Key Takeaway

  • วิตามินซี คือ Antioxidant ประสิทธิภาพสูงที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ในสกินแคร์มีทั้งรูปแบบบริสุทธิ์ที่ออกฤทธิ์ไว และรูปแบบอนุพันธ์ที่พัฒนาให้มีความเสถียรและอ่อนโยนต่อผิว
  • วิตามินซีช่วยยับยั้งการผลิตเม็ดสีเมลานินเพื่อปรับให้ผิวแลดูกระจ่างใส ลดโอกาสเกิดรอยดำ รอยแดง กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวดูเต่งตึง และลดโอกาสเกิดริ้วรอย
  • วิธีใช้วิตามินซีให้ได้ผลจริง ควรเริ่มใช้จากความเข้มข้นต่ำ ทาลงบนผิวหน้าที่แห้งสนิท หลีกเลี่ยงการทาพร้อมกับสกินแคร์กลุ่มผลัดเซลล์ผิว (AHA/BHA) และควรเก็บรักษาในขวดทึบแสงเพื่อกันความร้อน
  • วิตามินซีสามารถใช้ได้ทั้งเช้าและเย็น ตอนเช้าจะช่วยเสริมประสิทธิภาพกันแดดในการปกป้องผิวจากรังสี UV โดยต้องทากันแดดทับเสมอ ส่วนตอนกลางคืนจะเน้นฟื้นบำรุงผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

 

หลายคนอาจสงสัยว่าวิตามินซีใช้อย่างไร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง โดยวิตามินซีช่วยลดโอกาสเกิดรอยดำ ดูแลผิวจากมลภาวะต่างๆ และยังเป็นหนึ่งในสกินแคร์ที่ควรมีติดบ้านอีกด้วย แต่หากใช้เซรั่มวิตามินซีอย่างผิดวิธีก็อาจทำให้รู้สึกระคายผิวได้ บทความนี้จะแนะนำวิธีทาวิตามินซีให้ถูกต้อง เห็นผลจริง เพื่อให้ได้ผิวที่แลดูกระจ่างใสและปลอดภัยต่อผิว

วิตามินซี คืออะไร

วิตามินซี (Vitamin C) หรือกรดแอสคอร์บิก (Ascorbic Acid) เป็น Antioxidant ที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถผลิตขึ้นเองได้ ในสกินแคร์ วิตามินซีถูกนำมาพัฒนาเป็นส่วนผสมสำคัญในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ทำหน้าที่ปกป้องผิวจากมลภาวะ รังสี UV และความร่วงโรยตามวัย โดยเน้นผลลัพธ์ด้านการปรับสีผิวให้แลดูกระจ่างใสและฟื้นบำรุงโครงสร้างผิวให้แข็งแรง

วิตามินซีช่วยเรื่องอะไรบ้าง 

  • ปรับผิวให้ดูกระจ่างใสและลดโอกาสเกิดรอยดำ ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase) ที่เป็นตัวการผลิตเม็ดสีเมลานิน ช่วยลดโอกาสเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ และรอยสิว
  • กระตุ้นคอลลาเจน เป็นสารสำคัญในกระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจนในชั้นผิว ช่วยให้ผิวดูกระชับ และรู้สึกได้ว่าริ้วรอยลดลง
  • Antioxidant และชะลอวัย ปกป้องเซลล์ผิวจากการถูกทำร้ายโดย Antioxidant ที่เกิดจากแสงแดด มลภาวะ และความเครียด ลดโอกาสเกิดริ้วรอยก่อนวัย
  • ลดการอักเสบและสมานผิว ช่วยเร่งกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ผิว ลดอาการระคาย และลดโอกาสเกิดรอยแผลเป็นจากสิว
  • เสริมประสิทธิภาพครีมกันแดด เมื่อใช้วิตามินซีทาหน้าก่อนทาครีมกันแดดในตอนเช้า จะช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวจากการถูกทำร้ายด้วยรังสี UV ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

