หลายๆคนอาจจะมีข้อสงสัยว่าทำไมบางครั้งสิวใต้ตานานแล้วก็ไม่ยอมยุบตัวลงสักที เพราะตุ่มสิวที่ขึ้นบริเวณนั้นอาจจะไม่ใช่สิวอุดตันธรรมดาทั่วไป แต่อาจจะเป็นสิวหินนั่นเอง แล้วสิวหิน สิวหินใต้ตาที่ขึ้นมาเป็นปัญหากวนใจนี้คืออะไร แล้วจะจัดการมันได้อย่างไร

 

สารบัญบทความ

สิวหิน (SYRINGOMA) คืออะไร

สิวหิน (SYRINGOMA) คือ

สิวหิน คือ เนื้องอกของท่อเหงื่อหรือต่อมเหงื่อ แม้สิวหินจะเป็นเนื้องอกที่ไม่ใช่เนื้อร้ายอันตราย แต่ก็สร้างความรำคาญใจให้กับผู้ที่เป็นสิวหินอยู่ไม่น้อย เพราะสิวหินเป็นสิวที่ใช้เวลานานหลายปีในการสลายไปตามธรรมชาติ อาจจะนานเป็นสิบๆปี ทำให้สิวชนิดจึงถูกเรียกว่า สิวหิน

 

บริเวณที่มักเกิดสิวหิน

นอกจากสิวหินจะสร้างความรำคาญใจจากระยะเวลาการสลายตัวของมันแล้ว บริเวณที่เกิดสิวหินเองก็สร้างความรำคาญใจให้กับผู้เป็นสิวหินอย่างมากเช่นกัน เพราะสิวหินมักจะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนแข็ง สีออกขาวขุ่น เนื้อๆ หรือสีเหลืองๆ ขนาดเล็ก ขนาดประมาณ 1-3 มิลลิเมตร ไม่มีอาการเจ็บหรือคัน มักเกิดขึ้นในบริเวณรอบดวงตา ไม่ว่าจะเป็นสิวหินใต้ตา หรือสิวหินเปลือกตา ซึ่งเป็นบริเวณที่ผิวบอบบาง ยากต่อการบีบออก แต่ทั้งนี้สิวหินก็สามารถเกิดขึ้นในบริเวณอื่นของร่างกายได้เช่นกัน เช่น บริเวณโหนกแก้ม จมูก เป็นต้น ทำให้ผิวบริเวณดังกล่าวไม่เรียบเนียน ทำให้ผู้เป็นสิวหินหลายๆคนเกิดความกังวลใจในเรื่องความสวยงามและสูญเสียความมั่นใจ

สิวหินเกิดจากสาเหตุใด

แม้เราจะยังไม่ทราบแน่ชัดว่าสิวหิน หรือสิวหินชนิดต่างๆ อย่างสิวหินดำ สิวหินใต้ตาเกิดจากอะไร แต่ปริมาณของสิวหินที่เกิดขึ้นจะมีจำนวนมากหรือน้อยขึ้นกับตัวบุคคลและกรรมพันธุ์ และยิ่งมีจำนวนมากขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

แม้ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดสิวหินที่แน่ชัด แต่สาเหตุการเกิดจะแตกต่างกันไปตามชนิดของสิวหินแต่ละประเภท ดังนี้

 

สิวหินปฐมภูมิ

สิวหินปฐมภูมิ มีสาเหตุมาจากเส้นใยเคราตินใต้ผิวหนังสะสมรวมตัวกับไขมันในต่อมใต้ผิวหนังนานจนเกิดการทับถมจนกลายเป็นสิวหัวปิด โดยมักจะพบสิวหินชนิดนี้ในรูปแบบ สิวหินที่ตา สิวหินที่หน้าผาก สิวหินที่รอยพับจมูก หรือสิวหินที่อวัยวะเพศ สิวหินชนิดนี้สามารถหายเองได้ในไม่กี่สัปดาห์ แต่ในบางครั้งก็อาจจะสามารถอยู่นานหลายเดือนได้เช่นกัน

 

