Key Takeaway

  • ผื่นแพ้เสื้อผ้าเป็นโรคผิวหนังที่เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย เกิดจากผิวหนังได้รับสิ่งกระตุ้นหรือสารก่อภูมิแพ้จากการสวมใส่เสื้อผ้า เสียดสีของใยผ้าโดยตรง สารเคมีที่ตกค้างในกระบวนการผลิตหรือตัดเย็บ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ซักฟอกและน้ำหอมฉีดผ้า ความอับชื้นและการสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นเกินไป
  • อาการของผื่นแพ้เสื้อผ้า สังเกตได้จากผิวหนังเกิดผื่นแดงเป็นแถบหรือปื้นตามแนวสัมผัสของเสื้อผ้า เกิดผื่นหรือตุ่มอับชื้นในบริเวณที่ระบายอากาศได้น้อย ผิวมีลักษณะแห้งตึงและเริ่มลอกเป็นขุย มีรอยเกา หรือรู้สึกระคายผิว
  • วิธีดูแลรักษาเมื่อเกิดผื่นแพ้เสื้อผ้า เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าสูตรอ่อนโยน สวมใส่เสื้อผ้าขนาดพอดีตัว ทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำ ใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำสูตรอ่อนโยน และหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าใยสังเคราะห์
  • วิธีป้องกันผื่นแพ้เสื้อผ้า เริ่มจากเลือกเสื้อผ้าที่ดีต่อผิว ใส่ใจกับเสื้อผ้าก่อนใส่ ซักผ้าอย่างพิถีพิถัน เลือกใช้ผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยน และเสริมปราการผิวให้แข็งแรง

 

เคยไหม? ใส่เสื้อผ้าแล้วรู้สึกระคายผิว เกิดรอยเกา อาจเป็นผื่นแพ้เสื้อผ้าก็ได้ โดยเป็นอาการผื่นคัน เป็นปื้นแดง หรือผิวแห้งลอกจากการระคายสารเคมีในเสื้อผ้า สี น้ำยาซักผ้า หรือจากการเสียดสี มักเกิดในบริเวณอับชื้น เช่น ข้อพับ รักแร้ รอบเอว รวมถึงขาหนีบ ขอบกางเกง อาการนี้สามารถบรรเทาได้ด้วยการหยุดใช้สิ่งกระตุ้น ประคบเย็น ทาคาลาไมน์ และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยน แต่เมื่อเป็นแล้ว หลายคนอาจกังวลว่าผื่นแพ้เสื้อผ้าเมื่อเป็นแล้วกี่วันหาย? ผื่นแบบไหนที่เรียกว่าผื่นแพ้เสื้อผ้า มาดูบทความนี้ไปด้วยกันได้เลย

 

ผื่นแพ้เสื้อผ้า คืออะไร

ผื่นแพ้เสื้อผ้า (Textile Dermatitis) เป็นโรคผิวหนังที่เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย โดยจัดอยู่ในกลุ่มผื่นระคายสัมผัสที่เกิดจากผิวหนังได้รับสิ่งกระตุ้นหรือสารก่อภูมิแพ้จากการสวมใส่เสื้อผ้า ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดอาการมีทั้งการเสียดสีของใยผ้าโดยตรง สารเคมีที่ตกค้างในกระบวนการผลิตหรือตัดเย็บ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ซักฟอกและน้ำหอมฉีดผ้า 

นอกจากนี้ ความอับชื้นและการสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นเกินไปก็เป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดผื่นแพ้ในลักษณะต่างๆ เช่น ผื่นแพ้ชุดชั้นในหรือผื่นแพ้ผงซักฟอกร่วมด้วย

 

โดยสามารถพบผื่นแพ้เสื้อผ้าได้บ่อยๆ ในบริเวณต่อไปนี้

  • บริเวณซอกพับและจุดอับชื้น เช่น รักแร้ ข้อพับแขน ข้อพับขา หลังคอ ขาหนีบ และใต้ราวนม
  • บริเวณที่มีการเสียดสีหรือสัมผัสกับเสื้อผ้าที่รัดแน่นเป็นพิเศษ เช่น รอบเอว หน้าท้อง แผ่นหลัง และก้น
  • บริเวณรอบคอและหน้าอกที่ต้องสัมผัสกับคอเสื้ออยู่ตลอดเวลา