รวมวิธีทาวิตามินซีอย่างไรให้เห็นผลจริง

เลือกทาวิตามินซีให้เหมาะกับผิว

ควรเลือกอนุพันธ์วิตามินซีให้ตรงกับสภาพผิว หากมีผิวบอบบางหรือเป็นสิวง่าย ควรเลี่ยง L-Ascorbic Acid ที่มีฤทธิ์เป็นกรดสูงและอาจก่อให้เกิดการระคายผิว โดยเปลี่ยนไปใช้ Vitamin C ทาหน้าที่ใช้อนุพันธ์ที่อ่อนโยนและมีความเสถียรมากกว่า เช่น SAP หรือ Ascorbyl Glucoside แทน

 

เริ่มจากความเข้มข้นต่ำก่อน แล้วค่อยปรับขึ้น

สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มใช้ ควรเริ่มต้นจากผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นต่ำ (ประมาณ 5-10%) เพื่อให้ผิวได้ปรับตัวและทดสอบอาการแพ้ก่อนใช้ หากใช้ไประยะหนึ่งแล้วไม่มีอาการระคายผิวเลย ค่อยปรับเพิ่มความเข้มข้นเป็น 15-20% เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผิว

 

เลี่ยงใช้กับสารผลัดเซลล์ผิว

ไม่ควรทาวิตามินซีพร้อมกับสกินแคร์กลุ่ม AHA, BHA, Retinol หรือ Benzoyl Peroxide เนื่องจากสารเหล่านี้มีฤทธิ์ผลัดเซลล์ผิว หากใช้ร่วมกันจะเพิ่มความเสี่ยงในการระคายและทำร้ายปราการผิวอย่างรุนแรง แนะนำให้ใช้คนละเวลากัน โดยทาวิตามินซีตอนเช้า และใช้สารผลัดเซลล์ผิวตอนกลางคืน

 

ใช้บนใบหน้าที่แห้งสนิท

หลังทำความสะอาดผิวหน้า ควรซับผิวให้แห้งสนิทก่อนทาวิตามินซี โดยเฉพาะกลุ่ม L-Ascorbic Acid เพราะหากผิวเปียกชื้นน้ำจะทำปฏิกิริยากับวิตามินซี ส่งผลให้ประสิทธิภาพลดลงและอาจทำให้รู้สึกระคายผิวหน้าได้

 

ลงตามลำดับ Skincare Routine

การเรียงลำดับสกินแคร์อย่างถูกต้องจะช่วยให้วิตามินซีซึมเข้าสู่ชั้นผิวได้ลึกและทำงานได้อย่างเต็มที่ โดยยึดหลักการทาจากผลิตภัณฑ์เนื้อเหลวที่สุดไปหาเนื้อข้นที่สุด ตามลำดับดังนี้

  1. คลีนเซอร์ล้างทำความสะอาดหน้า
  2. โทนเนอร์หรือเอสเซนส์น้ำตบ 
  3. เซรั่มที่ดูแลผิวเฉพาะจุด เช่น วิตามินซี
  4. มอยส์เจอร์ไรเซอร์ 
  5. ครีมกันแดด 

 

หมั่นทากันแดดอย่างสม่ำเสมอ

การใช้วิตามินซีเซรั่มในตอนเช้าจำเป็นต้องทาครีมกันแดดตามเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้วิตามินซีเสื่อมสภาพเมื่อโดนรังสี UV การทาวิตามินซีคู่กับครีมกันแดดยังเป็นการเสริมประสิทธิภาพซึ่งกันและกัน ในด้าน Antioxidant และปกป้องผิวจากแสงแดดได้ดียิ่งขึ้น

 

Photoderm XDefense Ultra-Fluid (Invisible) กันแดดเนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว ให้ผิวแมตต์หลังใช้งาน ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด มลภาวะ และคลื่นความร้อนได้ถึง 99%1 ป้องกันการเกาะจับของมลภาวะได้มากกว่า 33%2 พร้อมผสานคุณค่าจาก Ectoin และ Mannitol ซึ่งเป็น Antioxidant ช่วยลดโอกาสเกิดริ้วรอย ปรับให้ผิวแลดูกระจ่างใส แข็งแรงขึ้นจากการเผชิญแสงแดดและมลภาวะได้ถึง 164%3 แต่เนื่องจากมีส่วนผสมของน้ำหอมในปริมาณเล็กน้อย กลุ่มผิวบอบบาง ระคายง่ายควรทดสอบอาการแพ้ก่อนใช้งาน

