Key Takeaway

  • ครีมบำรุงผิวหน้าเป็นผลิตภัณฑ์เนื้อเข้มข้น เน้นฟื้นบำรุงผิวโดยเฉพาะ ดูแลผิวเสีย ลดอาการระคาย หรือผื่นแพ้ เสริมปราการผิวให้กลับมาสุขภาพดี
  • วิธีเลือกครีมให้เหมาะกับผิว อย่างผิวธรรมดาควรเลือกครีมเนื้อบางเบา ผิวแห้งเลือกครีมเนื้อหนัก ผิวมันและผิวเป็นสิวเลือกเนื้อเจลหรือสูตรไม่มีน้ำมัน ส่วนผิวแพ้ระคายง่ายควรเลือกครีมสูตรอ่อนโยน ไม่มีสารระคายผิว
  • ส่วนผสมที่ควรมองหาในครีม ได้แก่ Hyaluronic Acid, Glycerin, Niacinamide, Ceramide และส่วนผสมที่ควรเลี่ยง ได้แก่ น้ำหอม แอลกอฮอล์ พาราเบน หรือ AHA / BHA
  • วิธีใช้ครีมบำรุงผิวหน้าให้ได้ผลดี เริ่มจากใช้ในปริมาณที่เหมาะสม ทาหลังอาบน้ำทันที และหมั่นใช้ครีมทาผิวเป็นประจำ

 

ครีมบำรุงผิวหน้าเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว มีหลายสูตรตามสภาพผิวของแต่ละคน สูตรอ่อนโยนเน้นดูแลผิวบอบบางและระคายง่าย ลดความแห้งตึง และปลอบประโลมผิว นอกจากนี้ หากเลือกครีมบำรุงผิวหน้าให้เหมาะกับสภาพผิว จะช่วยบรรเทาปัญหาผิวได้เฉพาะจุด ฟื้นบำรุงผิวให้กลับมาสุขภาพดีอีกครั้ง

ครีมบำรุงผิวหน้าคืออะไร? สำคัญต่อผิวอย่างไร

  • ครีมบำรุงผิวหน้าเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิว มีเนื้อเข้มข้น เน้นการฟื้นบำรุงผิวโดยเฉพาะ
  • ช่วยดูแลผิวเสีย แห้งตึง แห้งลอก หรือระคาย ให้กลับมาสุขภาพดีและยืดหยุ่น
  • สามารถใช้ได้ทั้งเช้า - เย็น หรือใช้บ่อยได้ตามต้องการ
  • การทาครีมบำรุงผิวหน้าทุกวันช่วยฟื้นบำรุง ดูแลผิวจากมลภาวะแวดล้อม ;’[pz
  • ครีมทาหน้าจะมีส่วนผสมของน้ำ น้ำมัน และสารให้ความชุ่มชื้น ที่ช่วยทั้งเติมน้ำและล็อกความชุ่มชื้นไม่ให้สูญเสียไป
  • ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว ลดอาการระคาย หรือผื่นแพ้ โดยเฉพาะในผิวแพ้ระคายง่ายที่ขาดความชุ่มชื้น

 

ครีมบำรุงผิวหน้าต่างจากเซรั่มอย่างไร

ครีมบำรุงผิวหน้าต่างจากเซรั่มตรงเนื้อสัมผัส ครีมบำรุงผิวหน้าจะข้นหนา คล้ายเนยหรือครีม เนื่องจากมีส่วนผสมของน้ำมันและไขมันมากกว่า จึงให้ความชุ่มชื้นและช่วยล็อกความชื้นไว้บนผิวได้ดี ส่วนเซรั่มมีเนื้อบางเบา คล้ายเจลหรือน้ำ ไม่มีน้ำมันหรือมีน้อย ทำให้ซึมลงสู่ผิวชั้นลึกได้เร็วและลึกกว่า

 

เซรั่มจะเน้นส่วนผสมที่มีความเข้มข้นสูง เช่น Vitamin C, Niacinamide หรือ Retinol เพื่อให้ผิวได้รับสารสำคัญที่ช่วยบรรเทาปัญหาผิวโดยเฉพาะ แต่ครีมบำรุงหน้าจะเน้นส่วนผสมที่ช่วยเสริมปราการให้ผิว เช่น Ceramide ที่มีหน้าที่ดูแลผิวและล็อกความชุ่มชื้นให้ผิวหน้า 