ผื่นแพ้เสื้อผ้า เกิดจากสาเหตุอะไร

ผื่นระคายสัมผัส

  • เกิดจากการที่ผิวหนังถูกรบกวนหรือทำร้ายโดยตรงจากปัจจัยภายนอก เช่น การเสียดสี ความร้อน หรือความอับชื้นใต้ร่มผ้า โดยไม่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
  • การสวมใส่ผ้าใยสังเคราะห์ที่ไม่ระบายอากาศ เช่น โพลีเอสเตอร์ หรือไนลอน ทำให้เหงื่อสะสมจนเกิดผดผื่นคันและรอยแดงตามซอกพับอย่างรักแร้หรือขาหนีบ
  • เสื้อผ้าที่รัดแน่นจนเกินไป รวมถึงขอบยางยืดและรอยตะเข็บที่แข็งกระด้าง เสียดสีจนผิวเกิดอาการแสบร้อนหรือแดงลอกได้แม้จะไม่มีสารก่อภูมิแพ้ก็ตาม
  • สารเคมีจากผงซักฟอกหรือน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ล้างออกไม่หมด มักกระตุ้นให้เกิดผื่นแดงและอาการระคายอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาการจะบรรเทาลงเมื่อหยุดสัมผัสสิ่งระคายผิว

 

ผื่นแพ้สัมผัส

  • เป็นปฏิกิริยาภูมิแพ้ทางผิวหนังที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ที่แฝงมากับเสื้อผ้าหรือกระบวนการฟอกย้อม
  • สารเคมีที่ใช้เคลือบหรือย้อมผ้า เช่น สารกันยับ (ฟอร์มาลดีไฮด์) สีย้อมผ้า สารกันหด สารกันเชื้อรา รวมถึงโลหะและกาวในส่วนประกอบของชุด

 

อาการของผื่นแพ้เสื้อผ้า

ผื่นแพ้เสื้อผ้า อาการอาจปรากฏขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังสัมผัสแล้วค่อยๆ จางไป หรืออาจแสดงอาการหลังจากผ่านไปแล้ว 2–3 วันก็ได้

  • ผิวหนังเกิดผื่นแดงเป็นแถบหรือปื้นตามแนวสัมผัสของเสื้อผ้า
  • เกิดผื่นหรือตุ่มอับชื้นในบริเวณที่ระบายอากาศได้น้อย
  • ผิวมีลักษณะแห้งตึงและเริ่มลอกเป็นขุย
  • มีรอยเกา แสบร้อน หรือรู้สึกระคายผิว
  • มีความรู้สึกเจ็บหรือระคายผิวเมื่อมีการสัมผัสโดนบริเวณที่เป็นผื่น

ใครบ้างที่เสี่ยงต่อผื่นแพ้เสื้อผ้า

  • กลุ่มผู้หญิงมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ชาย เนื่องจากมักสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดรูป ซึ่งทำให้เกิดการเสียดสีกับผิวหนังได้มากกว่า
  • การสวมใส่เสื้อผ้าที่มีสีสันฉูดฉาด ทำให้ผิวมีโอกาสสัมผัสกับสารเคมีและสีย้อมผ้าในปริมาณที่มากกว่าปกติ
  • คนที่มีโรคประจำตัวเป็นโรคผิวหนังบางชนิด มักเกิดอาการระคายผิวจากเนื้อผ้าได้ง่ายกว่าคนทั่วไป
  • คนที่มีสภาพผิวบอบบางแพ้ง่าย หรือมีเกราะป้องกันผิวไม่แข็งแรง เสี่ยงที่จะเกิดผื่นแพ้ได้สูง
  • คนที่อาศัยหรือทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีอากาศร้อนอบอ้าว ซึ่งกระตุ้นให้เกิดเหงื่อและความอับชื้นใต้ร่มผ้าจนปราการผิวถูกทำลาย

