Key Takeaway

  • ผิวผู้ชายผลิตน้ำมันมาก รูขุมขนกว้าง เสียความยืดหยุ่นเร็ว และถูกทำร้ายจากการโกนหนวดเป็นประจำ การดูแลผิวแต่เนิ่นๆ จะช่วยฟื้นบำรุงเกราะป้องกันผิวและชะลอการเกิดริ้วรอยร่องลึก
  • ปัญหาผิวผู้ชายเจอบ่อย มักเป็นสิวอุดตัน หน้ามันเยิ้ม รอยแดงและขนคุดจากการโกนหนวด รวมถึงผิวคล้ำเสียและริ้วรอยก่อนวัย บางรายมีภาวะผิวขาดน้ำจากการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่รุนแรงเกินไป
  • Skincare Routine สำหรับผู้ชายควรเริ่มจากขั้นตอนพื้นฐาน คือล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์อ่อนโยน บำรุงด้วยเซรั่ม ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เติมความชุ่มชื้น และปกป้องผิวด้วยครีมกันแดดทุกเช้า
  • สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อเริ่มต้นดูแลผิวสำหรับผู้ชาย คือห้ามใช้สบู่ก้อนถูตัวล้างหน้า ละเลยครีมกันแดด โกนหนวดบนผิวแห้ง บีบแกะสิว สครับผิวหน้าแรงเกินไป หรือประโคมใช้สกินแคร์หลายตัวพร้อมกันจนผิวปรับตัวไม่ทัน

 

ปัจจุบันการดูแลผิวไม่เป็นแค่เรื่องของผู้หญิงอีกต่อไป เพราะผิวหน้าต้องเจอกับมลภาวะต่างๆ ที่ทำให้ระคายผิว สำหรับผู้ชายที่อยากเริ่มต้นดูแลผิวแต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดี บทความนี้จะแนะนำ Skincare ที่ผู้ชายสามารถเลือกใช้เพื่อดูแลผิวอย่างครอบคลุมถึงปัญหาผิวที่ผู้ชายมักเจอบ่อยๆ อย่างตรงจุด

ทำไมผู้ชายควรเริ่มดูแลผิวตั้งแต่วันนี้

ผิวผู้ชายมีโครงสร้างและลักษณะเฉพาะแตกต่างจากผู้หญิงอย่างชัดเจนจากฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) การทำความเข้าใจสภาพผิวจะช่วยให้รู้ว่าทำไมการล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าหรือสบู่ก้อนจึงไม่เพียงพอ ลักษณะเฉพาะของผิวผู้ชายมีดังนี้

  • ผลิตน้ำมันมากกว่าและรูขุมขนกว้างกว่า ฮอร์โมนเพศชายกระตุ้นต่อมไขมันให้ทำงานหนักกว่าผู้หญิง ผิวจึงผลิตน้ำมันออกมามาก ทำให้หน้ามันและรูขุมขนกว้างเพื่อระบายไขมัน
  • ผิวหนากว่าแต่เสียความยืดหยุ่นเร็ว ผิวชั้นหนังแท้ (Dermis) ของผู้ชายหนาและมีคอลลาเจนมากกว่าผู้หญิงในช่วงวัยรุ่น แต่เมื่ออายุมากขึ้นคอลลาเจนจะเสื่อมรวดเร็ว ทำให้ริ้วรอยมักเป็นร่องลึกและเห็นชัดเจน
  • เผชิญการระคายผิวจากการโกนหนวดประจำ การโกนหนวดคือการขูดลอกเซลล์ผิวชั้นนอกออกไปพร้อมเส้นขน หากขาดการดูแลปราการผิว (Skin Barrier) ก็จะอ่อนแอ นำไปสู่อาการระคายผิว
  • มักเจอแสงแดดและมลภาวะ ไลฟ์สไตล์มักมีกิจกรรมกลางแจ้งหรือเจอฝุ่นควันและแสงแดด (UV) แต่ผู้ชายหลายคนละเลยการใช้ครีมกันแดด ทำให้ผิวถูกทำร้ายสะสมได้

 

ปัญหาผิวที่ผู้ชายมักเจอบ่อย

  • สิวอุดตันและสิวอักเสบ เกิดจากน้ำมันส่วนเกินผสมเซลล์ผิวตาย ฝุ่นควัน และเหงื่อ อุดตันในรูขุมขน
  • หน้ามันเยิ้มระหว่างวัน ทำให้รู้สึกไม่สบายผิว ดูหมองคล้ำ และเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย
  • รอยแดง และขนคุดหลังโกนหนวด เกิดจากการโกนหนวดแนบชิดผิวเกินไป ใบมีดทื่อ หรือผิวขาดความชุ่มชื้น
  • ผิวคล้ำเสียและจุดด่างดำ รังสี UV จากการไม่ทาครีมกันแดดทำร้ายผิวโดยตรง เกิดสีผิวไม่สม่ำเสมอ ฝ้าแดด และรอยดำจากสิวหายช้า
  • ริ้วรอยร่องลึกก่อนวัย ผิวขาดการบำรุงและถูกแสงแดดทำร้ายสะสม ทำให้คอลลาเจนเสื่อม เกิดริ้วรอยลึกเร็วกว่าปกติ
  • ผิวขาดน้ำ (Dehydrated Skin) ภายนอกดูมัน แต่ใต้ผิวแห้งขาดน้ำ จากการใช้โฟมล้างหน้าที่รุนแรงจนดึงความชุ่มชื้นธรรมชาติออกไป

 

Skincare Routine สำหรับผู้ชายมีอะไรบ้าง ควรเริ่มอย่างไร

ในช่วงแรกของการเริ่มต้นดูแลผิว ผู้ชายหลายคนอาจสับสนกับขั้นตอนและผลิตภัณฑ์ที่มีมากมาย แนะนำว่าควรเริ่มต้นที่พื้นฐานการดูแลผิว โดยเน้นที่การทำความสะอาดผิว และการเติมความชุ่มชื้นเป็นหลัก เมื่อผิวปรับตัวได้แล้วจึงค่อยเพิ่มขั้นตอนอื่นตามความเหมาะสม โดยขั้นตอนลงสกินแคร์สำหรับผู้ชายทำได้ดังนี้

1. ทำความสะอาดผิว

  • ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง (เช้าและก่อนนอน) หรือล้างเพิ่มเติมหลังออกกำลังกายที่มีเหงื่อออกมาก
  • เลือกคลีนเซอร์หรือโฟมล้างหน้าที่อ่อนโยนและเหมาะกับสภาพผิว 
  • หลีกเลี่ยงการใช้สบู่สำหรับผิวกายมาล้างหน้า เพราะทำให้ผิวแห้งตึงและทำลายปราการผิว
  • นวดเนื้อโฟมเบาๆ ทั่วใบหน้า ไม่ควรสครับผิวแรงเกินไป เพื่อลดการระคายผิว

 

Hydrabio H2O คลีนซิ่งไมเซล่า วอเตอร์ สามารถใช้ได้ในทุกสภาพผิว ทั้งใบหน้าและรอบดวงตา ทำความสะอาดผิว โดยยังคงความชุ่มชื้นให้กับผิว ทำให้ผิวแข็งแรงต่อสิ่งกระตุ้น ไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกระคายผิว หรือไม่สบายผิวหลังใช้งาน และปราศจากน้ำหอม

 

Sébium H2O คลีนซิ่งไมเซล่า วอเตอร์สำหรับคนที่มีปัญหาผิวเป็นสิวง่าย ผิวผสม และผิวมัน มีคุณสมบัติช่วยทำความสะอาดผิวได้โดยยังคงความสมดุลให้ปราการผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ทำให้ผิวดูแห้ง ช่วยลดโอกาสเกิดผิวมัน ลดอุดตันในผิว และให้ความรู้สึกสดชื่นหลังใช้งาน

 

Sensibio H2O คลีนซิ่งไมเซล่า วอเตอร์ที่ตอบโจทย์ผิวแพ้ ระคายง่าย และในทุกสภาพผิว ช่วยปลอบประโลมผิว ทำความสะอาดผิวให้ปลอดสิ่งระคายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอาง มลภาวะ และละอองเกสร เมื่อใช้งานแล้วจะรู้สึกว่าผิวดูสดชื่นโดยไม่ต้องล้างน้ำออก

 

2. ดูแลปัญหาผิวอย่างล้ำลึก

  • ใช้เซรั่มหรือเอสเซนส์ที่มีเนื้อบางเบา ซึมซาบไว ทาลงบนผิวหลังล้างหน้า
  • เลือกเซรั่มตามปัญหาผิวที่กังวล เช่น วิตามินซีเพื่อความกระจ่างใส หรือ BHA/AHA เพื่อลดอุดตัน
  • แต้มผลิตภัณฑ์ดูแลเฉพาะจุด หากมีปัญหาสิวอักเสบหรือจุดด่างดำ

 

Sébium Serum เซรั่มสำหรับผิวที่มีปัญหาสิว มีริ้วรอย หรือปัญหารูขุมขนกว้าง มีคุณสมบัติเฉพาะที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาสิว ทั้งการลดโอกาสเกิดสิว ลดการสร้างไขมันส่วนเกินในผิว ลดโอกาสเกิดรอยสิว ทำให้ริ้วรอยดูตื้นขึ้น แต่ยังให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวยาวนานถึง 8 ชั่วโมง เป็น Skincare ที่ตอบโจทย์ผู้ชายที่มีปัญหาผิวมัน หรือปัญหาสิว

 

Sensibio Defensive Serum เซรั่มบำรุงเข้มข้น ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะต่างๆ ทำให้ผิวดูแข็งแรงขึ้น จัดการสาเหตุของริ้วรอยก่อนวัย ปลอบประโลมผิวทันทีหลังใช้งาน ฟื้นบำรุงปราการผิว ทำให้ผิวดูชุ่มชื้น ริ้วรอยแลดูลดลง และดูกระจ่างใสขึ้น 

 

3. เติมความชุ่มชื้นให้ผิว

  • ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ทุกครั้งหลังล้างหน้าทั้งเช้าและเย็น เพื่อกักเก็บน้ำในผิว
  • สำหรับผิวมัน ควรเลือกเนื้อเจลหรือโลชั่นสูตรบางเบา ซึมง่าย ไม่เหนอะหนะ
  • ส่วนผิวแห้ง ควรเลือกเนื้อครีมที่มีความเข้มข้น เพื่อป้องกันการระคายผิว

 

Hydrabio Sérum เซรั่มเข้มข้น เติมความชุ่มชื้น เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว เป็น Skincare ที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ชาย ทั้งช่วยให้ความชุ่มชื้นอย่างทันที และยาวนานถึง 24 ชั่วโมง นอกจากความชุ่มชื้นแล้ว ยังช่วยปรับผิวให้เรียบเนียนแลดูกระจ่างใส ลดโอกาสอุดตันผิวอีกด้วย

 

Sébium Pore Refiner ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยแก้ปัญหารูขุมขนกว้าง แลดูกระชับยาวนาน ตอบโจทย์ผิวผสมถึงผิวมัน ทำให้รูขุมขนแลดูเล็กลง ปรับสภาพผิวให้ดูเนียนขึ้น แต่ยังคงความกระจ่างใส ให้ผิวดูเป็นธรรมชาติ ลดโอกาสอุดตัน และยังอ่อนโยนกับผิว 

 

Sensibio Defensive ผลิตภัณฑ์ฟื้นบำรุงผิว เนื้อสัมผัสบางเบา ซึมไว ช่วยปรอบประโลมผิว มีสารที่ช่วยให้ผิวดูแข็งแรง ลดโอกาสระคายผิวจากมลภาวะ และสิ่งกระตุ้นต่างๆ ฟื้นบำรุงปราการผิว ให้ความชุ่มชื้นยาวนาน 12 ชั่วโมง อ่อนโยน ตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาผิวแพ้ ระคายง่าย

4. ปกป้องผิวจากแสงแดด

  • ทาครีมกันแดดเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการดูแลผิวในทุกเช้า แม้จะทำงานในที่ร่ม
  • เลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป และมีค่า PA+++ เพื่อปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB
  • ทาครีมกันแดดซ้ำระหว่างวัน หากต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือมีเหงื่อออกมาก

 

Photoderm XDefense Ultra-Fluid (Invisible) กันแดดที่ออกแบบเพื่อทุกสภาพผิว เนื้อสัมผัสบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่ทำให้รู้สึกเหนียวเหนอะหนะเมื่อใช้งาน ให้งานผิวแมตต์ทันทีหลังใช้งาน ปกป้องผิวจากแสงแดด มลภาวะ คลื่นความร้อนได้ และยังมีส่วนผสมอย่าง Ectoin และ Mannitol ที่เป็นสาร Antioxidant AOX ช่วยลดโอกาสเกิดริ้วรอยก่อนวัย แต่มีส่วนผสมของน้ำหอมในปริมาณเล็กน้อย ผู้ที่มีผิวบอบบางควรทดสอบอาการแพ้ก่อนใช้งานจริง

 

Photoderm XDefense Ultra-Fluid (Shade 01) กันแดดสีเนื้ออ่อนที่เหมาะกับทุกสภาพผิว ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด มลภาวะ รังสี UV และคลื่นความร้อนได้ พร้อมส่วนผสมอย่าง Iron Oxides ที่ช่วยปกป้องผิวจาก Visible Light ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดฝ้าและความหมองคล้ำ และยังมี Ectoin และ Mannitol ที่เป็นสาร Antioxidant AOX ช่วยดูแลผิว สำหรับผู้ที่ผิวระคายง่าย แนะนำให้ทดสอบก่อนใช้งาน เนื่องจากมีส่วนผสมของน้ำหอมในปริมาณเล็กน้อย

 

วิธีเลือกสกินแคร์สําหรับผู้ชาย ให้เหมาะกับสภาพผิว

ผิวธรรมดา

  • มีความสมดุล ไม่แห้งหรือมันจนเกินไป
  • เน้นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยรักษาสมดุลความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ
  • เลือกใช้เนื้อสกินแคร์ได้หลากหลาย ทั้งแบบเจล โลชั่น หรือครีมบางเบา

ผิวแห้ง

  • มีอาการแห้งตึง ลอกเป็นขุย หรือรู้สึกคัน
  • เลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยน ไม่ทิ้งความรู้สึกแห้งตึงหลังล้าง
  • เน้นมอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อครีมเข้มข้นที่มีส่วนผสมของเซราไมด์ (Ceramides) หรือไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid)
  • หลีกเลี่ยงสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 

ผิวมัน

  • เป็นผิวที่ผลิตน้ำมันมาก หน้ามันเยิ้มระหว่างวัน และรูขุมขนกว้าง
  • เลือกคลีนเซอร์ที่ช่วยเรื่องหน้ามัน แต่ไม่ทำลายปราการผิว
  • ใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อเจลหรือสูตรน้ำ (Water-based) ที่ซึมไว ไม่เหนอะหนะ
  • มองหาส่วนผสมที่ระบุว่า Oil-free หรือ Non-comedogenic เพื่อลดอุดตัน

ผิวเป็นสิว

  • เกิดการอุดตันและอักเสบได้ง่าย
  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ BHA (Salicylic Acid) เพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดอุดตันรูขุมขน
  • หลีกเลี่ยงการสครับผิวหน้าแรงๆ เพราะจะยิ่งกระตุ้นให้สิวอักเสบมากขึ้น
  • ใช้สกินแคร์กลุ่มที่ระบุชัดเจนว่าลดโอกาสอุดตัน (Non-comedogenic)

ผิวแพ้ง่าย

  • ผิวระคายง่าย เมื่อสัมผัสสารเคมี หรือสิ่งกระตุ้น
  • เลือกสกินแคร์สูตรอ่อนโยนพิเศษ ปราศจากน้ำหอม แอลกอฮอล์ พาราเบน และสีสังเคราะห์
  • เน้นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมช่วยปลอบประโลมผิว เช่น อโลเวร่า (Aloe Vera) หรือเซนเทลล่า (Centella Asiatica)
  • ทดสอบอาการแพ้ (Patch Test) บริเวณท้องแขนหรือหลังหูก่อนเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่เสมอ

สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อเริ่มต้นดูแลผิวสำหรับผู้ชาย

  • ใช้สบู่ก้อนสำหรับผิวกายมาล้างหน้า สบู่ก้อนมีความเป็นด่างสูง ทำลายความชุ่มชื้นและสมดุล pH ทำให้ผิวแห้งกร้านและระคายง่าย
  • ละเลยครีมกันแดด แสงแดดเป็นสาเหตุหลักของริ้วรอย จุดด่างดำ และผิวหมองคล้ำ 
  • ใช้ผลิตภัณฑ์หลายตัวพร้อมกันตั้งแต่เริ่ม ทำให้ผิวปรับตัวไม่ทัน เสี่ยงต่อการระคายผิว และหากเกิดอาการแพ้จะไม่สามารถระบุได้ว่าเกิดจากผลิตภัณฑ์ตัวใด
  • บีบ แคะ แกะสิว ทำให้สิวอักเสบลุกลาม เกิดรอยดำ รอยแดง และเสี่ยงต่อการเกิดหลุมสิว
  • สครับหน้าบ่อยหรือถูหน้าแรงเกินไป การรบกวนผิวรุนแรงเป็นการทำลายปราการผิวและทำให้ผิวผลิตน้ำมันออกมามากกว่าเดิม
  • โกนหนวดบนผิวแห้ง ทำให้เกิดการเสียดสี นำไปสู่อาการระคายผิว และปัญหาขนคุด ควรใช้เจลหรือครีมโกนหนวดเพื่อหล่อลื่นเสมอ

 

สรุป

การดูแลผิวไม่ใช่เรื่องของผู้หญิงเท่านั้น เพราะผิวผู้ชายผลิตน้ำมันมาก รูขุมขนกว้าง ทั้งยังต้องเผชิญมลภาวะและการโกนหนวดประจำ จึงควรดูแลผิวด้วย 4 ขั้นตอนพื้นฐานในการเลือกใช้สกินแคร์สำหรับผู้ชาย คือ ทำความสะอาดด้วยคลีนเซอร์อ่อนโยน บำรุงด้วยเซรั่มตรงจุด จากนั้นทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ล็อกความชุ่มชื้น และทาครีมกันแดดทุกเช้า 

ส่วนสิ่งที่ไม่ควรทำคือ ใช้สบู่ตัวล้างหน้า ละเลยครีมกันแดด บีบแกะสิว สครับหน้าแรง ใช้สกินแคร์พร้อมกันหลายตัว และโกนหนวดบนผิวแห้ง การปรับพฤติกรรมเหล่านี้จะช่วยให้ผิวหน้าแข็งแรงและสุขภาพดีขึ้น

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Skincare สำหรับผู้ชาย (FAQ)

ผู้ชายใช้สกินแคร์ของผู้หญิงได้ไหม?

สามารถใช้ได้ แต่ควรพิจารณาสภาพผิวของตัวเอง เพราะสกินแคร์ส่วนใหญ่ไม่ได้แบ่งแยกเพศจากส่วนผสมหลัก แต่มักแยกความแตกต่างด้วยกลิ่น บรรจุภัณฑ์ และเนื้อสัมผัส เนื่องจากผิวผู้ชายมีแนวโน้มมันและหนากว่าผู้หญิง จึงอาจต้องระวังเนื้อครีมของผู้หญิงบางรุ่นที่เข้มข้นเกินไปจนทำให้อุดตันรูขุมขน หากผลิตภัณฑ์นั้นเป็นสูตรที่แก้ปัญหาตรงจุดและเหมาะกับสภาพผิว ผู้ชายสามารถใช้ร่วมกันได้

 

ก่อนเลือก Skincare สำหรับผู้ชายผิวมัน ควรหลีกเลี่ยงอะไร?

หลีกเลี่ยงส่วนผสมที่ก่อให้เกิดการอุดตัน แอลกอฮอล์ และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่รุนแรง แม้ทาแล้วจะรู้สึกแห้งสบายผิวในตอนแรก แต่ทำให้ผิวเสียสมดุลและผลิตน้ำมันออกมาทดแทนมากกว่าเดิม ควรเปลี่ยนไปใช้กลุ่มปราศจากน้ำมัน (Oil-free) และไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน (Non-comedogenic)

 

ถ้าหน้ามันมาก ไม่ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ได้ไหม?

ไม่ได้ เพราะผิวมันก็ยังจำเป็นต้องได้รับการบำรุงด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ หากไม่ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ ผิวจะยิ่งขาดความสมดุลและผลิตน้ำมันออกมามากกว่าเดิม แนะนำใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อเจลหรือสูตรน้ำ (Water-based) เพื่อเติมน้ำให้ผิวโดยไม่เพิ่มความเหนอะหนะ

 

ถ้าไม่ชอบใช้สกินแคร์หลายชั้น หลายขั้นตอน ควรทำขั้นตอนอะไรบ้าง และสิ่งที่ไม่ควรละเลย?

ควรเน้น 3 ขั้นตอนพื้นฐาน ได้แก่ ล้างหน้า บำรุงความชุ่มชื้น และป้องกันแสงแดด หากไม่ชอบความยุ่งยาก สามารถตัดขั้นตอนของโทนเนอร์ เอสเซนส์ หรือเซรั่มออกไปได้ แล้วเน้นทำความสะอาดผิวหน้า ตามด้วยการทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อรักษาสมดุล ส่วนสิ่งที่ห้ามละเลยคือ การทาครีมกันแดดในตอนเช้า เพราะรังสี UV เป็นสาเหตุหลักของริ้วรอยก่อนวัย ฝ้าแดด และผิวหมองคล้ำ