สิวหินในวัยหนุ่มสาว

สิวหินในวัยหนุ่มสาวอาจจะเกิดจากสาเหตุของอาการเจ็บป่วยต่างๆ เช่น มะเร็งผิวหนังบางประเภท หรือความผิดปกติอื่นๆทางพันธุกรรม เป็นต้น

 

สิวหินชนิดแบนราบ

สิวหินชนิดแบนราบ เป็นสิวหินที่เกิดจากการติดเชื้อที่ลามจนกลายเป็นปื้นบนผิวหนังกว้างหลายเซนติเมตร อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับโรคผิวหนังบางชนิด

แม้จะยังระบุสาเหตุที่แน่ชัดไม่ได้แต่สิวหินชนิดนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกวัย แต่จะพบพิเศษในผู้หญิงวัยกลางคน และมักพบเป็นสิวหินบริเวณหลังหู สิวหินที่ตา สิวหินที่แก้ม และสิวหินที่กราม

 

สิวหินชนิดบาดแผล

สิวหินชนิดบาดแผล เกิดขึ้นเมื่อหากผิวหนังของเราได้รับบาดเจ็บ จากอาการผิวหนังอักเสบ ผื่น ผื่นพุพอง แผลไฟไหม้ หรือการถูกขัดถูเสียดสีซ้ำๆจนการเป็นแผลที่ผิวหนังบริเวณนั้นๆ จนรูขุมขนและต่อมไขมันบริเวณนั้นๆถูกรบกวน กระตุ้นให้เกิดสิวหินได้บ่อยขึ้น สิวหินชนิดบาดแผลมักปรากฎในบริเวณหลังมือและนิ้วมือ

สิวหิน สิวข้าวสาร แตกต่างกันอย่างไร

สิวที่มีลักษณะตุ่มนูนแข็งขนาดเล็ก ที่มักเกิดในบริเวณตา โหนกแก้มและจมูกนั้นอาจจะไม่ใช่สิวหินเสมอไป เพราะมีสิวอีกประเภทนึงที่มีลักษณะคล้ายกันกับสิวหินอยู่เช่นกัน นั่นก็คือ สิวข้าวสาร ยังมีใครหลายๆคนที่มักจะเข้าใจผิดระหว่างสิวหินและสิวข้าวสารอยู่ แต่แท้จริงแล้วสิวทั้งสองประเภทมีความแตกต่างกัน ดังนี้

สิวหินเกิดจาก

สิวหิน (SYRINGOMA)

สิวหินเกิดจากเนื้องอกของท่อเหงื่อ เป็นตุ่มเนื้อนูนแข็งขนาดเล็กมีสีขาวขุ่นหรือสีเหลือง เป็นสิวที่ไม่มีอาการเจ็บหรือคันร่วมด้วย มักจะเกิดในบริเวณรอบดวงตาเป็นส่วนใหญ่ แต่ในบางกรณีสิวหินเกิดในบริเวณอื่นๆ ในร่างกายได้ด้วย โดยมีสาเหตุยังไม่แน่ชัด แต่หลักๆเป็นผลมาจากพันธุกรรมและอายุ

 

ขอขอบคุณรูปภาพจากทางเว็บไซต์ของ Indian Journal of Dermatology

สิวข้าวสาร

สิวหัวข้าวสาร (MILIA)

ในทางตรงกันข้าม สิวข้าวสาร สิวหัวข้าวสารเกิดจากการอุดตันของท่อเหงื่อ เพราะถูกกระตุ้นจากการที่ผิวหนังถูกรบกวน เช่น การอุดตันหลังแผลที่ผิวหนังบริเวณดังกล่าวเพิ่งหาย หรือมีการขัดถู เสียดสีซ้ำๆ จนผิวหนังบริเวณนั้นเกิดการอุดตัน

แม้สาเหตุการเกิดของสิวหินและสิวข้าวสารจะแตกต่างกัน แต่ลักษณะของสิวหินและสิวข้าวสารกลับมีลักษณะและบริเวณที่มักเกิดสิวที่ใกล้เคียงกันอย่างมาก เพราะสิวข้าวสารมีลักษณะเป็นตุ่มนูนขนาดเล็ก มีสีขาว แข็งเล็กน้อย มักเกิดเป็นสิวข้าวสารใต้ตา สิวข้าวสารบริเวณโหนกแก้ม และสิวข้าวสารบริเวณจมูก