 

วิธีรักษาเมื่อเกิดผื่นแพ้เสื้อผ้า

  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าสูตรอ่อนโยน ปราศจากน้ำหอมและแอลกอฮอล์เพื่อลดการตกค้างของสารเคมี
  • สวมใส่เสื้อผ้าขนาดพอดีตัวที่ไม่รัดแน่นจนเกินไปและเน้นเนื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี
  • ทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำเพื่อรักษาความชุ่มชื้นและเสริมปราการผิวให้แข็งแรงทนต่อการระคาย
  • ใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำสูตรอ่อนโยน เพื่อป้องกันผิวแห้งลอกซึ่งเป็นสาเหตุให้ผิวไวต่อการแพ้สิ่งสัมผัส
  • หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าใยสังเคราะห์ หรือผ้าสีฉูดฉาด เพื่อลดโอกาสที่ผิวจะสัมผัสกับสีย้อมและสารเคมีอันตราย

 

 ผื่นแพ้เสื้อผ้าแบบไหนที่ควรพบแพทย์

  • เป็นผื่นแดงนานผิดปกติและไม่มีทีท่าว่าจะทุเลาลง
  • ผื่นเป็นซ้ำที่เดิม หรือเป็นๆ หายๆ อย่างต่อเนื่อง
  • ผื่นเริ่มลุกลามไปยังบริเวณอื่นๆ ของร่างกายมากขึ้น
  • บริเวณผื่นมีอาการบวมแดงรุนแรงขึ้น หรือเริ่มมีตุ่มหนองปรากฏให้เห็น

วิธีป้องกันผื่นแพ้เสื้อผ้า ทำอย่างไร

เลือกเสื้อผ้าที่ดีต่อผิว

การเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่ผลิตจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย (Cotton) 100% ผ้าไหม หรือผ้าลินิน เป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพผิว เนื่องจากมีคุณสมบัติระบายอากาศได้ดีและมีความอ่อนโยนสูง ช่วยลดการระคายได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ผ้าใยสังเคราะห์อย่างโพลีเอสเตอร์หรือไนลอน ควรหลีกเลี่ยงการสวมใส่ในวันที่อากาศร้อนจัด หรือเลือกใส่เพียงระยะเวลาสั้นๆ เพื่อป้องกันการสะสมของความร้อนและเหงื่อที่อาจกระตุ้นให้เกิดผื่นแพ้ได้

 

ใส่ใจกับเสื้อผ้าก่อนใส่

การใส่ใจรายละเอียดในการเลือกและสวมใส่เสื้อผ้าสามารถช่วยลดการระคายผิว ควรนำเสื้อผ้าใหม่ไปซักอย่างน้อย 1–2 ครั้งก่อนเริ่มใส่เสมอ เพื่อขจัดสารเคมีและสีย้อมที่ตกค้างจากการผลิตให้เหลือน้อยที่สุด นอกจากนี้ ควรเลือกสวมเสื้อผ้าทรงหลวมที่ไม่รัดแน่นจนเกินไป เพื่อลดการเสียดสีและช่วยให้ผิวระบายอากาศได้สะดวก รวมถึงควรตัดป้ายยี่ห้อหรือตะเข็บที่แข็งกระด้างออกหากเริ่มรู้สึกระคายผิว เพื่อป้องกันการเกิดผื่นคันในระยะยาว

 

ซักผ้าอย่างพิถีพิถัน

การเพิ่มความพิถีพิถันในขั้นตอนการซักผ้าเป็นสิ่งสำคัญ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าสูตรอ่อนโยนหรือสูตร Hypoallergenic ที่ปราศจากน้ำหอมและสีย้อมเพื่อลดความเสี่ยงจากการแพ้ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม เนื่องจากสารเคมีและน้ำหอมมักจะเคลือบติดอยู่บนใยผ้าจนก่อให้เกิดการระคายผิวได้ และสิ่งที่ลืมไม่ได้คือการตั้งโปรแกรมล้างน้ำเปล่าเพิ่ม เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีสารเคมีจากน้ำยาซักผ้าหลงเหลือตกค้างอยู่บนเสื้อผ้า

