVA / UVB ในชีวิตประจำวัน โดยไม่ทำให้ผิวต้องรับสารกันแดดที่มากเกินไป
  • เน้นกิจกรรมกลางแจ้ง เลือก SPF 50 / PA++++ เพื่อป้องกันผิวไหม้และริ้วรอยจากแดดจัด โดยควรทาซ้ำทุก 2 - 3 ชั่วโมง แทนการใช้ค่า SPF ที่สูงกว่านี้ ซึ่งมักมีสารเคมีเข้มข้นที่อาจทำให้ผิวแพ้ ระคายได้ง่าย
  • นอกจากค่า SPF / PA ที่เหมาะสมแล้ว ควรควบคู่ไปกับสูตรอ่อนโยนพิเศษ ที่ไม่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ สารกันเสีย และเนื้อสัมผัสบางเบา เพื่อให้ใช้งานได้ต่อเนื่องทุกวันโดยไม่เกิดระคายผิวหรืออุดตัน

 

 เลือกเนื้อสัมผัสที่เหมาะกับผิว

  • เนื้อมูส สัมผัสนุ่ม บางเบา เกลี่ยง่ายไม่เหนอะหนะ ช่วยลดการอุดตัน เหมาะสำหรับผิวแห้ง - ผิวธรรมดา
  • เนื้อแป้ง เป็นผงละเอียด ช่วยคุมมันได้ดี ไม่ทิ้งความวาวบนใบหน้า เหมาะสำหรับผิวมัน
  • เนื้อเจล บางเบาสบายผิว ไม่ทิ้งคราบขาว ลดโอกาสเกิดสิวอุดตัน เหมาะสำหรับคนเป็นสิวและผิวมัน
  • เนื้อน้ำนม ซึมไว เติมความชุ่มชื้นได้ดีโดยไม่ทิ้งความมันตกค้าง เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว
  • เนื้อเซรั่ม เนื้อสัมผัสแบบน้ำ ซึมลึก ไม่ไหลเยิ้ม และสีผิวไม่เพี้ยนระหว่างวัน เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่ายและผิวมัน 

 

Photoderm Aquafluide SPF50+ (Invisible) ครีมกันแดดสูตรน้ำนม เนื้อสัมผัสบางเบา เกลี่ยง่ายไม่เป็นคราบ ไม่แต่งกลิ่นหอม เหมาะสำหรับผิวแพ้ ระคายง่าย พร้อมค่า PPD สูงถึง 23.5 ช่วยป้องกันแสงแดดจากรังสี UVA / UVB ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

 

Photoderm Aquafluide SPF50+ (Light color) ครีมกันแดดทาหน้าสำหรับผิวแพ้ ระคายง่าย เป็นสูตรน้ำ (สีเนื้อ) มอบความชุ่มชื้นให้กับผิวยาวนานตลอดวัน มีตัวกรองแสงแดดเพียง 4 ตัวแต่ป้องกันแสงแดดทั้ง UVA / UVB อ่อนโยนต่อผิวหนังและรอบดวงตา และมีค่า PPD 23.0

 

Photoderm XDefense Ultra-Fluid (Invisible) ครีมกันแดดเพื่อทุกสภาพผิว (สำหรับผิวแพ้ระคายง่ายอาจต้องทดสอบการแพ้ก่อนใช้ เนื่องจากมีส่วนผสมของน้ำหอมในปริมาณเล็กน้อย) พร้อมปกป้องผิวจากแสงแดด คลื่นความร้อน แสง UV แต่เนื้อสัมผัสบางเบา ไม่เหนียว ไม่เกิดคราบขาว และให้ผิวแมตต์หลังใช้งาน และมีค่า PPD สูงถึง 35.9

 