 

ขอขอบคุณรูปภาพจากทางเว็บไซต์ Dermnet nz ของผู้เขียน Dr Monisha Gupta

สิวหินรักษาอย่างไร

เป้าหมายหลักในการรักษาสิวหิน นั้นก็คือเพื่อลดความรำคาญใจและเพื่อความสวยงามให้มีผิวที่เรียบเนียน ดังนั้นในการนำสิวหินออก ให้ก้อนนูนยุบตัวลง ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมากเพื่อไม่ให้เกิดแผลเป็นและกลับมามีโอกาสเป็นสิวหินใหม่ให้น้อยที่สุด เพราะต้นตอของสิวหินนั้นอยู่ในชั้นผิวหนังที่ลึก จึงมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดแผลเป็นหลังการรักษาได้ง่าย และไม่สามารถกำจัดสิวหินออกไปได้หมดภายในครั้งเดียว

วิธีรักษาสิวหินมีอยู่ด้วยกันหลายวิธีแตกต่างกันไปตามความพึงพอใจของผู้รักษา ดังนี้

 

การกดสิว

เริ่มต้นด้วยวิธีที่ง่ายที่สุดที่สิวหินรักษาได้ ก็คือการกดสิวนั่นเอง เพียงแค่ใช้เข็มสะกิดแล้วจึงใช้ไม้กดสิวหินให้หัวสิวด้านในดันออกมา แต่หากถ้าอยากกดสิวหินด้วยตนเอง ต้องมั่นใจในความสะอาดของอุปกรณ์กดสิว ไม่งั้นจะทำให้เกิดการอักเสบหรือติดเชื้อที่ผิวหนังได้ นอกจากนี้การกดสิวหินด้วยตัวเองอาจจะทำให้ผิวช้ำ หรือเป็นแผลจนนำไปสู่การเป็นแผลเป็นได้

ถ้าผู้รักษาที่อยากรักษาสิวหินด้วยการกดสิว แต่ไม่มั่นใจในเรื่องความสะอาด และกังวลว่าจะเป็นแผลเป็น แนะนำให้ไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อให้แพทย์ใช้เครื่องมือที่ผ่านการฆ่าเชื้อทำความสะอาดแล้วกดสิวหินให้ และด้วยความเชี่ยวชาญของแพทย์ผิวหนังก็มีโอกาสน้อยที่จะเกิดแผลเป็นขึ้น

 

รักษาสิวหินด้วยเลเซอร์

วิธีถัดมาคือ การรักษาด้วยเลเซอร์ เป็นวิธีการที่มีการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการกำจัดสิวหินทำให้มีโอกาสเกิดแผลเป็นได้น้อย ปัจจุบันนิยมเลเซอร์ด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในการเปิดหัวสิวก่อน แล้วแพทย์ผิวหนังจึงค่อยกดสิวหินออกให้ แน่นอนว่าวิธีนี้เจ็บน้อยกว่าและมีโอกาสช้ำน้อยกว่าอีกด้วย

 

รักษาสิวหินด้วยความเย็น (Liquid Nitrogen)

วิธีเอาสิวหินออกอีกวิธีที่น่าสนใจเพราะจำเป็นต้องทำโดยแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญ ทำให้มีโอกาสเกิดแผลเป็นในบริเวณที่รักษาสิวหิน หรือรักษาสิวหินใต้ตาได้น้อย เพราะเป็นวิธีรักษาสิวหินด้วยการใช้ความเย็นจากไนโตรเจนเหลว จี้ทำลายเนื้องอกสิวหินที่นูนออกมาให้หลุดออกจากผิวหนัง

 

รักษาสิวหินด้วยการใช้เครื่องจี้ไฟฟ้า (Electrocautery)