 

Photoderm XDefense Ultra-Fluid (Shade 01) กันแดดสีเนื้ออ่อนที่ตอบโจทย์ทุกสภาพผิว ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด รังสี UV มลภาวะ และคลื่นความร้อนได้ถึง 99%1 พร้อมผสาน Iron Oxides ที่ช่วยปกป้องผิวจาก Visible Light สาเหตุของการเกิดฝ้าและความหมองคล้ำ ป้องกันการจับเกาะของมลภาวะได้มากกว่า 33%2 นอกจากนี้ยังมี Ectoin และ Mannitol ซึ่งเป็น Antioxidant ช่วยดูแลผิว ปรับผิวให้ดูกระจ่างใส แข็งแรงจากมลภาวะ ได้ถึง 164%3

 

นอกจากนี้ยังมี Photoderm XDefense Ultra-Fluid (Shade 02) และ Photoderm XDefense Ultra-Fluid (Shade 03) รองรับเฉดสีผิวที่หลากหลาย ตอบโจทย์ในทุกสีผิว ช่วยให้เลือกสีกันแดดได้ตรงกับสีผิวของเรามากขึ้น แต่มีส่วนผสมของน้ำหอมในปริมาณเล็กน้อย ผู้ที่มีผิวระคายง่ายจึงควรทดสอบก่อนใช้งานจริง

 

อ้างอิง

  1.  Ex vivo evaluation of DNA damages by thymine dimers measurement with Photoderm XDefense Ultra-Fluid SPF50+ on skin explants exposed to UVA, UVB, visible light and infrared light, versus untreated irradiated control, France 2024
  2.  clinical study, under dermatological control, 11 subjects aged from 21 to 61 years old. Instrumental measurement after one application, France, 2024.
  3. In vitro evaluation of the neosynthesis of skin detoxification enzymes, for 6 hours. Assessment of the gene expression by RT-qPCR, France 2024

 

เก็บรักษาอย่างถูกวิธี 

วิตามินซีเสื่อมสภาพได้ง่ายเมื่อสัมผัสแสงแดด อากาศ และความร้อน จึงควรเก็บผลิตภัณฑ์ไว้ในขวดทึบแสง เก็บในที่แห้งและเย็น เช่น ตู้เย็นช่องธรรมดา และปิดฝาให้สนิททันทีหลังใช้ หากเนื้อเซรั่มเปลี่ยนเป็นสีส้มเข้มหรือน้ำตาล แสดงว่าวิตามินซีเสื่อมสภาพแล้ว และไม่ควรนำมาใช้ต่อ

วิตามินซีจับคู่กับสกินแคร์อื่นอย่างไร 

คู่ที่ใช้ร่วมกับวิตามินซีได้

  • วิตามินอี (Vitamin E) และเฟอรูลิก (Ferulic Acid) ช่วยเสริมความเสถียรและทวีคูณประสิทธิภาพใน Antioxidant ของวิตามินซีให้สูงขึ้น
  • ไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) ช่วยเติมน้ำให้ผิวและล็อกความชุ่มชื้น ลดอาการแห้งตึงจากการใช้วิตามินซี
  • ครีมกันแดด เสริมเกราะป้องกันผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV และมลภาวะได้ดีกว่าการทากันแดดเพียงอย่างเดียว

 

Hydrabio Sérum เซรั่มเติมความชุ่มชื้นเข้มข้น เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว ช่วยให้ความชุ่มชื้นและยาวนานถึง 24 ชั่วโมง1 เซรั่มนี้ยังช่วยปรับผิวให้เรียบเนียนแลดูกระจ่างใส ลดโอกาสอุดตันผิว ให้ผิวดูนุ่มชึ้นถึง 85% และผิวนุ่มราวกำมะหยี่าว 70%2 สามารถใช้คู่กับเซรั่มวิตามินซี เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการดูแลผิวได้ รู้สึกผิวได้รับความชุ่มชื้นยาวนานหลังจากใช้งานไปแล้ว 1 เดือน3

 

อ้างอิง

  1. Use test, % of satisfaction on 20 subjects for 7 days.
  2. Usage test on 20 volunteers aged 33 to 60, with dry and sensitive/fragile skin, for 7 days.
  3. Evaluation of hydration efficacy on 11 subjects.