 

เซรั่มจึงเหมาะสำหรับใช้ถัดจากโทนเนอร์หรือสกินแคร์ที่เนื้อสัมผัสบางเบา ส่วนครีมบำรุงผิวจะใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายของสกินแคร์รูทีน เพื่อทำหน้าที่เป็นครีมเพิ่มความชุ่มชื้นให้หน้า

วิธีเช็กสภาพผิวตัวเอง ก่อนเลือกครีมบำรุง

  • ผิวธรรมดา เป็นผิวที่สมดุล ไม่เยิ้ม ไม่แห้งตึง สุขภาพดี ควรเน้นทำให้ความชุ่มชื้นคงที่ ไม่ให้ผิวแห้งเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ครีมบำรุงหน้าควรเลือกใช้เนื้อบางเบา ไม่หนัก มีคุณสมบัติเติมน้ำและดูแลเกราะปราการผิว 

 

  • ผิวแห้ง มีลักษณะผิวแห้งตึง รู้สึกสาก หยาบกร้าน ผิวมีแนวโน้มลอกเป็นขุย โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในห้องแอร์หรือในฤดูหนาว สังเกตเห็นริ้วรอยชัดเจน เน้นดูแลผิวแห้งด้วยการเติมน้ำและน้ำมันเข้าสู่ผิว ครีมบำรุงผิวหน้าจึงควรเป็นเนื้อเข้มข้น ช่วยล็อกความชุ่มชื้น เพื่อฟื้นบำรุงปราการผิวและลดการสูญเสียน้ำในผิว

 

  • ผิวมัน ลักษณะผิวจะเงา มันเยิ้ม โดยเฉพาะในทีโซน รูขุมขนกว้าง มีโอกาสเกิดอุดตันหรือเกิดสิวได้ง่าย ครีมบำรุงผิวหน้าจึงไม่ควรเป็นครีมเนื้อหนัก แต่ควรเลือกครีมเนื้อบางเบา ซึมไว ไม่หนักหน้าเกินไป ช่วยเรื่องหน้ามันและดูแลผิวไม่ให้สูญเสียน้ำ

 

  • ผิวเป็นสิว มีลักษณะผิวมันหรือผิวผสม มีสิวอุดตัน รอยแดง รอยคล้ำ บางครั้งอาจมีผิวลอกหรือแห้งจากการบรรเทาจุดที่เป็นสิวบ่อยๆ สำหรับผิวที่เป็นสิวควรเลือกครีมบำรุงผิวหน้าที่ช่วยฟื้นบำรุงปราการผิวให้แข็งแรง ลดอุดตัน ช่วยให้ผิวมันลดลง เนื้อเจลหรือเนื้อครีมบางเบา เพื่อให้ผิวชุ่มชื้นพอ และลดการระคายผิว ลดโอกาสเกิดสิวใหม่ด้วย

 

  • ผิวแพ้ง่าย เป็นผิวบอบบาง ไวต่อสิ่งกระตุ้น ไม่ว่าจะเป็นมลภาวะ แสงแดด ผลิตภัณฑ์ เมกอัป ทำให้รู้สึกระคายผิวง่าย ควรเน้นครีมทาหน้าผิวแพ้ง่ายที่เติมความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างอ่อนโยนเหมาะกับผิวแพ้ ระคายง่าย มีเนื้อบางเบา - หนา มีส่วนผสมของสารที่ช่วยเสริมปราการผิว เพื่อให้ผิวแข็งแรงขึ้น

 

วิธีเลือกครีมบำรุงผิวหน้าให้เหมาะกับปัญหาผิว

ผิวธรรมดา

  • ควรเน้นครีมบำรุงผิวหน้าที่มีสารสกัดจากน้ำร่วมกับสารกลุ่มซิลิโคน ได้แก่ ไดเมทิโคน (Dimethicone) หรือไซโคลเมทิโคน (Cyclomethicone)
  • เน้นช่วยป้องกันการสูญเสียความชุ่มชื้นออกจากผิว
  • ลดโอกาสอุดตัน
  • เลือกครีมบำรุงผิวหน้าที่มีเนื้อบางเบา ไม่หนักหน้า