 

เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสูตรอ่อนโยน

การดูแลความสะอาดผิวกายอย่างถูกวิธี เริ่มจากการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำสูตรอ่อนโยนที่ปราศจากส่วนผสมของน้ำหอมและแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันการระคายผิว และหลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว ควรเปลี่ยนจากการถูตัวแรงๆ มาเป็นการใช้ผ้าขนหนูซับผิวเบาๆ ให้แห้งแทน เพื่อถนอมปราการผิวและลดโอกาสที่จะเกิดการอักเสบหรือระคายผิวในระยะยาว

 

Atoderm Gel douche เจลอาบน้ำสำหรับผิวธรรมดา - ผิวแห้ง สูตรปราศจากสบู่ อ่อนโยนต่อปราการผิว ช่วยทำความสะอาดผิว รักษาสมดุลของผิว ปลอบประโลมผิวอย่างล้ำลึก ปราศจากสีสังเคราะห์และสบู่ ให้ความรู้สึกผิวนุ่มหลังอาบน้ำ ด้วยเนื้อเจลทำให้ล้างออกอย่างง่ายดาย 

 

Atoderm Huile de Douche ออยล์อาบน้ำสำหรับผิวแห้ง - แห้งมาก ที่ให้ความชุ่มชื้นยาวนานกว่า 24 ชั่วโมง ถึงแม้จะเป็นเนื้อออยล์แต่เมื่อใช้แล้วรู้สึกสบายผิวทันทีหลังอาบน้ำ ฟื้นบำรุงอย่างเข้มข้น อ่อนโยนต่อผิวแพ้ระคายง่าย ไม่ระคายต่อผิวและตา ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันที่ผิว 

 

เสริมปราการผิวให้แข็งแรง

การเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงเป็นหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพผิวที่ดี เนื่องจากผิวที่แห้งขาดน้ำ ขาดความชุ่มชื้นมักจะมีปราการผิวที่อ่อนแอ ส่งผลให้ปัจจัยภายนอกอย่างการเสียดสีของเสื้อผ้าหรือสารเคมีตกค้าง สามารถเข้ามากระตุ้นให้เกิดการระคายผิวและผื่นแพ้ได้ง่ายกว่าปกติ ดังนั้น การหมั่นทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเป็นประจำเพื่อเติมความชุ่มชื้น จึงเป็นวิธีช่วยปกป้องและป้องกันปัญหาผิวหนัง ลดอาการระคายผิวในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

Atoderm CREME ULTRA ครีมบำรุงผิวนุ่มชุ่มชื้น เสริมความชุ่มชื้นให้กับผิว ลดโอกาสระคายผิว สำหรับผิวธรรมดา - ผิวแห้ง ด้วยเทคโนโลยี Skin Protect Complex และ Omega Oil ทำให้ปราการผิวแข็งแรง เนื้อครีมซึมไว ไม่รู้สึกเหนอะหนะ สามารถใช้ได้ทุกวัน

 

Atoderm PP baume ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวนุ่มชุ่มชื้นอย่างเข้มข้น สำหรับผิวแห้ง - แห้งมาก เพื่อฟื้นบำรุงเกราะป้องกันผิวที่เสียสมดุลให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง ช่วยบรรเทาอาการผิวแห้งตึง แตก หรือลอกเป็นขุย พร้อมลดความรู้สึกไม่สบายผิวและอาการระคายผิวต่างๆ ทำให้ผิวดูเนียนนุ่ม สุขภาพดี

 