 

Sensibio Defensive ผลิตภัณฑ์ฟื้นบำรุงผิว เนื้อสัมผัสบางเบา ซึมไว ช่วยปลอบประโลมผิว ให้ผิวรู้สึกสบายถึง 97%1 มีสารที่ช่วยให้ผิวดูแข็งแรง ลดโอกาสระคายผิวจากมลภาวะ สิ่งกระตุ้นต่างๆ และยังช่วยฟื้นบำรุงปราการผิว เติมเต็มความชุ่มชื้นยาวนาน 12 ชั่วโมง ลดความรู้สึกไม่สบายผิวลดลง 73% ใน 3 นาที2 ตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาผิวแพ้ ระคายง่าย และสามารถใช้ร่วมกับวิตามินซี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผิวได้

 

อ้างอิง

  1. Use test, % of satisfaction, on 33 subjects for 28 days.
  2. Capsaïcin test, on 22 subjects.

 

คู่ที่ควรหลีกเลี่ยง

  • AHA / BHA เป็นกลุ่มกรดผลัดเซลล์ผิว การใช้พร้อมกับวิตามินซีจะเพิ่มความเสี่ยงในการระคายผิว ทำให้ผิวแห้งลอกและอักเสบ
  • เรตินอล (Retinol) เสี่ยงต่อการระคายผิวสูงมาก ควรแยกเวลาใช้ โดยทาวิตามินซีตอนเช้า และทาเรตินอลตอนกลางคืน
  • Benzoyl Peroxide ยาทารักษาสิวที่มีฤทธิ์ทำปฏิกิริยาออกซิเดชัน ซึ่งจะทำให้วิตามินซีเสื่อมสภาพและสูญเสียประสิทธิภาพ
Bioderma ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มไฮดราบิโอ

ทำความสะอาดและบำรุงผิว

ผิวขาดน้ำ

ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มไฮดราบิโอ (Hydrabio)

Bioderma ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มไฮดราบิโอ

ทุกสภาพผิว (ผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสม) อาจประสบปัญหาผิวขาดน้ำได้  ซึ่งปัญหาผิวขาดน้ำจะส่งผลให้ผิวแห้งตึงและสีผิวดูหมองคล้ำลง

ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มไฮดราบิโอ (Hydrabio) คือผลิตภัณฑ์ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อผิวขาดน้ำโดยเฉพาะ ซึ่งประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลผิวในชีวิตประจำวันตั้งแต่ขั้นตอนการทำความสะอาดจนถึงการดูแลผิว  ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสำหรับผิวขาดน้ำ (ไมเซล่า วอเตอร์ และน้ำนม ) เซรั่มเพิ่มความชุ่มชื้น ... เลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวประจำวันให้ตัวคุณเลย!

ผิวแพ้ ระคายง่ายสามารถใช้วิตามินซีได้ไหม

สามารถใช้ได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงวิตามินซีรูปแบบ L-Ascorbic Acid เนื่องจากมีความเป็นกรดสูงและก่อให้เกิดการระคายผิวได้ง่าย แนะนำให้เลือกใช้วิตามินซีในรูปแบบอนุพันธ์ที่อ่อนโยนกว่า เช่น Ascorbyl Glucoside หรือ Sodium Ascorbyl Phosphate (SAP) แทน 

นอกจากนี้ ควรเริ่มต้นจากผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นต่ำ (น้อยกว่า 10%) เพื่อให้ผิวค่อยๆ ปรับตัว และทดสอบการแพ้บริเวณท้องแขนหรือหลังใบหูก่อนใช้งานจริงบนใบหน้า

 