Photoderm XDefense Ultra-Fluid (Shade 01) ครีมกันแดดสำหรับผิวหน้าสีเนื้ออ่อน สามารถใช้ได้ทุกสภาพผิว ผิวเป็นสิวหรือผิวแพ้ ระคายง่าย (แต่ควรทดสอบการระคายผิวก่อนใช้งาน เนื่องจากมีน้ำหอมในปริมาณเล็กน้อย) ปกป้องผิวจากแสงแดด พร้อมดูแลผิวจากมลภาวะ แสงแดด และคลื่นความร้อน ด้วยค่า PPD 32.5 พร้อมเนื้อสัมผัสบางเบา ไม่เหนียว ให้ความรู้สึกผิวแมตต์หลังใช้งาน

วิธีทดสอบกันแดดก่อนใช้งาน

  • ทดสอบอาการแพ้เบื้องต้น (Patch Test) ทาบริเวณท้องแขนหรือหลังใบหู ทิ้งไว้ 15 นาที หากไม่มีการระคายผิว แสดงว่าเบื้องต้นไม่แพ้สารสกัดหลัก
  • สังเกตอาการระยะยาว (2 - 3 วัน) สำหรับผิวแพ้ ระคายง่ายมาก ให้ทาจุดเดิมทิ้งไว้ต่อเนื่อง 1 - 3 วัน เพื่อเช็กปฏิกิริยาตอบสนองที่อาจเกิดขึ้นช้ากว่าปกติ
  • เช็กความมันและการอุดตัน ทดลองทาบนผิวแล้วใช้กระดาษซับมันทดสอบ หากทิ้งความมันส่วนเกินไว้มากเกินไป อาจเสี่ยงต่อการเกิดสิวอุดตัน
  • ตรวจสอบประสิทธิภาพ (UV Protection) ใช้แผ่นทดสอบ UV หรือไฟฉาย Blacklight ส่องเพื่อยืนยันว่าเนื้อครีมสามารถบล็อกรังสีได้จริงตามที่เคลมไว้
  • ยืนยันด้วยเลข อย. ตรวจสอบเลขที่ใบรับจดแจ้งบนบรรจุภัณฑ์ทุกครั้ง เพื่อมั่นใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและถูกกฎหมาย

 

ส่วนผสมที่ควรเลี่ยงในครีมกันแดดผิวแพ้ง่าย

ในการเลือกครีมกันแดด สำหรับผิวแพ้ ระคายง่ายควรใส่ใจในการเลือกส่วนผสมเป็นพิเศษ เพราะปราการผิวอ่อนแอ ทำให้รู้สึกระคายผิวได้ง่ายกว่าผิวปกติ เกิดการระคายมากขึ้น จึงควรหลีกเลี่ยงสารเหล่านี้ เพื่อช่วยลดโอกาสแพ้

 

  • น้ำหอม ตัวการหลักที่ทำให้เกิดผื่นแพ้และการระคายผิว
  • แอลกอฮอล์ โดยเฉพาะกลุ่ม Ethanol หรือ SD Alcohol ที่ทำให้ผิวแห้งตึงและระคายง่าย
  • สารกันเสีย เช่น พาราเบน (Parabens) และ MIT ที่มักกระตุ้นให้เกิดผื่นแพ้สัมผัส
  • สารกันแดดกลุ่มเคมี (Chemical Filters) เช่น Oxybenzone หรือ Octinoxate ที่ซึมเข้าผิวและทำให้ผิวบอบบางระคายได้ง่าย
  • สีสังเคราะห์ อาจมีสารโลหะหนักปนเปื้อนและก่อให้เกิดอาการแพ้
  • สารทำความสะอาด (SLS/SLES) ทำลายปราการผิวและทำให้ผิวแห้งกร้าน
  • ซิลิโคน (Silicones) สารกลุ่มที่ลงท้ายด้วย -cone หรือ -oxane ซึ่งเสี่ยงต่อการอุดตัน

 

วิธีใช้กันแดดให้ได้ประสิทธิภาพ

  • ทาในปริมาณที่เหมาะสม โดยใช้ปริมาณ 2 ข้อนิ้วมือ หรือขนาดเท่า 2 เหรียญสิบ สำหรับใบหน้าและลำคอ
  • ทาก่อนออกแดดอย่างน้อย 15 - 30 นาที เพื่อให้เนื้อครีมซึมและเซตตัวเป็นฟิล์มป้องกันผิว
  • ควรทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง โดยเฉพาะเมื่ออยู่กลางแดดจัด มีเหงื่อมาก หรือหลังว่ายน้ำ
  • เลือกที่มีค่า SPF 30 และ PA+++ ขึ้นไป เพื่อกันทั้ง UVA และ UVB
  • ต้องทาให้ทั่วทั้งใบหน้า ลำคอ ใบหู และหลังคอ
  • ทากันแดดเป็นขั้นตอนสุดท้ายของสกินแคร์ ก่อนเริ่มขั้นตอนการแต่งหน้า

 

สรุป

ครีมกันแดดเป็นพื้นฐานของการดูแลผิว แม้แต่ผิวแพ้ ระคายง่ายก็ต้องใส่ใจในการเลือกเป็นพิเศษ โดยควรเลือกสูตรอ่อนโยน เสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง เพื่อลดการระคายผิวจากแสงแดด มลภาวะ และสารเคมี และควรเลือกใช้กันแดดประเภท Physical หรือ Hybrid ที่มีค่า SPF 30 - 50 และ PA+++ ขึ้นไป พร้อมหลีกเลี่ยงสารอันตรายอย่างน้ำหอม แอลกอฮอล์ และพาราเบน นอกจากนี้ ควรเลือกเนื้อสัมผัสที่เหมาะกับสภาพผิว และต้องทดสอบอาการแพ้ก่อนใช้งานเสมอ สุดท้ายควรทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมงเพื่อประสิทธิภาพการป้องกันแสงแดด

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับครีมกันแดดผิวแพ้ง่าย (FAQ)

อาการแพ้ครีมกันแดดมีอะไรบ้าง?

อาการแพ้ครีมกันแดดมักแสดงออกผ่านผื่นแดง ระคาย แสบร้อน ผิวลอก หรือมีตุ่มใสและลมพิษขึ้น โดยอาการอาจปรากฏทันทีหรือภายใน 24 - 48 ชั่วโมงหลังใช้งาน นอกจากนี้ บางรายอาจมีอาการระคายผิวมากขึ้นเมื่อผิวบริเวณที่ทาออกไปสัมผัสกับแสงแดด

 

ผิวแพ้แดดใช้อะไรดี?

หากมีอาการผิวแพ้ แสบแดง หรือไหม้แดด ควรปฐมพยาบาลทันทีด้วยการประคบเย็นหรืออาบน้ำเย็นเพื่อลดอุณหภูมิผิว จากนั้นบำรุงด้วยเจลว่านหางจระเข้หรือมอยส์เจอร์ไรเซอร์สูตรอ่อนโยนเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ที่สำคัญคือห้ามแกะหรือสครับผิวที่ลอก และต้องหมั่นทากันแดดเนื้อบางเบาเพื่อป้องกันผิวไม่ให้ระคายซ้ำ

 

ทำไมถึงมีอาการคันเมื่อโดนแดด?

อาการระคายเมื่อเจอแสงแดดมีสาเหตุหลักมาจาก 3 ปัจจัย คือ โรคแพ้แสงแดดที่เกิดจากภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อรังสี UV ผิดปกติจนเป็นผื่นหรือตุ่มระคาย ผดร้อนที่เกิดจากเหงื่ออุดตันรูขุมขนในอากาศร้อน และ ผิวไหม้แดดจากการที่รังสี UV ทำลายชั้นผิวจนเกิดอาการระคายผิว

 

ผิวแพ้ง่ายไม่ควรใช้อะไร?

ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายควรเลี่ยงสกินแคร์ที่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ พาราเบน สีสังเคราะห์ และสารทำความสะอาดกลุ่ม SLS / SLES รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการผลัดเซลล์ผิวด้วยกรดที่มีความเข้มข้นสูงอย่าง AHA, BHA และเรตินอยด์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอและเกิดการระคายผิวง่าย

 

วิธีเช็กผิวแพ้ง่ายทำอย่างไร?