 

ผิวแห้ง

  • ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มและรักษาความชุ่มชื้นเป็นพิเศษ
  • ควรเลือกครีมเพิ่มความชุ่มชื้นให้หน้า เน้นส่วนผสมประเภทน้ำมัน เพราะสารบำรุงระเหยออกจากผิวได้ช้ากว่าปกติ
  • ช่วยกักเก็บและคงความชุ่มชื้นไว้ที่ผิวได้ยาวนานกว่า

 

ผิวมัน

  • ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีน้ำมันหรือมีระบุบนฉลากว่า Oil-free
  • หลีกเลี่ยงส่วนผสมที่อาจทำให้มีโอกาสอุดตันและระคายผิวได้ง่าย
  • เน้นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปกป้องและรักษาความชุ่มชื้นโดยไม่เพิ่มความมัน เช่น เซราไมด์ (Ceramide) วิตามิน (Vitamins) หรือไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid)
  • ช่วยบำรุงผิวให้สูญเสียความชุ่มชื้นน้อย โดยไม่ทำให้ผิวมันเกินไป

 

ผิวเป็นสิว

  • เลือกครีมที่มีเนื้อสัมผัสเบา อย่างเช่นเนื้อเจลหรือเนื้อครีมบางเบา ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่ทำให้รู้สึกหนักหน้าเกินไป
  • เน้นส่วนผสมที่ทำให้ผิวแข็งแรง ไม่แห้งตึง เช่น เซราไมด์
  • หลีกเลี่ยงสารระคาย เช่น น้ำหอม พาราเบน แอลกอฮอล์ หรือน้ำมันบางชนิดที่เพิ่มโอกาสอุดตัน

 

ผิวแพ้ง่าย

  • ควรเลือกผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงหน้าผิวแพ้ง่ายที่เน้นความอ่อนโยนเป็นหลัก
  • ควรเลือกสูตรที่ไม่มีสารก่อการแพ้ เพื่อลดการระคายผิว ได้แก่ น้ำหอม พาราเบน หรือกรดต่างๆ
  • ช่วยปกป้องผิวไม่ให้เกิดอาการแพ้ และช่วยลดโอกาสระคายผิวลงได้

ส่วนผสมที่ควรมองหาในครีมบำรุงผิวหน้า

กลุ่มให้ความชุ่มชื้น

  • Hyaluronic Acid ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นในผิว ทำให้ผิวไม่แห้งตึง เหมาะสำหรับผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ หรือผิวเริ่มมีอายุ
  • Glycerin เป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ช่วยดึงน้ำเข้าสู่ผิวและกักเก็บน้ำไว้ ทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น ไม่ลอก ไม่ตึง และช่วยให้ครีมตัวอื่นซึมดีขึ้น
  • Glyceryl Glucoside ช่วยให้ผิวส่งผ่านน้ำได้ดีขึ้น ทำให้ผิวอิ่มน้ำ ชุ่มชื้นตลอดวัน
  • Mineral Fatty Substance ช่วยเสริมการให้ความชุ่มชื้น ทำให้ผิวเนียนนุ่ม ดูสุขภาพดี

 

กลุ่มปลอบประโลมผิว

  • Panthenol หรือวิตามิน B5 ช่วยปลอบประโลมผิว ลดการระคาย หรือมีสิว ให้ผิวดูนุ่มและชุ่มชื้นขึ้น
  • Enoxolone ช่วยบรรเทาความผิดปกติของผิว เช่น ผิวแดง ผิวอักเสบ ช่วยให้ผิวดูสมดุล
  • Niacinamide หรือวิตามิน B3 ช่วยดูแลการอักเสบ ผิวแดง ผื่น ลดปัญหาผิวมัน รอยสิว และช่วยให้ปราการผิวแข็งแรงขึ้น
  • Shea Butter ช่วยให้ความชุ่มชื้น บรรเทาผิวแห้งลอก ผิวแตก ผิวมีอาการอักเสบ แดง หรือบวมเล็กน้อย ทำให้ผิวเรียบเนียน นุ่มขึ้น

 

กลุ่มเสริมเกราะป้องกันผิว

  • Ceramide เป็นส่วนผสมหลักของเกราะผิวตามธรรมชาติ ช่วยเติมไขมันในผิว ฟื้นบำรุงผิว ทำให้ผิวแข็งแรง ไม่แห้งกร้านหรือระคายง่าย
  • Bio-lipids ช่วยเติมน้ำมันตามธรรมชาติในผิว ให้ชั้นผิวสมดุล ทำหน้าที่เป็นชั้นป้องกันผิวจากสิ่งแวดล้อมและมลภาวะ
  • Squalane คล้ายน้ำมันธรรมชาติในผิว ช่วยเสริมเกราะผิว ล็อกความชุ่มชื้น ช่วยให้ผิวมันลดลง ลดอุดตัน เหมาะสำหรับครีมทาหน้าผิวแพ้ง่าย กลุ่มผิวมัน และผิวแห้ง

 

ส่วนผสมที่ควรหลีกเลี่ยง สำหรับผิวแพ้ง่าย

  • น้ำหอม ไม่ว่าจะเป็นน้ำหอมสังเคราะห์หรือสกัดจากธรรมชาติ เป็นส่วนผสมที่ทำให้ผิวระคายง่าย แดง หรือผื่นขึ้น ควรเลือกครีมที่มีฉลากว่า “No Fragrance” หรือ “Fragrance-Free”
  • พาราเบน เช่น Methylparaben, Ethylparaben เป็นสารที่อาจทำให้เกิดผื่นแพ้ ผิวแดง หรือระคาย โดยเฉพาะในคนที่ผิวอ่อนแอมาก ถึงแม้จะใช้ในปริมาณน้อย แต่ก็ควรเลี่ยงไว้
  • น้ำมันหอมระเหยบางชนิด (Essential oils) เช่น น้ำมันส้ม น้ำมันเปปเปอร์มินต์ ซึ่งมีสารที่อาจทำให้ระคายผิวได้
  • แอลกอฮอล์ โดยเฉพาะ Ethanol, Denatured Alcohol ที่เข้มข้น ทำให้ผิวแห้ง แสบ ผิวบางและไวต่อสิ่งกระตุ้นมากขึ้น
  • SLS (Sodium Lauryl Sulfate) และ SLES (Sodium Laureth Sulfate) พบในโฟมล้างหน้า คลีนซิง หรือครีมที่ต้องล้างออก ทำให้สูญเสียน้ำมันธรรมชาติในผิว ผิวแห้ง แดง ระคายง่าย
  • สารลดแรงตึงผิวเข้มข้น (Ethoxylated agents) มีฤทธิ์ทำความสะอาดแรง เช่น สารในกลุ่ม Cocamide หรือ DEA ที่อาจทำให้ผิวแสบ ผื่นขึ้น โดยเฉพาะผิวที่มีสิวหรือผื่นอยู่ก่อนแล้ว​
  • ไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) เป็นสารฟอกผิว ทำให้ผิวไวต่อแสง ผิวบาง ผื่นแพ้ หรือฝ้ากระลึก ไม่ควรใช้ในครีมทาหน้าผิวแพ้ง่าย
  • ฟอร์มาลดีไฮด์ ฟอร์มาลีน เป็นสารกันเสียอันตราย ทำให้ผิวระคาย ผื่น แสบตา และมีผลต่อสุขภาพ
  • AHA / BHA ที่มีความเข้มข้นสูง เช่น Glycolic Acid, Salicylic Acid ถ้าใช้ในครีมบำรุงหรือเซรั่มที่เข้มข้นสูง อาจทำให้ผิวแสบ ลอก ผิวอักเสบได้ แนะนำให้ใช้เฉพาะในขั้นตอนที่กำหนด และใช้น้อยๆ  หรือใช้เฉพาะบนผิวที่มีสิว ไม่ควรทาทั่วหน้า
  • สีสังเคราะห์ เป็นตัวกระตุ้นให้ผิวระคายง่าย แดง หรือเป็นผื่น

