Key Takeaway

  • สิวคือการอุดตันของรูขุมขนจากน้ำมันส่วนเกิน เซลล์ผิวเก่า และแบคทีเรีย P. acnes ซึ่งกระตุ้นให้ผิวเกิดการอักเสบและเป็นตุ่มสิวตามมา
  • วิธีรักษาสิวตามประเภทของสิว เช่น สิวอุดตันรักษาด้วย Salicylic Acid หรือ Retinoids ส่วนสิวอักเสบใช้ Benzoyl Peroxide ยาปฏิชีวนะ หรือให้แพทย์กดสิว ในกรณีรุนแรงอาจใช้วิธีกินยารักษาสิวฮอร์โมน เป็นต้น
  • วิธีรักษาและป้องกันสิวด้วยตัวเองให้ล้างหน้าให้สะอาด ใช้สกินแคร์อ่อนโยน งดแกะสิว ดื่มน้ำพอ พักผ่อน และเลือกอาหารดีต่อผิว พร้อมทาครีมกันแดดเพื่อป้องกันแสงแดดและการอักเสบ
  • วิธีรักษารอยสิวและหลุมสิวด้วยตัวเอง ให้ใช้ครีมลดรอยที่มี Niacinamide, Vitamin C หรือ AHA/BHA ผลัดเซลล์ผิวอย่างเหมาะสม ส่วนหลุมสิวลึกอาจต้องใช้เลเซอร์หรือ Microneedling ภายใต้การดูแลของแพทย์

 

ผิวที่เคยเรียบเนียน แต่จู่ๆ ก็มีสิวขึ้น ทำให้หลายคนรู้สึกกังวล ไม่มั่นใจ และอยากหาทางรักษาเร็วๆ บางครั้งเราคิดว่าต้องใช้ยาราคาแพงหรือทำทรีตเมนต์ถึงจะหาย แต่จริงๆ แล้ว ‘วิธีรักษาสิว’ เริ่มได้จากการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน เช่น การล้างหน้าให้สะอาด ใช้ผลิตภัณฑ์อ่อนโยน เลือกสกินแคร์ที่มี Salicylic Acid ช่วยลดการอุดตัน ทายาแต้มสิวอย่างถูกวิธี หลีกเลี่ยงการกด แคะ แกะสิวเอง

 

รวมถึงดูแลสิ่งรอบตัวอย่างการซักปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน และดื่มน้ำให้ครบในแต่ละวัน สิวอาจไม่หายชั่วข้ามคืน แต่ถ้าเริ่มดูแลผิวตั้งแต่วันนี้ สิวก็ลดลงได้โดยไม่ต้องพึ่งวิธีที่เสี่ยงเกินจำเป็น วันนี้ Bioderma จะมาแชร์เคล็ดลับ 10 วิธีรักษาสิวที่จะพาไปบอกลาปัญหาสิว ทั้งวิธีรักษาสิวอุดตันที่หน้าผากและบริเวณอื่นๆ มาเรียกความมั่นใจของคุณกลับคืนมากัน!

สิว (Acne) คืออะไร?

สิว (Acne) คือการอุดตันในรูขุมขน เกิดจากไขมันส่วนเกิน เซลล์ผิวที่ตายแล้ว หรือเชื้อแบคทีเรียสะสมอยู่ใต้ผิว จนกลายเป็นตุ่มนูนแดงหรือมีหัวหนองให้เราเห็นบนใบหน้า แม้จะไม่อันตรายต่อร่างกาย แต่ถ้าปล่อยไว้นาน อาจกลายเป็นปัญหาสิวเรื้อรัง รอยสิว รอยดำ รอยแดง และทำให้ความมั่นใจหายไปทีละนิด 

การรักษาสิวที่ดีคือเริ่มตั้งแต่ต้นเหตุ ดูแลผิวให้ถูกวิธีตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่สิวเล็กๆ จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่รักษายากและกินเวลานานกว่าเดิม

 