วิธีรักษาสิวหินด้วยการใช้เครื่องจี้ไฟฟ้าเป็นอีกวิธีรักษาสิวหินที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับการรักษาสิวหินด้วยเลเซอร์ โดยแพทย์ผิวหนังที่ชำนาญการจะใช้เครื่องไฟฟ้าจี้ไปบริเวณที่เป็นสิวหิน เพื่อกำจัดสิวหินออก เป็นอีกหนึ่งวิธีเอาสิวหินออกที่ให้ผลการรักษาดีและมีผลข้างเคียงจากการรักษาสิวหิน ทั้งรอยช้ำและแผลเป็นน้อย

สิวหิน ป้องกันอย่างไร

อย่างที่ทราบกันว่าการรักษาสิวหินนั้นมักมีเกิดผลข้างเคียงที่เป็นรอยช้ำและแผลเป็นได้ง่าย ดังนั้นคงจะดีกว่าหากเราป้องกันไม่ให้ผิวของเรามีสิวหินเกิดขึ้น เพื่อที่จะได้ไม่มีปัญหาแผลเป็นตามมา

สาเหตุที่ทำให้เกิดสิวหินนั้นส่วนใหญ่แม้จะเกิดจากปัจจัยด้านพันธุกรรมและอายุ แต่หากเราลดปัจจัยอื่นๆที่จะช่วยให้เกิดสิวหินด้วยก็จะช่วยลดโอกาสในการเกิดสิวหินให้น้อยลงได้ โดยเริ่มจากเรื่องง่ายๆอย่างการใส่ใจความสะอาดและการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวหน้า ก็ช่วยให้เกิดสิวหินน้อยลงได้

 

1. ลดการใช้เครื่องสำอาง 

ลดการใช้เครื่องสำอางเพื่อให้ไม่มีการอุดตันหรือรบกวนผิวหนังให้เกิดสิวหินขึ้น นอกจากนั้นควรหมั่นตรวจสอบส่วนประกอบของเครื่องสำอางที่ใช้ว่ามีสารเคมีที่กระตุ้นให้เกิดสิวหินขึ้นหรือไม่ แล้วจึงหยุดใช้และหันไปเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่อ่อนโยนไม่กระตุ้นการเกิดสิวหิน

 

2. ทำความสะอาดเครื่องสำอางด้วยคลีนซิ่งเสมอ

ทำความสะอาดผิวหน้าที่แต่งหน้าด้วยคลีนซิ่งอยู่เสมอ เพื่อให้ผิวหน้าสะอาดหมดจด ไม่มีเครื่องสำอางตกค้างบนใบหน้าและอุดตันบนผิวหน้า เพราะเครื่องสำอาจส่วนมากมีส่วนผสมที่กันน้ำอยู่ จำเป็นจะต้องใช้คลีนซิ่งทำความสะอาดอีกขั้นตอนหนึ่งก่อนที่จะล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าอีกทีหนึ่ง เพื่อกำจัดต้นตอในการเกิดสิวหิน

Bioderma Sebium H2O คลีนซิ่ง ไมเซล่า วอเตอร์ ที่ช่วยทำความสะอาดผิวสะอาดล้ำลึก ช่วยจัดการปัญหาสิวให้หมดจด มี Biomimetic Micellar Technology ทำความสะอาดสิ่งสกปรกทั้งฝุ่น PM2.5 และเครื่องสำอางอย่างอ่อนโยน พร้อมมี Copper Zinc Complex กำจัดและควบคุมความมัน กำจัดแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว แล้วเสริมสร้างผิวให้แข็งแรงด้วย D.A.F Patent Complex สิทธิบัตรเฉพาะของ Bioderma

สิวหินใต้ตา

 

3. ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เหมาะกับผิวแพ้ง่าย

หลังจากทำความสะอาดเครื่องสำอางด้วยคลีนซิ่งในเบื้องต้นแล้ว เราก็ไม่ควรลืมที่จะทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดหมดจดอีกครั้งด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้า เพื่อให้ไม่ให้มีสิ่งสกปรกตกค้างบนใบหน้า ที่ก่อให้เกิดการอุดตันและก่อให้เกิดสิวหิน

เจลล้างหน้าผิวที่เหมาะกับผิวเป็นสิว ผิวแพ้ง่าย-เป็นสิวง่าย Bioderma Sebium Gel Moussant มีส่วนประกอบของ Copper Zinc Complex ช่วยกำจัดแบคทีเรีย และควบคุมความมันหลังล้างหน้านานถึง 4 ชั่วโมง ผสานกับ D.A.F Patent Complex ทำให้ผิวแข็งแรง ต้านมลภาวะ พร้อมกับ Ginkgo Biloba Leaf Extract ช่วยลดการระคายเคืองของผิว

รักษาสิวหิน

 

4. ใช้เซรั่มหรือครีมบำรุงผิวหน้าที่ช่วยปรับสมดุลผิวหน้า

ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าแล้ว ก็ควรให้ความสำคัญกับเซรั่มหรือครีมบำรุงผิวหน้าด้วยเช่นกัน หากผิวหน้าเราถูกปรับสมดุลและแข็งแรงแล้วก็เหมือนกับผิวหน้าเรามีเกราะป้องกันในการป้องกันการเกิดสิวหินไปในตัว

Bioderma Sebium Lotion น้ำตบคุมมันด้วย Zinc และ Vitamin B6 อีกทั้ง BHA ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ให้เซลล์ผิวที่ตายหลุดออกลดการหมักหมมบ่อเกิดของการเกิดสิว และช่วยให้ผิวกระจ่างใสเรียบเนียน Fluidactiv Patent สิทธิบัตรเฉพาะของ Bioderma ช่วยลดการระคายเคือง และเสริมสร้างความแข็งแรงของผิว

วิธีรักษาสิวหินกักเก็บความชุ่มชื้นเพิ่มด้วย Bioderma Sebium Pore Refiner ครีมบำรุงผิวเหมาะสำหรับคนผิวมันและรูขุมขนกว้าง มี Fluidactiv Patent ช่วยลดการเกิดสิว มี AHA BHA ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ปรับให้ผิวเรียบเนียนกระจ่างใส พร้อมทั้ง Mattifying Powder ช่วยควบคุมความมันนานถึง 8 ชั่วโมง คู่กับ D.A.F Patented Complex ในการปลอบประโลมผิวที่ระคายเคือง เสริมสร้างความแข็งแรงให้ผิว

วิธีกำจัดสิวหิน

ข้อสรุป “สิวหิน”

แม้ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุในการเกิดสิวหิน สิวหินใต้ตาที่ชัดเจน แต่เราก็สามารถลดแนวโน้มที่สามารถก่อให้เกิดสิวหินได้ ด้วยการรักษาความสะอาดและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับผิวหน้าต่างๆให้เหมาะกับสภาพผิวของตนเอง เพียงเท่านี้เราก็จะมีโอกาสที่จะเกิดสิวหินน้อยลง และขจัดปัญหาแผลจากรอยสิว แผลเป็นจากการรักษาสิวหินได้อีกด้วย

Bioderma ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มซีเบี่ยม

ทำความสะอาดและบำรุงผิว

ผิวผสมถึงผิวเป็นสิวง่าย

ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มซีเบี่ยม (Sébium)

Bioderma ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มซีเบี่ยม

ผิวจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น เนื่องจากผิวจะมีความหนามากขึ้น มันเงา เกิดสิวอักเสบเป็นจุดมากน้อยแตกต่างกันไป และบางครั้งก็ยังคงเป็นเช่นนั้นต่อเนื่องไปจนถึงวัยผู้ใหญ่อีกด้วย

ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มซีเบี่ยม (Sébium) เป็นผลิตภัณฑ์ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อผิวมันและเป็นสิวง่ายโดยเฉพาะ
ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มซีเบี่ยม (Sébium) มีผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและดูแลผิวที่แพทย์ผิวหนังแนะนำโดยเฉพาะ ทั้งผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าสำหรับผิวมัน อย่างเจลล้างหน้าและไมเซล่า วอเตอร์ มอยส์เจอไรเซอร์สำหรับผิวเป็นสิวง่าย และอื่นๆ อีกมากมาย เลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวประจำวันให้ตัวคุณเลย!