สารบัญบทความ

 

ปัญหาผิวเป็นสิว ถือเป็นหนึ่งในปัญหาหนักใจของหลายๆคน นอกจากอาการคัน เจ็บ ปวด ในบริเวณที่เป็นสิวแล้ว อาจเกิดร่องรอยของหลุมสิวหลังสิวยุบ เป็นรอยแผลเป็นอยู่บนผิวซึ่งรักษายาก ใช้เวลารักษาค่อนข้างนาน การรู้จักหลุมสิวและสาเหตุการเกิดเพื่อดูแลผิวได้อย่างถูกวิธีจึงเป็นการป้องกันการเกิดหลุมสิวในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หลุมสิว (Atrophic Scars) คืออะไร

หลุมสิว (Atrophic Scars) คือรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว มักหลงเหลือจากสิวอักเสบและสิวขนาดใหญ่ เช่น สิวหัวช้าง ที่เกิดบนผิวแต่รักษาได้ไม่สมบูรณ์ แผลสมานไม่เต็มที่ ทำให้เกิดเป็นหลุมสิวได้ โดยหลุมสิวจะมีลักษณะเป็นหลุม เป็นรอยบุ๋มในผิว ผิวไม่เรียบเนียนเท่ากัน

หลุมสิวเกิดจากอะไร

หลุมสิวเกิดจากการที่บาดแผลบนผิวรักษาตัวได้ไม่เต็มที่ทำให้หน้าเป็นหลุมสิว หรือเพราะสิวที่เกิดขึ้นในบริเวณดังกล่าวเป็นสิวที่มีอาการอักเสบและเป็นแผลอยู่ในชั้นผิว เกิดการบาดเจ็บในชั้นผิวที่ทำให้การสมานแผลของผิวช้ันนอกไม่สามารถเติมเต็มส่วนที่บาดเจ็บในชั้นผิวที่ลึกลงไปได้

การรักษาสิวที่ผิด ไม่ว่าจะเป็น การกดสิว บีบสิว ให้ผิวบริเวณที่เป็นสิวได้รับการกระทบกระเทือนก็ก่อให้เกิดแผลเป็นเป็นรอยสิวหลังจากที่สิวยุบได้ และหลุมสิวแต่ละแบบเองก็มีลักษณะที่แตกต่างกัน สามารถเกิดได้หลายบริเวณไม่ว่าจะเป็นหลุมสิวที่จมูก หลุมสิวที่แก้ม และตามบริเวณอื่น

ระดับที่มีความรุนแรงสูงสุด Ice Pick Scars

หลุมสิวประเภทที่มีรอยแผลลึก เรียกว่าแผลแบบ Ice Pick Scars คือหลุมสิวที่ปากแผลจะเล็กแต่ว่าลึก ขอบหลุมสิวจะไม่เรียบ รักษาได้ยากเพราะลักษณะของแผลที่มีความเล็ก เรียว และลึกลงไปในผิว

 

ระดับที่มีความรุนแรงปานกลาง Boxcar Scar

หลุมสิวประเภทที่มีรอยแผลกว้าง เรียกว่าแผลแบบ Boxcar Scar ซึ่งเป็นหลุมสิวที่ปากแผลกว้าง มีทั้งแบบตื้นและแบบลึก ลักษณะของหลุมสิวแบบกว้างก็จะเป็นวงกลมหรือวงรีที่ความกว้างของแผลจะเท่ากันทั้งปากแผลและก้นแผล

 

ระดับทั่วไป Rolling Scar

หลุมสิวประเภทที่มีรอยแผลกว้างลาดลึก เรียกว่าแผลแบบ Rolling Scar ซึ่งเป็นหลุมสิวที่ปากกว้าง ลักษณะของแผลจะเป็นเหมือนทางลาดลงไปในผิว ก้นแผลอาจจะลึกและแคบ เป็นคลื่น ไม่เป็นวง

หลุมสิว

รักษาหลุมสิวอย่างไรให้หายขาด

วิธีรักษาหลุมสิวมีหลายวิธี หลุมสิวรักษาได้เองได้ในระยะแรก แต่หากการรักษาด้วยตัวเองไม่สามารถลดหลุมสิวได้ การรักษากับแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก็จะมีวิธีอื่นที่หลากหลาย

 

1.เลเซอร์ (Laser)

การเลเซอร์เพื่อรักษาหลุมสิวเป็นการรักษาที่ตรงจุด แต่ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วย เพราะเลเซอร์คือรังสีที่มีความเข้มข้นสูง ความยาวคลื่นที่แตกต่างกันจะช่วยดูแลปัญหาผิวคนละจุด แม้ว่าการใช้เลเซอร์จะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้สร้างความอิ่มของผิว หลุมสิวตื้นกว่าเดิม ก็อาจทำให้ผิวเกิดความบอบบางและระคายเคืองได้ง่ายได้

 

2.ใช้กรดลอกผิว (Chemical Peeling)

การใช้กรดลอกผิวเป็นการช่วยลอกผิวหนังชั้นนอกออก ทำให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่ในชั้นผิว ส่งผลให้ผิวชั้นนอกที่มีหลุมค่อยๆหลุดลอกให้ผิวชั้นใหม่ที่ไม่เป็นแผลขึ้นมาแทนที่ได้ แต่การใช้กรดลอกผิวควรหาข้อมูลและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเนื่องจากการลอกผิวชั้นที่ลึกเกินไปอาจทำให้เกิดแผลเป็นกับผิวได้

 

3.กรอผิวด้วยเกล็ดอัญมญี (Dermabrasion)

การกรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณีเป็นการลอกผิวอีกวิธีหนึ่งที่มีระยะเวลาฟื้นฟูเร็วกว่าการลอกผิวด้วยวิธีอื่น ช่วยให้เซลล์ผิวใหม่เกิดได้เร็วขึ้น คงความอ่อนโยนในการดูแลผิวได้

 

4.การฉีดสารเติมเต็มหรือฉีดฟิลเลอร์ (Fillers injection)

การฉีดสารเติมเต็มหรือว่าฟิลเลอร์จะช่วยเติมหลุมสิวให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น ไม่เป็นรอยแผลหรือเป็นบ่อหลุมได้

 

5.การตัดพังผืด (Subcision)

การตัดพังผืด ใช้ได้กับรอยสิวที่มีลักษณะที่ฟื้นฟูได้ไม่เต็มที่และเกิดพังผืดอยู่ภายใต้ชั้นผิว เช่นหลุมสิวแบบ Rolling Scar ซึ่งการตัดพังผืดจะช่วยให้ผิวกลับมาฟื้นฟูได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

6.การผ่าตัด (Excision)

การผ่าตัด โดยจะตัดส่วนที่เป็นรอยแผลหรือหลุมสิวออกไปเพื่อเย็บผิวให้กลับมาติดเข้าหากัน เช่น Ice Pick Scar ที่มีรอยแผลเป็นลึก รักษาได้ยาก ช่วยดูแลรูขุมขนกว้าง หลุมสิวได้

 

7.ใช้ยากลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอหรือกรดวิตามินเอ

การใช้กรดวิตามินเอ เป็นการรักษาที่อาจใช้ระยะเวลานานแต่ก็คงความอ่อนโยนต่อผิวได้เพราะกรดในกลุ่มวิตามินเอมีฤทธิ์ช่วยในการผลัดเซลล์ผิว สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิตามินเอได้ที่นี่ 

วิธีป้องกันไม่ให้เกิดหลุมสิว

วิธีรักษาหลุมสิวที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้เกิดหลุมสิวนั่นเอง และในผู้ที่มีหลุมสิวอาจรักษาในระยะเวลานานเพื่อลดหลุมสิวได้ด้วยวิธีการดังต่อได้นี้

 

1.ล้างเครื่องสำอางก่อนนอนทุกคืน

 การเช็ดทำความสะอาดผิวหน้าด้วยคลีนซิ่ง เป็นขั้นตอนการทำความสะอาดรูขุมขนก่อนการทำความสะอาดผิวด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ควรทำให้เป็นประจำ เนื่องจากรูขุมขนอาจมีสิ่งตกค้างที่เจลหรือโฟมล้างหน้าอาจล้างออกไปได้ไม่หมด เช่นคราบเครื่องสำอางต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีหลุมสิวอยู่แล้วเพราะอาจมีสิ่งสกปรกตกค้างบนผิวไม่ว่าจะเป็นคราบเครื่องสำอางหรือมลภาวะภายนอก

การใช้คลีนซิ่งเทลงบนสำลีและเช็ดหน้าอย่างอ่อนโยน จะช่วยทำความสะอาดผิวหน้าให้ปราศจากสารตกค้าง เช่น Bioderma Sebium H2O ซึ่งเป็นคลีนซิ่งที่มีความอ่อนโยน ผิวแพ้ง่ายก็สามารถใช้ได้ แม้จะใช้สำลีเช็ดก็ไม่ก่อให้เกิดความระคายเคืองกับผิว มีส่วนประกอบของ Copper Sulfate และ Zinc Gluconate ซึ่งช่วยคุมความมันและลดการเกิดสิวได้

Bioderma Sebium H2O

 

2.ล้างหน้าให้สะอาดหมดจด

ล้างหน้าให้สะอาดหมดจด การล้างหน้าให้สะอาดเป็นวินัยจะช่วยลดโอกาสการเกิดสิวได้เพราะในระหว่างวันแม้ในวันที่ไม่ได้ออกจากบ้าน ผิวหน้าก็มีการผลิตเหงื่อและความมันส่วนเกินซึ่งเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดสิวได้ การใช้เจลล้างหน้าที่มีความอ่อนโยนจะช่วยลดโอกาสการเกิดการระคายเคืองบนผิว ลดโอกาสการเกิดหลุมสิว และช่วยรักษาความสะอาดบนผิวเพื่อลดการเกิดสิวด้วย

Bioderma Sebium Gel Moussant มี Copper Zinc Complex ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ช่วยกำจัดแบคทีเรียและลดความมันส่วนเกินบนใบหน้า ช่วยลดปัญหาหน้ามัน และมีสารสกัดจากใบแปะก๊วย ที่ช่วยลดการอักเสบและระคายเคืองผิวสามารถดูแลรักษาความสะอาดของผิวหน้าและสิวได้อย่างอ่อนโยน เมื่อลดโอกาสการเกิดการอักเสบแล้วทำให้ผิวมีแนวโน้มจะเกิดหลุมสิวได้น้อยลง ซึ่งหลังจากล้างหน้าด้วยเจลล้างหน้าแล้ว เราสามารถตามด้วยโทนเนอร์ เซรั่ม และครีมบำรุงผิวหน้า เพื่อดูแลรักษาผิวหน้าให้ชุ่มชื้น ลดปัญหาผิวต่างๆได้

Bioderma Sebium Gel Moussant

 

3.เลี่ยงการจับหรือลูบหน้าบ่อยๆ

เลี่ยงการจับหรือลูบหน้าบ่อยๆเพราะถึงแม้ว่าจะสัมผัสผิวด้วยความอ่อนโยน ก็อาจมีเชื้อโรคจากมือเข้าสู่ผิวหน้าและเกิดเป็นสิวได้ หรือผิวที่มีความบอบบางอาจเกิดการเสียดสีและเกิดการอักเสบได้ โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นสิวอยู่แล้ว

 

4.ใช้เครื่องสำอางให้เหมาะกับสภาพผิว

ใช้เครื่องสำอางให้เหมาะกับสภาพผิว การใช้เครื่องสำอางที่เหมาะกับผิวจะช่วยลดโอกาสการเกิดสิวได้ เช่น หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่มีซิลิโคนเพราะอาจเกิดการอุดตันในรูขุมขน อาจส่งผลให้เกิดสิวอุดตัน สิวเสี้ยน และรูขุมขนกว้าง การรักษารูขุมขนกว้าง หลุมสิว ใช้ระยะเวลานานกว่าเดิมได้

แม้การรักษาหลุมสิวจะใช้ระยะเวลานาน แต่หลุมสิวสามารถรักษาได้

การรักษาหลุมสิวด้วยตัวเองสามารถทำได้แต่อาจใช้ระยะเวลานานกว่าการรักษากับผู้เชี่ยวชาญ

เนื้อสิวที่หายไปเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่ปัจจัยหลักคือการอักเสบของสิวภายใต้ผิวหนังที่อาจเกิดหนองที่กัดเนื้อใต้ผิวหนังจนเป็นหลุมได้

หากผิวหน้ามีปัญหาหลุมสิวเป็นจำนวนมาก ควรสังเกตว่าการรักษาด้วยตนเองในระยะยาวมีประสิทธิภาพหรือไม่ และพิจารณาการปรึกษาแพทย์หรือพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อวินิจฉัยปัญหาหลุมสิว รุขุมขน ที่อาจมีได้เพื่อรักษาได้อย่างตรงจุด

Bioderma ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มซีเบี่ยม

ทำความสะอาดและบำรุงผิว

ผิวผสมถึงผิวเป็นสิวง่าย

ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มซีเบี่ยม (Sébium)

Bioderma ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มซีเบี่ยม

ผิวจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น เนื่องจากผิวจะมีความหนามากขึ้น มันเงา เกิดสิวอักเสบเป็นจุดมากน้อยแตกต่างกันไป และบางครั้งก็ยังคงเป็นเช่นนั้นต่อเนื่องไปจนถึงวัยผู้ใหญ่อีกด้วย

ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มซีเบี่ยม (Sébium) เป็นผลิตภัณฑ์ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อผิวมันและเป็นสิวง่ายโดยเฉพาะ
ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มซีเบี่ยม (Sébium) มีผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและดูแลผิวที่แพทย์ผิวหนังแนะนำโดยเฉพาะ ทั้งผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าสำหรับผิวมัน อย่างเจลล้างหน้าและไมเซล่า วอเตอร์ มอยส์เจอไรเซอร์สำหรับผิวเป็นสิวง่าย และอื่นๆ อีกมากมาย เลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวประจำวันให้ตัวคุณเลย!