สิวเกิดจากอะไร

เพื่อรักษาสิวให้อยู่หมัดตั้งแต่ต้นตอ ควรรู้สาเหตุที่ก่อให้เกิดสิวก่อน จะได้ตัดสินใจเลือกวิธีรักษาสิวได้เหมาะสม เพราะสิวที่ขึ้นแต่ละบริเวณ ทั้งสิวที่หลัง สิวที่คาง สิวที่แก้ม ก็เกิดจากสาเหตุที่ต่างกันไป ดังนี้

  • สภาพผิวคนที่หน้ามันมีแนวโน้มที่จะเกิดสิวง่าย เพราะน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้าอาจจะเข้าไปอุดตันในรูขุมขนได้
  • รูขุมขนกว้างทำให้ง่ายที่สิ่งสกปรกจะหลุดร่วงเข้าไปในรูขุมขนได้
  • เซลล์ผิวเก่าที่หลุดลอกออกมาอาจจะมีโอกาสหลุดเข้าไปอุดตันในรูขุมขนของเราได้
  • แบคทีเรียชนิด P.acnes อาศัยอยู่ในรูขุมขนและกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ ก่อให้เกิดสิวขึ้นตามผิวหนังได้ 
  • พันธุกรรมในครอบครัวที่มีสภาพผิวแพ้ง่าย ผิวมัน จะถูกส่งต่อมาสู่ลูกหลาน เป็นสภาพผิวที่ก่อให้เกิดสิวได้ง่าย
  • ฮอร์โมนบางตัวมีส่วนกระตุ้นให้ต่อมไขมันใต้ผิวหนัง (Sebaceous gland) สร้างน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้า (Sebum) มากเกินไป
  • ในช่วงวัยรุ่นจะเป็นช่วงที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) ออกมากระตุ้นการผลิตน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้าออกมามากขึ้น ทำให้เกิดสิวง่าย
  • การใช้ยาบางประเภท เช่น ยาคุม ยาสเตียรอยด์ ยารักษาสิว ที่มีผลต่อการหลั่งของฮอร์โมน กระตุ้นให้เกิดสิวขึ้นมา
  • อาหารประเภท ของมัน ของทอด อาหารที่มีไขมันสูง มีน้ำตาลสูง กระตุ้นให้เกิดสิวขึ้น
  • ความเครียดส่งผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol Hormones) มีผลต่อการผลิตน้ำมันบนใบหน้าจากต่อมไขมัน
  • สภาพแวดล้อม อากาศร้อน อากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่น ควัน กระตุ้นให้ผิวเกิดการระคาย และสิ่งสกปรกเหล่านี้ตกเข้าไปในรูขุมขนได้
  • การเสียดสีจากทั้งการสัมผัส และเครื่องแต่งกาย หากเสียดสีกับผิวหนังบ่อยๆ ซ้ำๆ จะทำให้กระตุ้นการเกิดสิวได้

 

อ่านบทความเกี่ยวกับสิวเพิ่มเติมได้ที่ ตำแหน่งของสิว

วิธีรักษาสิวตามประเภทของสิว

นอกจากวิธีรักษาสิวด้วยการเลี่ยงปัจจัยต้นเหตุที่ทำให้เกิดสิวแล้ว การรักษาสิวไปตามลักษณะอาการของสิวก็ช่วยได้ เรามาดูว่าสิวแต่ละประเภทมีอะไรบ้าง ลักษณะอย่างไร แล้วจะรักษาอย่างไรถึงตอบโจทย์ เริ่มจากการแบ่งการรักษาสิวตามประเภทสิวเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ตามการอักเสบของสิว เป็นการรักษาสิวอักเสบ และการรักษาสิวไม่อักเสบ 

 

รักษาสิวไม่อักเสบ

 

เม็ดสิวสีขาวไข่มุก ขนาดเล็ก เกิดจากการอุดตันข้อท่อเหงื่อ ทั้งก้อนโปรตีน หรือเส้นใยเคราตินเข้ามาอุดตัน หรือไขมันยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ หนึ่งในวิธีที่ช่วยลดการเกิดสิวข้าวสาร คือใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว ช่วยทำความสะอาดล้ำลึก ลดโอกาสที่สิ่งต่างๆ จะเข้าไปสะสม  

 

  • สิวหิน (Syringoma) 