วิตามินซีใช้ตอนไหนดีที่สุด ระหว่างกลางวัน vs กลางคืน

กลางวัน

  • เน้นการปกป้องผิว ทำหน้าที่เป็น Antioxidant ที่เกิดจากรังสี UV และมลภาวะระหว่างวัน พร้อมทั้งช่วยเสริมประสิทธิภาพของครีมกันแดดให้ปกป้องผิวได้ดียิ่งขึ้น
  • ข้อควรระวัง วิตามินซีเสื่อมสภาพง่ายเมื่อโดนความร้อนและแสงแดด จึงจำเป็นต้องทาครีมกันแดดที่มี SPF เพียงพอทับตามเสมอ เพื่อป้องกันผิวหมองคล้ำ

 

กลางคืน

  • เน้นการฟื้นบำรุง ดูแลเซลล์ผิวที่ถูกทำร้ายมาตลอดวัน และช่วยกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจนในขณะที่ร่างกายพักผ่อน ช่วยให้ผิวดูอิ่มฟู แลดูกระจ่างใสในเช้าวันถัดไป
  • ข้อควรระวัง หากสกินแคร์รูทีนช่วงกลางคืนมีการใช้สารผลัดเซลล์ผิว (AHA/BHA) หรือเรตินอล ต้องงดการทาวิตามินซีในคืนนั้น เพื่อป้องกันเกราะป้องกันผิวถูกทำลายจนเกิดอาการระคายผิว

 

สรุป

วิตามินซี (Vitamin C) เป็น Antioxidant ประสิทธิภาพสูงในสกินแคร์ มีทั้งรูปแบบบริสุทธิ์ (L-AA) ที่เห็นผล และอนุพันธ์ที่เสถียรและอ่อนโยนกว่า อย่าง SAP, MAP และ Ascorbyl Glucoside มีประโยชน์ช่วยปรับผิวให้แลดูกระจ่างใส ลดโอกาสเกิดรอยดำ ริ้วรอย และเสริมประสิทธิภาพครีมกันแดด 

 

วิธีทาวิตามินซีให้เห็นผล ควรเลือกอนุพันธ์และความเข้มข้นที่เหมาะกับผิว โดยเริ่มที่ 5-10% ทาบนผิวแห้งสนิทเรียงลำดับจากเนื้อเหลวไปข้น หลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับสารผลัดเซลล์ผิวในเวลาเดียวกัน ต้องทาครีมกันแดดควบคู่เสมอ และเก็บในที่เย็นทึบแสงเพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพ

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิตามินซี (FAQ)

หากใช้เซรั่มวิตามินซีแล้วรู้สึกยิบๆ บนผิว ควรทำอย่างไร?

สังเกตระดับอาการ หากรู้สึกระคายผิว หรือรู้สึกยุบยิบเล็กน้อยแล้วหายไปถือเป็นปฏิกิริยาปกติของวิตามินซีที่มีความเป็นกรดสูง สามารถใช้ต่อได้ แต่หากระคายผิวรุนแรง ควรล้างออกด้วยน้ำเปล่าทันที พักผิว และเปลี่ยนไปใช้รูปแบบอนุพันธ์ที่อ่อนโยนหรือลดความเข้มข้นลง

 

ผิวเป็นสิวง่าย ใช้วิตามินซีได้ไหม?

ใช้ได้ วิตามินซีช่วยลดโอกาสเกิดรอยดำ รอยแดง และรอยสิวได้ดี แต่ควรเลี่ยงวิตามินซีประเภท L-Ascorbic Acid เข้มข้นสูงเพราะอาจกระตุ้นการระคายผิว แนะนำให้เลือกใช้อนุพันธ์ที่อ่อนโยนอย่าง Sodium Ascorbyl Phosphate (SAP) ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยลดสาเหตุสิว

 

ทาเซรั่มวิตามินซีแล้วหน้าดูหมองลง เกิดจากอะไร?

เกิดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidation) เมื่อวิตามินซีสัมผัสอากาศ แสงแดด และความมันบนผิว จะเสื่อมสภาพและเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือน้ำตาล ทำให้หน้าแลดูหมองชั่วคราว ป้องกันได้โดยรอให้เซรั่มซึมจนแห้งสนิทก่อนลงสกินแคร์อื่น ต้องทาครีมกันแดดทับเสมอในตอนเช้า หรือเปลี่ยนไปใช้อนุพันธ์ที่มีความเสถียรสูงขึ้น