เนื้อครีมแบบไหน เหมาะกับสภาพผิวหน้าแบบไหน

  • เนื้อเจล เหมาะสำหรับผิวมัน ผิวผสม ผิวเป็นสิว และผิวแพ้ง่าย เพราะดูแลปัญหาผิวมัน ช่วยเรื่องสิว และลดโอกาสอุดตัน
  • เนื้อโลชั่น เหมาะสำหรับผิวธรรมดา ผิวมัน และผิวผสม ที่ต้องการครีมบำรุงหน้าแบบไม่ทำให้รู้สึกหนักผิว
  • เนื้อครีม เหมาะสำหรับผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ หรือผิวที่ต้องการการฟื้นบำรุงเต็มที่

 

วิธีใช้ครีมบำรุงผิวหน้าให้ได้ผลดี

  • ใช้ในปริมาณที่พอเหมาะ ควรใช้ปริมาณที่พอดี เพื่อให้สารบำรุงและสารให้ความชุ่มชื้นเข้าสู่ผิวได้เต็มที่ ช่วยป้องกันไม่ให้เนื้อครีมตกค้างจนเกิดการอุดตันผิว
  • ทาหลังอาบน้ำทันที ควรทาในขณะที่ผิวยังหมาดๆ เพราะจะช่วยกระตุ้นให้สารบำรุงซึมเข้าสู่ผิวได้ดีกว่าตอนผิวแห้งสนิท ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในผิวได้ยาวนานขึ้น
  • หมั่นใช้ครีมบำรุงหน้าอยู่เสมอ ต้องอาศัยความสม่ำเสมอในการทา เพื่อให้ผิวชุ่มชื้นต่อเนื่อง ช่วยสร้างสมดุลที่ดีให้ผิว ทำให้ผิวเนียนนุ่มและดูสุขภาพดีอยู่เสมอ

เลือกครีมบำรุงผิวหน้ายี่ห้อไหนดี?  

Sébium Pore Refiner

Sébium Pore Refiner ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเรื่องรูขุมขนกว้างให้ดูกระชับขึ้น ฟื้นบำรุงผิวให้เนียนนุ่ม ช่วยดูแลผิวมัน - ผิวผสม ลดอุดตัน ลดโอกาสเกิดสิว ด้วยการปรับคุณภาพของน้ำมันในผิว และมีกรดอะการิก (Agaric acid) ที่ช่วยให้ผิวเรียบเนียนยิ่งขึ้น

 

Sébium Serum  

Sébium Serum เซรั่มสำหรับผิวเป็นสิว มีริ้วรอย และมีปัญหารูขุมขนกว้าง ด้วยคุณสมบัติลดโอกาสเกิดสิว และรอยสิว แต่ยังคงความชุ่มชื้นให้ผิวนานถึง 8 ชั่วโมง เพราะมีสารสำคัญไม่ว่าจะเป็น Salicylic Acid, Acetyl Glucosamine และ Hyaluronic acid ที่ช่วยลดสาเหตุของสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

 

Sensibio Defensive

Sensibio Defensive ครีมบำรุงผิวหน้าสำหรับผิวแพ้ระคายง่าย เนื้อบางเบา ซึมไว ลดอุดตัน ช่วยฟื้นบำรุงให้ปราการผิวแข็งแรง ดูแลผิวจากสิ่งกระตุ้นในชีวิตประจำวัน ทั้งมลภาวะหรือฝุ่น ล็อกความชุ่มชื้นให้กับผิวยาวนาน และช่วยทำให้ผิวแข็งแรง ค่อยๆ รู้สึกระคายผิวน้อยลงเมื่อใช้งาน

 

Sensibio Defensive Serum

Sensibio Defensive Serum เซรั่มปลอบประโลมผิว มอบความชุ่มชื้นยาวนานตลอดวัน แต่ให้เนื้อสัมผัสบางเบา ซึมไว ไม่มีน้ำหอมให้รู้สึกระคายผิว เสริมสร้างเกราะป้องกันผิว ริ้วรอยดูจางลงเมื่อใช้งาน มี Antioxidant ที่ช่วยดูแลผิวระคายง่ายอย่างอ่อนโยน

 

Hydrabio Sérum

Hydrabio Sérum เซรั่มเนื้อเข้มข้น เหมาะกับทุกสภาพผิว ให้ความชุ่มชื้นทันทีที่ใช้งาน สามารถใช้เป็นเมกอัปเบสก่อนแต่งหน้าได้ หรือใช้เป็นโทนเนอร์ก่อนลงสกินแคร์อื่นๆ ก็ได้เหมือนกัน เพราะเซรั่มจะเข้าไปเติมน้ำให้ผิว ลดการสูญเสียน้ำ กักเก็บ และคงความชุ่มชื้นไว้ใต้ผิว  

  

Atoderm PP Baume

Atoderm PP Baume ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวชุ่มชื้นยาวนานตลอดวัน เหมาะสำหรับผิวแห้ง - แห้งมาก ช่วยปลอบประโลมผิว ซึมไว รู้สึกสบายผิว ด้วยการคืนไขมันที่จำเป็นต่อผิว เพื่อฟื้นบำรุงผิวตามธรรมชาติ สามารถใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกายเมื่อรู้สึกแห้งตึงที่ผิว  

 

ครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืนและกลางวัน ต่างกันอย่างไร

  • ครีมบำรุงผิวหน้ากลางวัน (Day Cream) เป็นครีมสำหรับใช้ตอนเช้า เน้นทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันผิว เพื่อให้ผิวพร้อมสำหรับเมกอัป แสงแดด และมลภาวะตลอดทั้งวัน เนื้อครีมจะบางเบา ซึมไว เหมาะสำหรับใช้เป็นเมกอัปเบส และผิวทุกประเภท

 

  • ครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืน (Night Cream) คือครีมบำรุงผิวหน้าที่ใช้สำหรับตอนเย็นหรือก่อนนอน หลังล้างหน้าหรือลงเซรั่ม เน้นการฟื้นบำรุง บรรเทา และเติมความชุ่มชื้น เนื้อครีมจะมีเนื้อหนัก เข้มข้น และมีส่วนผสมของสารปลอบประโลมผิวอยู่ด้วย

 

สรุป

การเลือกครีมบำรุงผิวหน้าที่เหมาะสมเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจความต่างของผลิตภัณฑ์ โดยครีมบำรุงหน้าจะเน้นเนื้อเข้มข้นเพื่อล็อกความชุ่มชื้น และเสริมเกราะป้องกันผิวเป็นขั้นตอนสุดท้าย สำหรับวิธีเลือกให้เหมาะกับสภาพผิว ผิวธรรมดาควรใช้เนื้อบางเบาเพื่อรักษาความสมดุล ผิวแห้งควรเน้นเนื้อครีมเข้มข้นที่มีส่วนผสมของน้ำมัน เพื่อลดการสูญเสียน้ำ 

 

ส่วนผิวมันและผิวเป็นสิว ควรเลือกเนื้อเจลหรือสูตร Oil-free เช่น ไฮยาลูรอนิก หรือเซราไมด์ เพื่อบำรุง ลดโอกาสอุดตัน สำหรับผิวแพ้ ระคายง่าย ต้องเน้นความอ่อนโยนเป็นพิเศษ หลีกเลี่ยงน้ำหอม แอลกอฮอล์ และพาราเบน ควรใช้สารปลอบประโลมอย่างวิตามิน B5 หรือ Enoxolone 

 

ทั้งนี้ เคล็ดลับสำคัญคือการทาครีมในปริมาณที่พอเหมาะ ลงบนผิวที่ยังหมาดทันทีหลังอาบน้ำเป็นประจำสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้ผิวแข็งแรง ยืดหยุ่น และมีสุขภาพดี

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับครีมบำรุงผิวหน้า (FAQ)

 

ควรใช้ครีมบำรุงผิวหน้าบ่อยแค่ไหน?

ควรใช้ครีมบำรุงผิวหน้าทุกวัน วันละ 2 ครั้ง คือเช้าหลังล้างหน้ากับเย็นก่อนนอนจะได้ผลดีต่อผิว

 

อายุ 40 ใช้ครีมบํารุงอะไรดี?

อายุ 40 ปี ผิวเริ่มมีสัญญาณอายุชัดเจน เช่น ผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น ริ้วรอย มีร่องลึก ผิวเริ่มหย่อนคล้อย ผิวมีจุดด่างดำ สีไม่สม่ำเสมอ ดังนั้น ควรใช้ครีมบำรุงผิวหน้าที่เน้นฟื้นบำรุงผิว เติมความชุ่มชื้น ทำให้ริ้วรอยจางลง เช่น เรตินอล เปปไทด์ เซราไมด์ เป็นต้น

 

ครีมอะไรช่วยกู้หน้าโทรมได้บ้าง?

ครีมที่ช่วยกู้หน้าโทรมได้ดีต้องเน้น 3 อย่าง คือฟื้นบำรุงผิว ให้ผิวชุ่มชื้น และกระจ่างใส ตัวอย่างเช่น มอยส์เจอร์ไรเซอร์ ครีมบำรุงผิวหน้าสำหรับผิวแพ้ ระคายง่าย ครีมที่มีไฮยาลูรอนิก หรือวิตามินซี

 

หน้าโทรมขาดวิตามินอะไร?

หน้าโทรมเกี่ยวข้องกับการขาดหลายวิตามินและสารอาหารสำคัญ ได้แก่ วิตามินซี (Vitamin C) วิตามินบีรวม (B-Complex) วิตามินเอ วิตามินอี วิตามินดี รวมถึงกรดไขมันโอเมกา 3 และสังกะสี

 

ทำไมอยู่ดีๆ หน้าหมอง?

หน้าหมองสามารถเกิดได้จากทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน เช่น โดนแสงแดดเป็นเวลานานโดยไม่ทาครีมกันแดด พักผ่อนไม่เพียงพอ เครียดสะสม ผิวขาดน้ำ เจอมลภาวะตลอด ร่างกายผลัดเซลล์ผิวช้าลง ขาดวิตามินบางชนิด และการดูแลผิวไม่ตรงจุด

 

กินอะไรให้หน้าสดใส?

เน้นกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ผลไม้สดที่มีวิตามินซีสูง ผักใบเขียว ปลาทะเลที่มีไขมันดี ถั่วลิสง น้ำเต้าหู้ สาหร่าย อาหารที่มีไฟเบอร์สูง และดื่มน้ำวันละ 8 แก้วต่อวัน

 

มีวิธีแก้หน้าโทรมแบบเร่งด่วนอะไรบ้าง?

เริ่มจากใช้สกินแคร์ มอยส์เจอร์ไรเซอร์ ทาครีมกันแดดทุกวัน จากนั้นมาสก์หน้าบ่อยๆ อย่างน้อย 2 - 3 ครั้ง ต่อสัปดาห์ เน้นที่มีคุณสมบัติเติมน้ำให้ผิว เพื่อให้ใบหน้ารู้สึกสดชื่นมากขึ้น

 

ทำไมผิวหน้าไม่เนียนเหมือนผิวตัว?

เพราะผิวหน้าบอบบาง ต่อมไขมันบนผิวหน้ามีมาก เกิดโอกาสอุดตันได้ง่ายกว่าผิวตัว ใช้สกินแคร์และเมกอัปอยู่ตลอด ทั้งยังเจอมลภาวะทุกวัน ทำให้ผิวหน้าถูกกระตุ้นจนระคายได้ง่าย มีโอกาสที่เกราะปราการผิวจะเสียหาย

 

ผลักวิตามินเข้าผิวหน้าดีไหม?

ดี ถ้าทำถูกวิธีและทำโดยคลินิกที่ได้มาตรฐาน แพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น และไม่ควรลืมดูแลผิวหน้าด้วยสกินแคร์อยู่เสมอ ทั้งมอยส์เจอร์ไรเซอร์ กันแดด และดูแลสุขภาพ ทานอาหารที่มีประโยชน์ หรือนอนพักผ่อนอย่างเพียงพอเสมอ

 

วิธีทําให้ผิวขาวเร็วภายใน 1 อาทิตย์ ทำได้อย่างไร?

สามารถเริ่มต้นด้วยการหลีกเลี่ยงแสงแดด ทากันแดดทุกวัน ใช้สกินแคร์ที่มี AHA / BHA หรือสกินแคร์ที่ทำให้ผิวกระจ่างใส รวมถึงดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว ทานผักผลไม้สด และพักผ่อนให้เพียงพอ