เนื้องอกของท่อเหงื่อ มีลักษณะเป็นตุ่มนูนแข็ง ขนาดเล็ก เกิดตามบริเวณรอบดวงตา และใช้เวลานานกว่าสิวหินจะหาย ด้วยปัจจัยของเรื่องพันธุกรรมและอายุ ทำให้สิวหินเกิดขึ้นมาได้ วิธีลดโอกาสเกิดสิวหินจำเป็นต้องอาศัยเลเซอร์เปิดหัวสิว และกดสิวออกได้ง่ายขึ้น

 

  • สิวอุดตัน (Comedones) 

สิวที่เจอบ่อยมาก เนื่องจากเกิดการอุดตันตามรูขุมขนง่าย ทำให้เป็นตุ่มนูนขึ้นมา สิวอุดตันมีทั้งชนิดหัวเปิดและสิวอุดตันหัวปิด วิธีรักษาสิวอุดตันจึงมีหลักง่ายๆ คือนำหัวสิวออกมาด้วยการกดสิวที่ถูกวิธี ก็ทำให้สิวยุบตัวลงได้ 

 

สิวอีกหนึ่งประเภทที่แม้จะเห็นไม่ชัดด้วยตาเปล่า แต่เมื่อสัมผัสไปตามผิวหนังจะรู้สึกได้ถึงตุ่มนูน ส่วนมากเกิดจากความระคายผิว ทั้งความร้อน มลภาวะ ทำให้วิธีรักษาสิวผดที่ดีคือพยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เลี่ยงพฤติกรรมที่สร้างความระคายต่อผิว

 

รักษาสิวอักเสบ

 

ลักษณะบวม แดง เป็นก้อน ตุ่มนูนแข็ง มีทั้งสิวอักเสบไม่มีหัวและสิวอักเสบมีหัว เมื่อสัมผัสจะเจ็บ เพราะมีการอักเสบของผิวอยู่ภายใน เกิดจากสิวอุดตันที่ได้รับการกระตุ้นจนอักเสบขึ้นมาเป็นสิวอักเสบได้ วิธีรักษาสิวอักเสบอาจเริ่มด้วยการลดอักเสบของผิวลง ให้ใช้ยา Benzoyl peroxide ลดแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดการอักเสบ

 

  • สิวหัวช้าง (Acne conglobata) 

เป็นสิวนูน แดง แข็งขนาดใหญ่ ระดับความอักเสบของสิวรุนแรง เม็ดสิวแข็งเป็นไต เพราะภายในเต็มไปด้วยหนองปนกับเลือด สาเหตุเกิดจากเชื้อสิว P.acnes และมีการกระตุ้นทำให้อักเสบขึ้นมา แต่ด้วยเม็ดสิวขนาดใหญ่ ทำให้อักเสบมาก จึงรักษานานกว่า ถ้าอยากย่นเวลารักษาใช้ฉีดยา Corticosteroids ให้สิวยุบตัวได้ทันที  

 

อ่านเกี่ยวกับสิวชนิดอื่นๆ ได้ที่นี่ สิวหัวช้าง

10 วิธีดูแลและป้องกันสิวด้วยตัวเอง

การรักษาสิวควรพิจารณาระดับความรุนแรงของสิว ทั้งขนาด ระดับการอักเสบของผิว รวมถึงปริมาณสิวบริเวณนั้น 

  • สิวระดับไม่รุนแรง มีสิวน้อยกว่า 20 จุด
  • สิวระดับปานกลาง มีสิว 20 - 100 จุด
  • สิวระดับรุนแรง มีสิวมากกว่า 100 จุด

 

วันนี้ Bioderma พามาดู 10 วิธีรักษาสิวทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง หรือจะรักษาสิวง่ายๆ ได้ตามเคล็ดลับรักษาสิวด้วยตัวเองเลย!