Atoderm Intensive baume ครีมบำรุงผิวอย่างเข้มข้น สำหรับผิวแห้ง - แห้งมาก ช่วยปลอบประโลมผิวแห้งกร้านให้กลับมาชุ่มชื้น สุขภาพดี เนื้อสัมผัสไม่เหนอะหนะ รู้สึกสบายผิว ปราศจากน้ำหอม สามารถใช้ได้ทุกวันโดยไม่รู้สึกหนักผิว

Bioderma ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มออโตเดิร์ม

ทำความสะอาดและบำรุงผิว

ผิวแห้งถึงผิวแห้งมาก

ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มออโตเดิร์ม (Atoderm)

Bioderma ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มออโตเดิร์ม

ผิวแห้งคือผิวที่มีลักษณะตึงและขาดความอ่อนนุ่ม
ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มออโตเดิร์ม (Atoderm) นำเสนอผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าและผิวกายที่เหมาะสำหรับผิวแห้งและผิวแห้งมากสำหรับใช้ประจำวัน อีกทั้งยังช่วยดูแลผิวที่มีปัญหาผื่นภูมิแพ้ผิวหนังหรืออาการคันควบคู่ไปด้วย... เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นในการฟื้นบำรุงผิวให้เนียนนุ่มและรู้สึกสบายผิว บอกลาผิวแห้งตึงและคันหลังอาบน้ำไปได้เลย!

สรุป

ผื่นแพ้เสื้อผ้าคือโรคผิวหนังอักเสบที่เกิดจากผิวสัมผัสสิ่งกระตุ้นโดยตรง โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเสียดสีของใยผ้าที่รัดแน่น ความอับชื้นใต้ร่มผ้า รวมถึงสารเคมีตกค้างจากสีย้อมผ้าและผลิตภัณฑ์ซักฟอกที่ไปกระตุ้นปฏิกิริยาภูมิแพ้จนเกิดผื่นแดง ระคาย หรือตุ่มน้ำใสตามจุดอับชื้นและซอกพับต่างๆ หากมีอาการควรดูแลเบื้องต้นด้วยการเปลี่ยนมาสวมเสื้อผ้าใยธรรมชาติทรงหลวมที่ระบายอากาศได้ดี 

 

พร้อมเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าและสบู่สูตรอ่อนโยนที่ปราศจากน้ำหอมเพื่อลดการระคาย ที่สำคัญควรหมั่นเติมความชุ่มชื้นด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เพื่อฟื้นบำรุงเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงทนทานต่อปัจจัยภายนอก 

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผื่นแพ้เสื้อผ้า (FAQ)

ผื่นแพ้เสื้อผ้ากี่วันหาย?

โดยปกติแล้ว อาการผื่นแพ้เสื้อผ้าสามารถทุเลาและหายเป็นปกติได้เองภายในระยะเวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ แต่หากมีการดูแลผิวอย่างถูกวิธีและหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นได้อย่างรวดเร็ว อาการก็อาจจะดีขึ้นจนหายสนิทได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วันหรือไม่เกิน 1 สัปดาห์

 

ผื่นแพ้เสื้อผ้า เกิดจากน้ำยาซักผ้าได้ไหม?

ผื่นแพ้เสื้อผ้าสามารถเกิดขึ้นจากสารเคมีตกค้างในน้ำยาซักผ้า ผงซักฟอก หรือน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ล้างออกไม่สะอาดได้ โดยเฉพาะสารจำพวกน้ำหอม สารฟอกขาว และสารเคมีต่างๆ ที่ผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นให้ผิวหนังเกิดการระคายตามมา

 

ผื่นแพ้เสื้อผ้าต่างจากผดร้อนอย่างไร?

ผื่นแพ้เสื้อผ้ามีความแตกต่างจากผดร้อน โดยผื่นแพ้มักเกิดจากการระคายเนื้อผ้าหรือสารเคมีตกค้างจนปรากฏเป็นปื้นแดงหนาหรือตุ่มน้ำที่มีอาการระคายรุนแรงและลุกลามได้ ในขณะที่ผดร้อนมีสาเหตุหลักมาจากท่อเหงื่ออุดตันในสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้เกิดเป็นตุ่มน้ำใสหรือตุ่มแดงเม็ดเล็กๆ เรียงกันเป็นกลุ่ม ซึ่งมักจะส่งผลให้รู้สึกแสบร้อนหรือคันยุบยิบทุกครั้งที่มีเหงื่อออก

 

ผื่นแพ้เสื้อผ้าสามารถติดต่อได้ไหม?