วิธีเช็กผิวแพ้ง่ายทำได้โดยการสังเกตว่าผิวมีอาการระคายง่ายเมื่อสัมผัสสิ่งกระตุ้น เช่น แดด ฝุ่น สกินแคร์หรือไม่ พร้อมทดสอบเบื้องต้นด้วยการทาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ท้องแขนหรือหลังใบหูทิ้งไว้ 24 - 48 ชั่วโมง หากมีอาการผิดปกติแสดงว่าแพ้ และควรเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าผ่านการทดสอบความอ่อนโยน

 

ผิวแพ้ง่ายควรใช้ครีมกันแดดแบบไหนดี?

ควรเลือกใช้ Physical Sunscreen ที่มีส่วนผสมของ Zinc Oxide หรือ Titanium Dioxide เป็นหลัก เนื่องจากใช้หลักการสะท้อนรังสี UV ออกจากผิวแทนการดูดซับ จึงมีความอ่อนโยนสูง ช่วยลดโอกาสการระคายผิวและลดอุดตัน

 

Physical Sunscreen เหมาะกับใคร?

Physical Sunscreen เหมาะสำหรับผิวแพ้ ระคายง่าย เป็นสิวง่าย เด็ก และสตรีมีครรภ์ เพราะใช้หลักการสะท้อนรังสี UV โดยไม่ซึมเข้าสู่ผิว จึงไม่ก่อให้เกิดการระคายผิว สามารถปกป้องผิวได้ทันทีหลังทา และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

 

Physical Sunscreen ก่อให้เกิดการอุดตันไหม?

Physical Sunscreen มีโอกาสอุดตันได้ เนื่องจากเนื้อสัมผัสหนาและเหนอะหนะกว่า เพื่อทำหน้าที่เป็นฟิล์มเคลือบผิวสำหรับสะท้อนรังสีจากแสงแดด

 

ทำไมทาครีมกันแดดแล้วรู้สึกระคายผิว?

อาการระคายผิวหลังทากันแดดเกิดได้จาก 3 สาเหตุหลัก คือการระคายต่อสารเคมี เช่น น้ำหอม พาราเบน หรือกลุ่ม Benzophenones สภาพผิวเดิมที่แห้งหรืออ่อนแออยู่แล้ว หรือเกิดจากปฏิกิริยาระหว่างกันแดดกับสกินแคร์ตัวอื่น หากมีอาการเหล่านี้ควรหยุดใช้ทันทีและเปลี่ยนไปใช้สูตรที่อ่อนโยนต่อผิวแทน

 

วิธีเช็กผิวแพ้กันแดด ทำอย่างไร?

การทำ Patch Test คือวิธีเช็กอาการแพ้ที่ดีมีประสิทธิภาพ โดยทากันแดดที่ท้องแขนหรือหลังใบหูต่อเนื่อง 3 - 7 วัน หากพบสัญญาณแพ้ หรือระคายผิว ให้รีบล้างออกด้วยโฟมสูตรอ่อนโยนและหยุดใช้ทันที

Bioderma ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มโฟโตเดิร์ม

ปกป้องผิวจากแสงแดด

ผิวแพ้ง่ายที่ต้องเผชิญกับแสงแดด

ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มโฟโตเดิร์ม (Photoderm)

Bioderma ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มโฟโตเดิร์ม

คุณกำลังมองหาครีมกันแดดประสิทธิภาพสูงสำหรับผิวของคุณอยู่หรือเปล่า

ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มโฟโตเดิร์ม (Photoderm) คือผลิตภัณฑ์กันแดดครบวงจรสำหรับทุกสภาพผิวรวมถึงผิวที่มีความไวต่อแสงแดด  โดยมีทั้งผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดสำหรับผิวที่ไวต่อสิ่งกระตุ้นอย่างแสงแดดหรือสารเคมีผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดสำหรับผิวแพ้ง่าย และผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดสำหรับผิวมันถึงผิวเป็นสิวง่ายโดยเฉพาะ