 

1. ดื่มน้ำให้ครบ 8 - 10 แก้ว

น้ำสะอาดช่วยขับของเสียออกจากร่างกายผ่านเหงื่อและปัสสาวะ ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้นและลดการสะสมของสารพิษที่ก่อให้เกิดสิว เมื่อร่างกายได้รับน้ำเพียงพอ เลือดจะหมุนเวียนได้ดีขึ้น ผิวได้รับออกซิเจนและสารอาหารเหมาะสม ช่วยให้สิวยุบไวและลดโอกาสเกิดสิวใหม่ นอกจากนี้ การดื่มน้ำยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว ไม่ให้ผิวแห้งจนไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นเหตุของการอุดตันและเกิดสิว

 

2. ทานอาหารเสริม

การรับประทานอาหารเสริมที่มีสังกะสี (Zinc) เป็นอีกวิธีช่วยลดโอกาสเกิดสิวอักเสบ เพราะ Zinc ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ลดการอักเสบ และควบคุมความมันส่วนเกินบนผิวหน้า อาหารที่อุดมด้วยสังกะสี เช่น อาหารทะเล เนื้อหมู ไข่ ถั่ว เมล็ดแตงโม หรือเมล็ดทานตะวัน แต่เนื่องจากร่างกายไม่สามารถสร้างแร่ธาตุนี้เองได้ หากได้รับจากอาหารไม่เพียงพอ การเสริมด้วย Zinc Supplement จึงเป็นอีกทางเลือกที่ดี แต่ควรรับประทานปริมาณพอเหมาะ หรือปรึกษาแพทย์ก่อน 

 

3. งดของมัน 

อาหารที่มีไขมันสูง ของทอด หรือของหวานและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมาก เป็นตัวกระตุ้นให้ผิวอักเสบง่าย ทำให้สิวที่มีอยู่ลุกลามหรือรักษายากขึ้น เพราะน้ำตาลและไขมันจะกระตุ้นให้ระดับอินซูลินในเลือดสูงขึ้น ส่งผลให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น เกิดการอุดตันและอักเสบตามมา ถ้าอยากให้ผิวดีขึ้นควรลดอาหารประเภทนี้ และหันไปเลือกอาหารที่ดีต่อผิว เช่น ผัก ผลไม้ หรืออาหารที่มีโอเมก้า 3 แทน

 

4. หมั่นซักผ้าปูที่นอนและปลอกหมอน

ผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนคือสิ่งที่สัมผัสผิวหน้าเราทุกวัน แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่าเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรีย เหงื่อ ฝุ่น และน้ำมันจากผิว กระตุ้นให้เกิดสิวได้ง่ายถ้าไม่ทำความสะอาดเป็นประจำ การซักปลอกหมอนและผ้าปูที่นอนอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง จึงเป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยลดการสะสมของเชื้อโรคและลดโอกาสเกิดสิวได้ ผิวจะได้หายใจสะดวกขึ้น และสิวใหม่ก็ขึ้นน้อยลงด้วย

 

5. ล้างหน้าให้สะอาด

การล้างหน้าให้สะอาดคือจุดเริ่มต้นสำคัญของผิวที่ไม่มีสิว เพราะสิ่งสกปรก เครื่องสำอาง และน้ำมันส่วนเกิน หากสะสมอยู่ในรูขุมขน จะกลายเป็นตัวการของสิวอุดตันและสิวอักเสบได้ง่าย การทำความสะอาดผิวแบบ Double Cleansing หรือวิธีทำความสะอาดสองขั้นตอน เป็นวิธีรักษาสิวที่ช่วยให้ผิวสะอาดลึกขึ้น โดยเริ่มจากคลีนซิ่งเพื่อลบเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกบนผิว ก่อนล้างซ้ำด้วยเจลล้างหน้า

Sebium H2O คลีนซิ่งไมเซล่าสำหรับผิวมันและเป็นสิวง่าย ตัวช่วยที่เหมาะกับขั้นตอนแรกของการทำความสะอาด เพราะช่วยลดสิ่งสกปรกและความมันส่วนเกินได้อย่างอ่อนโยน ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง พร้อมรักษาสมดุลผิวให้แข็งแรง ลดโอกาสการเกิดสิวใหม่ ให้ผิวพร้อมรับการบำรุงในขั้นตอนถัดไปได้

 

6. ใช้ผลิตภัณฑ์อ่อนโยนต่อผิวหน้า 

แม้ว่าการใช้สกินแคร์จะเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยรักษาสิวและลดรอยสิวได้ดี แต่ถ้าเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นหรือแรงเกินไป อาจทำให้ระคายผิว แห้งลอก เกิดสิวใหม่ สิวเห่อ หรือผิวเสียสมดุลได้ง่าย เพราะผิวที่อ่อนแอและถูกทำร้ายซ้ำๆ จะฟื้นตัวช้าลงและไวต่อการอักเสบมากขึ้น ดังนั้น การเลือกสกินแคร์ที่อ่อนโยนและไม่ทำร้ายเกราะป้องกันผิว ปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำหอม พาราเบน หรือสารระคายจึงสำคัญมาก

ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับผิวมันและมีแนวโน้มเป็นสิวง่าย เช่น Sebium Pore Refiner ช่วยกระชับรูขุมขนและควบคุมความมันส่วนเกิน ขณะที่ Sebium Serum ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ลดโอกาสเกิดสิวอุดตันและฟื้นบำรุงผิวให้เรียบเนียนขึ้น การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้จะช่วยให้ผิวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่ทำร้ายผิวในระยะยาว

 

7. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี Salicylic Acid

การผลัดเซลล์ผิวเป็นวิธีรักษาสิวที่ช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิว เพราะถ้าเซลล์ผิวเก่าสะสมมากเกินไป จะกลายเป็นตัวปิดกั้นทางออกน้ำมันบนผิว กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) หรือ BHA เป็นกรดที่สามารถซึมเข้าสู่รูขุมขน ช่วยละลายสิ่งอุดตัน ควบคุมเชื้อแบคทีเรีย และลดการอักเสบของผิวได้ ช่วยป้องกันสิวใหม่และรักษาสิวที่มีอยู่ไปพร้อมกัน แต่ควรใช้ปริมาณเหมาะสมเพื่อไม่ให้ผิวระคายหรือแห้งเกินไป

Sebium Serum อีกหนึ่งตัวเลือกที่เหมาะกับผิวมันและเป็นสิวง่าย เพราะมีส่วนผสมของ Salicylic Acid ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ลดโอกาสเกิดสิวอุดตัน และช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น พร้อมฟื้นบำรุงผิวให้แข็งแรงขึ้นในระยะยาว หากใช้ควบคู่กับการดูแลผิวที่เหมาะสม สิวจะเกิดยากและผิวจะดูสุขภาพดีขึ้นด้วย

 

8. ทายาแต้มสิว

ยาแต้มสิวเป็นวิธีที่หลายคนเลือกใช้เพื่อให้สิวยุบเร็วขึ้น แต่ถ้าใช้ไม่ถูกวิธี อาจกลายเป็นทำร้ายผิวแทน ดังนั้น ก่อนใช้ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ผิวหนัง อ่านฉลากและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ยาเกินความจำเป็น เพราะถ้าใช้ยามากไปหรือแรงเกินไป อาจทำให้ผิวแห้ง ลอก แพ้ หรือทำให้สิวอักเสบหนักกว่าเดิมได้

 

9. กดสิว   

แม้การกดสิวจะเป็นการดูแลที่ปลายเหตุ แต่ก็เป็นวิธีที่ช่วยให้สิวหายเร็วขึ้นได้ เพราะช่วยดึงหัวสิวที่อุดตันออก ลดการบวมและอักเสบของสิว การกดสิวควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อให้หัวสิวออกและลดความเสี่ยงในการกดแรงเกินไปจนผิวช้ำหรือทิ้งรอยไว้อีก ที่สำคัญ ต้องใช้อุปกรณ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อถูกวิธี เพื่อป้องกันการติดเชื้อหรือเกิดสิวอักเสบซ้ำ ทำให้ผิวฟื้นตัวได้เร็ว

 

10. งดแคะ แกะ เกาสิว

ควรหลีกเลี่ยงสัมผัสใบหน้าบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการแคะ แกะ เกา หรือจับผิวหน้าโดยไม่จำเป็น เพราะมือของเราเต็มไปด้วยเชื้อโรค ฝุ่น และสิ่งสกปรกจากการสัมผัสสิ่งต่างๆ ตลอดทั้งวัน เมื่อสัมผัสใบหน้า ก็จะถูกส่งต่อไปยังผิวและรูขุมขน ทำให้เกิดสิวใหม่หรือสิวอักเสบได้ง่าย นอกจากนี้ การสัมผัสหรือถูผิวหน้าบ่อยๆ ยังทำให้เกิดการเสียดสี ทำให้ผิวระคายและฟื้นบำรุงตัวเองช้าลงอีกด้วย

วิธีรักษารอยสิวและหลุมสิวด้วยตัวเอง

แม้จะรักษาสิวจนหายเกลี้ยงแล้วก็ตาม แต่เจ้าสิวตัวนี้กลับทิ้งปัญหาผิวเอาไว้มากมาย ทั้งปัญหารอยสิวและหลุมสิว หากใครอยากหาวิธีลดรอยสิวและหลุมสิวด้วยตัวเอง วันนี้ Bioderma ก็ไม่พลาดที่จะเอาทริกดีๆ มากระซิบบอกกัน!

 

ทาครีมหรือเจลแต้มรอยสิว

ครีมลดรอยสิวเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยดูแลรอยดํา รอยแดง รอยหลุมจากสิว แนะนำครีมที่ออกฤทธิ์และมีส่วนผสมช่วยผลัดเซลล์ที่เป็นรอยคล้ำเก่าๆ ให้หลุดลอกออกไป 

  • เรตินอล (Retinol) กลุ่มอนุพันธ์วิตามิน เอ (Vitamin A) มีฤทธิ์ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพออกอย่างเป็นธรรมชาติ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวดูเรียบเนียน เผยผิวใหม่กระจ่างใส และช่วยลดโอกาสเกิดสิวใหม่
  • วิตามิน ซี (Vitamin C) มีคุณสมบัติช่วยต้านแอนติออกซิแดนท์ ช่วยผลัดผิวให้กระจ่างใส ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ลดรอยสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ ให้จางลงอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมเสริมเกราะป้องกันผิวจากมลภาวะและแสงแดด
  • กรด AHA หรือ BHA กรดจากธรรมชาติที่มีส่วนช่วยผลัดเซลล์ผิว ขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกอย่างอ่อนโยน AHA ทำงานบนผิวชั้นนอก ส่วน BHA สามารถซึมลึกเข้าไปละลายน้ำมันส่วนเกินในรูขุมขน จึงช่วยลดการอุดตันและป้องกันโอกาสเกิดสิวได้ดี

 

เลเซอร์รักษาสิว รอยสิว หลุมสิว

อีกหนึ่งปัญหาที่หลายคนต้องเจอหลังสิวหาย คือ ‘หลุมสิว’ รักษายากและใช้เวลานานกว่ารอยแดงหรือรอยดำ เพราะเป็นแผลที่ผิวถูกทำลายลึกลงไปจากการอักเสบซ้ำๆ หรือการกดสิวไม่ถูกวิธี ทำให้คอลลาเจนใต้ผิวหายไปจนเกิดเป็นร่องลึก หลุมสิวแบ่งตามลักษณะความรุนแรงได้ 3 แบบ 

  • Ice Pick Scars หลุมเล็ก แต่ลึกคล้ายปลายเข็ม
  • Boxcar Scars หลุมกว้าง ขอบชัด เจาะลึกคล้ายแอ่งกระทะ
  • Rolling Scars หลุมตื้นแบบลอนผิว ไม่เป็นขอบชัด

การรักษาหลุมสิวให้เห็นผลจำเป็นต้องใช้วิธีกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว เช่น เลเซอร์หลุมสิว Microneedling หรือฉีดฟิลเลอร์ในบางกรณี ช่วยเติมเต็มผิวให้เรียบเนียนขึ้น แต่ต้องทำโดยแพทย์ผิวหนังและอาจต้องใช้เวลาหลายครั้งในการฟื้นบำรุงผิวให้กลับมาใกล้เคียงเดิม

 

วิธีป้องกัน ลดโอกาสเกิดสิว

การป้องกันไม่ให้สิวเกิดตั้งแต่แรกช่วยลดทั้งอาการอักเสบ รอยสิว และหลุมสิวที่ตามมาได้ การดูแลผิวอย่างถูกวิธีในชีวิตประจำวันสามารถลดโอกาสเกิดสิวได้ และช่วยให้ผิวแข็งแรง สุขภาพดี มาวิธีป้องกันสิวที่ทำตามได้ง่ายๆ กัน 

  • ล้างหน้าให้สะอาดวันละ 2 ครั้ง เลือกใช้โฟมล้างหน้าหรือเจลล้างหน้าสูตรอ่อนโยน ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง
  • หลีกเลี่ยงการแคะ แกะ หรือกดสิวเอง เพราะจะทำให้ผิวอักเสบลึกขึ้นและเกิดรอยตามมา
  • เปลี่ยนปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน ผ้าขนหนูเป็นประจำ ลดการสะสมของแบคทีเรียและสิ่งสกปรกที่สัมผัสผิว
  • เลือกใช้สกินแคร์ที่ไม่อุดตันรูขุมขน (Non-Comedogenic) เพื่อป้องกันการเกิดสิวอุดตัน
  • ทาครีมกันแดดทุกวัน เพื่อป้องกันผิวอักเสบและปกป้องรอยสิวไม่ให้เข้มขึ้น แนะนำ Photoderm XDefense มีค่า SPF50 PA++++ ปกป้องผิวจาก UVA/UVB แสง Visible Light และมลภาวะ เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่อุดตันผิว ไม่ทริกเกอร์สิวง่าย เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่ายและผิวที่เป็นสิวง่าย พร้อมลดโอกาสเกิดสิวได้ดี
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอและพักผ่อนให้ครบ เพราะผิวที่ได้รับการพักผ่อนเพียงพอจากภายใน จะช่วยลดโอกาสเกิดสิวใหม่ได้ดี

 

สรุป

สิวเกิดจากการอุดตันของรูขุมขนจากน้ำมัน เซลล์ผิวเก่า และแบคทีเรีย ซึ่งอาจพัฒนาเป็นสิวหัวขาว สิวอุดตัน หรือสิวอักเสบ วิธีรักษาสิวคือเลือกวิธีที่ตรงกับประเภทของสิว เช่น ใช้ยาทา Salicylic Acid, Benzoyl Peroxide, Retinoids หรือให้แพทย์ทำการกดสิวอย่างถูกวิธี 

ดูแลสิวด้วยตัวเองด้วยการล้างหน้าให้สะอาด ใช้สกินแคร์อ่อนโยน งดการแกะสิว ซักปลอกหมอน ดื่มน้ำให้เพียงพอ และเสริมด้วยวิตามินที่ดีต่อผิว ส่วนการป้องกันสิวควรหลีกเลี่ยงอาหารมัน น้ำตาลสูง ความเครียด และใช้กันแดด เพื่อปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะ สำหรับรอยสิวและหลุมสิว สามารถดูแลด้วยตัวเองด้วยการใช้ครีมลดรอย รวมถึงการผลัดเซลล์ผิวอย่างเหมาะสม ส่วนหลุมสิวลึกอาจต้องรักษาโดยแพทย์ เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวกลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีรักษาสิว (FAQ)

 

เป็นสิวห้ามใช้อะไร?

ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำมัน ซิลิโคน พาราเบน แอลกอฮอล์ น้ำหอม และสารผลัดเซลล์ผิวแรง เพราะเสี่ยงทำให้ผิวอุดตัน ระคาย หรือสิวเห่อมากขึ้น

 

ทำไมอยู่ดีๆ สิวเห่อ?

สิวอาจเห่อเพราะผิวแพ้ผลิตภัณฑ์ใหม่ ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ความเครียด พักผ่อนไม่พอ หรือช่วงก่อนมีประจำเดือน ซึ่งกระตุ้นต่อมไขมันให้สร้างน้ำมันมากขึ้นจนรูขุมขนอุดตัน

 

น้ำเกลือใช้เช็ดสิวได้ไหม?

น้ำเกลือสามารถใช้เช็ดทำความสะอาดผิวที่เป็นสิว ช่วยลดสิ่งสกปรกและความมันโดยไม่เพิ่มการระคายผิว แต่ควรเลือกน้ำเกลือชนิดปราศจากเชื้อและเช็ดเบาๆ เท่านั้น