ผื่นแพ้เสื้อผ้าเป็นโรคผิวหนังอักเสบที่ไม่สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ เนื่องจากอาการที่เกิดขึ้นเป็นเพียงปฏิกิริยาการตอบสนองเฉพาะบุคคล ต่อสารก่อภูมิแพ้หรือสิ่งระคายที่สัมผัสกับผิวหนังโดยตรง

 

ใส่เสื้อผ้าซ้ำโดยไม่ซักทำให้เกิดผื่นได้ไหม?

การสวมใส่เสื้อผ้าซ้ำโดยไม่ผ่านการซักทำความสะอาดส่งผลเสียต่อสุขภาพผิว เนื่องจากคราบเหงื่อไคลและความเปียกชื้นที่สะสมอยู่ตามใยผ้าเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดผื่นคัน โรคผิวหนังจำพวกกลาก เกลื้อน รวมถึงการระคายผิวจากการเสียดสีของคราบสกปรกกับผิวหนัง ดังนั้น เพื่อสุขอนามัยที่ดีและป้องกันโรคผิวหนังอักเสบ จึงควรซักทำความสะอาดเสื้อผ้าทุกครั้งก่อนนำกลับมาสวมใส่ซ้ำ

 

ทำอย่างไรให้ผื่นหายเร็วๆ?

หลีกเลี่ยงการแกะหรือเกา เพราะอาจทำให้ผื่นลุกลามและติดเชื้อได้ ควรประคบเย็นเพื่อลดอาการคัน อาบน้ำอุณหภูมิปกติด้วยสบู่อ่อนโยน และทามอยส์เจอร์ไรเซอร์สม่ำเสมอเพื่อฟื้นฟูผิว

พร้อมกันนี้ควรหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น เช่น เหงื่อ ฝุ่น สารเคมี หรืออาหารที่แพ้ หากคันมากสามารถใช้คาลาไมน์หรือยาแก้แพ้ช่วยบรรเทาอาการได้

 

การใส่เสื้อผ้ามือสอง เสี่ยงผื่นแพ้เสื้อผ้ามากกว่าปกติหรือไม่?

การสวมใส่เสื้อผ้ามือสองมีความเสี่ยงต่อการเกิดผื่นคันและโรคผิวหนังสูงกว่าเสื้อผ้าใหม่ เนื่องจากในเส้นใยผ้าอาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย และไรฝุ่นที่มองไม่เห็น รวมถึงอาจมีสารเคมีเข้มข้นจากน้ำยารีดผ้าเรียบตกค้างอยู่จากเจ้าของเดิมหรือร้านค้า

 

ถ้าเลี่ยงเสื้อผ้าที่ทำให้แพ้ไม่ได้ ควรทำอย่างไร?

หากเลี่ยงไม่ได้ ควรลดการสัมผัสผิวโดยใส่เสื้อซับในผ้าคอตตอน 100% ใช้น้ำยาซักผ้าแบบอ่อนโยน ไม่มีน้ำหอม/สารฟอกขาว และล้างน้ำให้สะอาดหลายรอบ

พร้อมทามอยส์เจอร์ไรเซอร์สม่ำเสมอ และรีบอาบน้ำเมื่อมีเหงื่อเพื่อลดการระคายเคือง

 

ผื่นแพ้เสื้อผ้าจะกลายเป็นโรคผิวหนังเรื้อรังได้ไหม?

หากปล่อยให้ผิวหนังได้รับสิ่งกระตุ้นหรือสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ซ้ำๆ โดยไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือรับการรักษาที่เหมาะสม ผื่นแพ้เสื้อผ้าก็อาจลุกลามและพัฒนาไปสู่ภาวะโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังได้