หลังจากพูดถึงสิวผดไปแล้ว ต่อมาเรามาพูดถึง สิวเสี้ยนหรือสิวเสี้ยนหัวดำกันดีกว่า สิวเสี้ยนหรือสิวหัวดำ (Blackhead) มักก่อความรำคาญใจเมื่อสัมผัสใบหน้าเพราะสิวเสี้ยนส่งผลให้ใบหน้ามีความรู้สึกที่ไม่เรียบเนียน เมื่อลูบผิวแล้วอาจจะรู้สึกได้ถึงจุดเล็กๆอยู่ทั่วใบหน้า ถึงแม้ว่าสิวเสี้ยนมักจะมีขนาดเล็ก มองเห็นได้ยาก ไม่ร้ายแรงกับสุขภาพ แต่ก็อาจก่อให้เกิดความกวนใจได้

วิธีการรักษาสิวเสี้ยนมีหลากหลายวิธี แต่ก็อาจจะไม่ได้ช่วยให้รูขุมขนกว้างที่เป็นต้นเหตุของสิวเสี้ยนเล็กลงได้ อาจจะต้องใช้ผลิตภัณฑ์เซรั่ม ครีมบำรุงผิวหน้า ช่วยกระชับรูขุมขนร่วมด้วย

 

สารบัญบทความ สิวเสี้ยน

สิวเสี้ยน คืออะไร

สิวเสี้ยน สิวเสี้ยนหัวดำคือสิวที่เกิดจากความผิดปกติของรูขุมขน เป็นสิวประเภทเดียวกับสิวอุดตัน สิวเสี้ยนหรือสิวหัวดำ หลายคนอาจคิดว่าสิวเสี้ยนเป็นสิวไม่มีหัว แต่แท้จริงแล้ว หัวของสิวเสี้ยนจะอยู่บริเวณที่มีขนอ่อนๆออกมาจากรูขุมขน 

เนื่องจากสาเหตุของสิวเสี้ยนมักเกิดจากการที่รูขุมขนมีการกระตุ้นให้ผลิตขนอ่อนๆเส้นเล็กเป็นจำนวนที่มากผิดปกติและไม่สามารถหลุดร่วงตามปกติได้ และเมื่อมีไขมันเข้าไปอุดตันในรูขุมขนจึงเกิดปฏิกิริยากับออกซิเจนเป็นลักษณะของสิวสีดำนั่นเอง ส่วนมากมักพบอยู่บริเวณจมูก เพราะเป็นอีกบริเวณที่คนส่วนมากมีรูขุมขนกว้าง ทำให้ง่ายต่อการที่สิ่งสกปรก และไขมันส่วนเกินจะไหลรวมไปอุดตันในรูขุมขนเป็นสิวเสี้ยนได้ง่าย

สาเหตุของการเกิดสิวเสี้ยน

สิวเสี้ยน วิธีรักษาสิวเสี้ยน สิวเสี้ยนเกิดจาก

การเกิดสิวเสี้ยนมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย

 

1. อายุและการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

อายุส่งผลให้ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะในวัยรุ่นที่ระดับฮอร์โมนไม่คงที่ไม่ว่าจะเป็นเพศหญิงหรือเพศชาย โดยฮอร์โมนที่ไม่คงที่อาจส่งผลต่อรูขุมขนและการเกิดสิวได้ เช่น การผลิตน้ำมันส่วนเกินของผิว และการผลัดเซลล์ผิวที่บ่อยกว่าปกติ นอกจากวัยรุ่นแล้วผู้ที่มีปัญหาทางด้านฮอร์โมน เช่น ผู้ที่ใช้ยาคุมกำเนิด ก็เป็นตัวแปรที่ส่งผลต่อฮอร์โมนด้วย

 

2. การอุดตันของรูขุมขนจากการใช้เครื่องสําอาง

การใช้เครื่องสำอางบางประเภทอาจทำให้เกิดการอุดตันและเกิดเป็นสิวเสี้ยนได้ เช่น เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำมัน อย่างครีมกันแดด หรือเครื่องสำอางอย่างแป้งฝุ่นบางตัวซึ่งอาจรวมตัวเข้ากับเซลล์ผิวที่ตายแล้ว เข้าไปอุดตันในรูขุมขนและเกิดการอุดตันเป็นสิวเสี้ยนได้

 

3. ผิวถูกสัมผัสอย่างรุนแรง เช่นการบีบ เค้น เกา การใช้สารเคมีลอกผิว ขัดผิว

การที่ผิวถูกสัมผัสอย่างรุนแรงส่งผลให้เกิดความระคายเคืองกับผิว ณ บริเวณนั้นๆ เป็นสาเหตุของการเกิดสิวเสี้ยนได้ จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมหลายๆครั้งการบีบหรือลอกสิวเสี้ยนในบริเวณจมูกอาจไม่สามารถรักษาสิวเสี้ยนให้หายถาวรได้ และอาจทำให้เกิดสิวเสี้ยนในบริเวณใกล้เคียง เช่น ร่องข้างจมูก

 

4. การที่ร่างกายหลั่งเหงื่อออกมามาก

การที่ร่างกายหลั่งเหงื่อออกมามากอาจทำให้เกิดการอุดตันขึ้นได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย การมีสิวเสี้ยนบริเวณจมูกหรือโหนกแก้มจึงเป็นสิ่งที่เห็นได้ทั่วไปเนื่องจากสามารถเกิดจากเหงื่อได้ด้วย
การโกนขน หรือการที่ทําให้รูขนขยายกว้างขึ้น
การโกนขน ถอนขน แว็กซ์ขน เป็นการทำให้รูขุมขนเกิดความระคายเคืองและส่งผลให้รูขุมขนขยายกว้างขึ้นได้ หากไม่มีการดูแลผิวในบริเวณที่ระคายเคืองอาจทำให้เกิดการอุดตันในภายหลังและเกิดเป็นสิวเสี้ยนหรือสิวประเภทอื่นได้อีกด้วย

 

5. ความเครียดสะสม

ความเครียดสะสมส่งผลต่อระบบฮอร์โมนในร่างกาย และอาจทำให้การหลั่งน้ำมันของร่างกายมีความผิดปกติ กระตุ้นการเกิดสิวบนผิวได้

 

6. การรับประทานอาหารที่เป็นสาเหตุก่อให้เกิดสิว

รับประทานอาหารที่ทำให้เกิดสิวคือ อาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง การรับประทานอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง มีส่วนให้ร่างกายกระตุ้นการผลิตไขมันของต่อมไขมัน

 

7. การใช้ยาเร่งการผลัดเซลล์ผิว

การใช้ยาเร่งการผลัดเซลล์ผิว หากมีการใช้บ่อยครั้งอาจเป็นการทำร้ายผิวชั้นในให้เกิดการระคายเคืองและเกิดอาการอักเสบเป็นสิวได้

 

8. เชื้อแบคทีเรียพีแอคเน่ (Propionibacterium Acne: P. Acnes)

ก่อให้เกิดสิวสร้างกรดไขมันอิสระมากเกินไป เชื้อแบคทีเรียพีแอคเน่คือสาเหตุของการเกิดสิวบนใบหน้า และเชื้อดังกล่าวสามารถแพร่กระจายในรูปแบบของของเหลวใต้ผิวได้ เช่น หากมีการกดสิวหรือบีบสิว อาจทำให้เชื้อแบคทีเรียแพร่กระจายไปบริเวณอื่นที่ใกล้เคียงได้ เป็นสาเหตุว่าทำไมหลังการบีบสิวจึงมีสิวเกิดขึ้นใหม่ในบริเวณใกล้กัน

 

9. ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (polycystic ovarian syndrome หรือ PCOS) หรือการที่เกิดความผิดปกติก่อนมีประจําเดือน (premenstrual syndrome หรือ PMS)

ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบเป็นความผิดปกติทางร่างกายที่ส่งผลให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายมีความปั่นป่วนไม่คงที่ เมื่อฮอร์โมนเสียสมดุลแล้วอาจทำให้ร่างกายมีความผิดปกติ เช่น ผิวผลิตน้ำมันส่วนเกินและเกิดการอุดตันของสิว หรือผิวเครียดจนเกิดเป็นสิวได้

สิวเสี้ยนที่มักจะพบคือ สิวเสี้ยนหัวดำ เห็นได้ชัดจากลักษณะของสิวที่มีหัวเป็นสีดำเพราะปฏิกิริยาระหว่างไขมันกับอากาศ ที่จริงแล้วสิวเสี้ยนสามารถพบได้ทุกส่วนของผิวหนัง แต่จะพบมากบนผิวหน้า โดยเฉพาะบริเวณที่มักจะพบสิวเสี้ยนมีดังต่อไปนี้

  • สิวเสี้ยนที่หลัง หลังเป็นอีกบริเวณหนึ่งที่เกิดการอับชื้น อุดตันได้ง่าย เพราะอากาศที่ร้อน จนมีเหงื่ออกมากและเสื้อผ้าที่มักจะเสียดสีบริเวณนี้บ่อย ๆ
  • สิวเสี้ยนที่จมูก จมูกก็เป็นบริเวณที่เกิดสิวเสี้ยนมาก โดยเฉพาะบริเวณปลายจมูกที่เป็นบริเวณยอดฮิตของคนเป็นสิวเสี้ยน 
  • สิวเสี้ยนที่คาง อาจจะเกิดขึ้นได้บ่อยเพราะแพ้ต่อผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดช่องปาก ครีมโกนหนวดที่ไหลลงมาโดนในบริเวณดังกล่าว
  • สิวเสี้ยนใต้คาง บริเวณใต้คางก็เช่นกัน เนื่องจากเป็นบริเวณที่อยู่ติดกับคาง ทำให้มีโอกาสแพ้ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก  ครีมโกนหนวด หรือแม้แต่ยาสระผมที่ไหลลงมาที่บริเวณใต้คางได้
  • สิวเสี้ยนที่หน้าผาก บริเวณนี้อาจจะเกิดจากเหงื่อที่ไหลนำเอาสิ่งสกปรกจากเส้นผมลงมาโดนใบหน้า หรืออาจจะกรณีที่แพ้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเส้นผมต่าง ๆ
  • สิวเสี้ยนที่แก้ม

หลังจากที่ทราบแล้วว่าบริเวณไหนบ้างที่จะพบสิวเสี้ยนได้มาก เราก็จะสามารถจัดการได้ถูกจุดแล้วว่าบริเวณไหนเราควรที่จะต้องใส่ใจดูแล ทำความสะอาดผิวให้มากที่สุด

สิวเสี้ยน วิธีรักษาสิวสี้ยน สิวเสี้ยนที่หลัง

วิธีการรักษาสิวเสี้ยน

ปัญหาสิวเสี้ยนมาก โดยเฉพาะสิวเสี้ยนเยอะตรงจมูก เราจะสามารถรักษาสิวเสี้ยน และลดสิวเสี้ยนได้ ด้วยวิธีเหล่านี้ ได้แก่

1. การใช้ยาทาเฉพาะที่ (ใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนัง)

การใช้ยาทาเฉพาะที่เพื่อร้กษาสิวเสี้ยน มักใช้ยาทาสิวที่มีส่วนประกอบเป็นกรด ได้แก่

  • กรดซาลิไซลิค หรือ Salicylic Acid ช่วยทำความสะอาดรูขุมขนและผลัดเซลล์ผิวเก่า ช่วยให้หน้าเนียน ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันของเซลล์ผิว

  • กรดไกลโคลิค หรือ Glycolic Acid สามารถใช้ได้ทั้งรักษาสิวและฟื้นฟูสภาพผิว แต่ว่าการใช้กรดไกลโคลิคที่มีความเข้มข้นในระยะยาวอาจส่งผลเสียต่อผิวชั้นใน เกิดความระคายเคืองจากความเป็นกรดได้

  • กรดอะซีลาอิค หรือ Azelaic Acid แต่กรดชนิดนี้อาจทำให้ผิวเกิดอาการบวมแดง เป็นผื่นคัน และรู้สึกแสบร้อนปนได้

ดังนั้นการใช้ยาทาเฉพาะที่จำเป็นต้องมีความระมัดระวังเนื่องจากสารเหล่านี้แม้จะช่วยในการรักษาสิวและผลัดเซลล์ผิวเพื่อลดการอุดตันแล้ว ก็ยังมีความเป็นกรดและอาจเป็นอันตรายกับผิวแพ้ง่ายได้ และกับผู้มีผิวแห้งด้วยเช่นกัน เพราะตัวยาเหล่านี้มีฤทธิ์ทำให้ผิวยิ่งแห้งมากยิ่งขึ้น นอกจากการใช้กลุ่มยาเหล่านี้ช่วยละลายหัวสิวเสี้ยนแล้ว สามารถใช้ที่กดสิวเสี้ยนช่วยกดหัวสิวออกมาได้ด้วย

 

2. การผลัดเซลล์ผิวโดยใช้สารเคมี

สารเคมีที่เป็นที่นิยมในการผลัดเซลล์ผิว เช่น สาร AHA BHA เป็นสารเคมีที่มักอยู่ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเป็นสิว ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำให้หัวสิวแห้งและผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกที่ตายแล้วออกไป ช่วยลดโอกาสการเกิดการอุดตัน เป็นอีกวิธีที่ทำให้สิวเสี้ยนหายไป แต่ว่าหากใช้ในเปอร์เซ็นต์ที่มีความเข้มข้นสูง หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบดังกล่าวหลายตัวก็อาจเกิดการระคายเคืองต่อผิวและทำให้เกิดสิวจากความระคายและผิวที่อ่อนแอได้

 

3. การใช้แปรงทําความสะอาดผิวหน้า

การใช้แปรงทำความสะอาดผิวหน้าถึงแม้ว่าจะมีความอ่อนนุ่ม ก็อาจทำร้ายผิวได้มากกว่าขัดผิวเนื่องจากรูขุมขนบนใบหน้าต้องการการดูแลที่อ่อนโยนมากเป็นพิเศษ การใช้แปรงทำความสะอาดผิวหน้าอาจทำให้แปรงบาดใบหน้า หรือเกิดการสะสมแบคทีเรียจากการล้างแปรงไม่สะอาดได้ การใช้แปรงทำความสะอาดผิวหน้าจึงต้องเลือกด้วยความระมัดระวังและพิจารณาสภาพผิวว่าเข้ากับแปรงหรือไม่ ไม่งั้นจากการใช้แปรงเป็นหนึ่งในวิธีลดสิวเสี้ยน อาจจะกลายเป็นวิธีเพิ่มสิวให้กับใบหน้าแทน

วิธีป้องกันการเกิดสิวเสี้ยน

1. ทําความสะอาดใบหน้าอย่างเหมาะสม

นอกจากการล้างหน้าวันละ 2 ครั้งในเวลาเช้าและเย็นแล้ว การใช้คลีนซิ่งเพื่อทำความสะอาดเครื่องสำอาง ครีมกันแดด และสิ่งตกค้างอื่นๆในรูขุมขนเป็นการทำความสะอาดใบหน้าที่เหมาะสมเพื่อความมั่นใจให้หน้าใสไร้สิว ลดปัญหาหน้ามันและลดสิวเสี้ยนไปพร้อม ๆ กัน

เวลาทําความสะอาดใบหน้า อาจใช้ปลายนิ้วสัมผัสเบาๆ ไม่ควรขัดถูใบหน้าแรงๆ และเวลาเช็ดหน้าควรใช้วิธีการซับหน้าเบาๆแทนการถูเพื่อให้อ่อนโยนกับรูขุมขนมากที่สุด โดยเฉพาะบริเวณจมูกที่มีรูขุมขนมาก ไม่ให้มีสิวเสี้ยนเยอะตรงจมูก

 

2. วิธีรักษาสิวเสี้ยน และวิธีลดสิวเสี้ยนง่าย ๆ เลย คือควรใช้ผลิตภัณฑ์ทําความสะอาดที่อ่อนโยนต่อผิวหน้า ไม่ทําให้ผิวแห้ง ไม่ระคายเคือง ไม่มีน้ำหอม

ผลิตภัณฑ์บางตัวมีส่วนผสมของน้ำหอมและแอลกอฮอล์ ถึงแม้ว่าส่วนผสมดังกล่าวจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ซึมเข้าสู่ผิวได้เร็วขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็อาจทำให้ผิวแห้งตึง ผิวขาดน้ำ หรือเกิดความระคายเคืองเนื่องจากส่วนผสมของน้ำหอมได้ จึงแนะนำให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่อ่อนโยน ปราศจากสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว และไม่ทำร้ายปราการผิว เช่น Bioderma Sensibio Gel Moussant เป็นเจลล้างหน้าสำหรับผิวแพ้ง่าย มีความอ่อนโยนแต่ยังคงประสิทธิภาพในการทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึก หรือ Bioderma Sebium Gel Moussant เจลล้างหน้าสำหรับผิวเป็นสิวผิวมัน นอกจากประสิทธิภาพในการทำความสะอาดแล้วยังมีส่วนช่วยในการลดความมันส่วนเกินบนใบหน้าและลดการอุดตันได้อีกด้วย  เมื่อทำความสะอาดผิวหน้าเสร็จแล้วจึงสามารถตามด้วย โทนเนอร์ 

สิวเสี้ยน วิธีรักษาสิวเสี้ยน ใช้ Bioderma Sensibio Gel Moussant

3. หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดด เพราะยารักษาสิวบางชนิดจะทําให้ผิวหนังไวต่อ แสง UV มากยิ่งขึ้น

 

4. สระผมอย่างสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้ผมมัน

เพราะสิวสามารถเกิดตามหนังศีรษะได้ การปล่อยให้ผมมันอาจทำให้น้ำมันส่วนเกินเข้าไปอุดตันในรูขุมขน รวมถึงบริเวณไรผม ใบหน้า หรือตามแผ่นหลังสำหรับผู้ที่มีผมยาวอีกด้วย

 

5. วิธีที่ทำให้สิวเสี้ยนหาย คือพยายามไม่สัมผัสหน้าบ่อยๆ

การสัมผัสหน้าบ่อยๆอาจส่งผลให้มีแบคทีเรียหรือสิ่งสกปรกจากผิวเข้าสู่รูขุมขนได้ง่ายดายมากขึ้น จึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหน้าโดยไม่จำเป็น รวมทั้งที่กดสิวเสี้ยนหากหลีกเลี่ยงได้ก็จะดีกว่า เพราะผิวเราจะได้ไม่ถูกรบกวนบ่อย ๆ

 

6. เปลี่ยนปลอกหมอนบ่อยๆ เพื่อทำความสะอาด

ปลอกหมอนที่ใช้งานในทุกๆคืนอาจเกิดการสะสมสิ่งสกปรกเช่น น้ำลาย เซลล์ผิวที่ผลัดตัวบนใบหน้า ความมันจากหนังศีรษะ ซึ่งอาจเกิดการอุดตันได้

 

7. พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงความเครียด

การพักผ่อนให้เพียงพอ ทำเพื่อให้ร่างกายสามารถฟื้นฟูตัวเองได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ

8. การใช้ผลิตภัณฑ์เซรั่ม ครีมบำรุงผิวที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขนจนกลายเป็นสิวเสี้ยน

สิวเสี้ยน วิธีรักษาสิวเสี้ยน ใช้ Bioderma Sebium Gel Moussant

การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขน เช่น เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อค่อนข้างเหลว มีส่วนผสมของน้ำ และเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน หรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นเนื้อครีมมีความเข้มข้น ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับการใช้ดูแลผิวลดสิวเสี้ยน เช่น Bioderma Sebium Lotion เป็นสกินแคร์เนื้อน้ำตบ มีความเหลวแต่ยังเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพในการกักเก็บความชุ่มชื้นในผิวหน้าพร้อมสารสกัดจากเห็ดที่ช่วยกระชับรูขุมขน ให้รูขุมขนเล็กลงและลดโอกาสการเกิดสิวเสี้ยนได้ด้วย

สิวเสี้ยนที่ปรากฏเป็นสีดำมีสาเหตุมาจากขนเส้นเล็กๆที่ขึ้นในรูขุมขนนั้น และไขมันอุดตันที่ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนและเปลี่ยนเป็นสีดำ

สิวเสี้ยนไม่ได้จำกัดแค่ใบหน้าอย่างเดียว นอกจากหน้าผาก จมูก คาง สิวเสี้ยนยังสามารถขึ้นตามแผ่นหลังได้อีกด้วย

สิวเสี้ยนสามารถกำจัดออกได้แต่ก็มีโอกาสเกิดใหม่หากไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุซึ่งก็คือการบำรุงผิวให้มีความแข็งแรง เพื่อให้รูขุมขนกระชับและลดโอกาสการเกิดสิวได้

การใช้แผ่นลอกสิวเสี้ยนอาจช่วยให้สิวดูลดน้อยลงได้บ้างในบางจุด แต่การลอกสิวเสี้ยนอาจส่งผลให้ รูขุมขนกว้าง ขึ้นเนื่องจากเป็นการดึงสิ่งที่อุดตันให้หลุดออกมาและทำให้เกิดสิวซ้ำอีกได้

การบีบสิวเสี้ยนไม่ได้อันตราย แต่อาจจะเกิดผลลัพธ์หลังการบีบคือ เป็นรอยแผลสิว และหากใช้มือ หรืออุปกรณ์บีบสิวที่ไม่สะอาด อาจจะทำให้ติดเชื้อ และสิวถูกกระตุ้นจนกลายเป็นสิวอักเสบและสิวหัวช้างในเวลาต่อมาได้

สรุป

การรักษาสิวเสี้ยนสามารถทำได้ด้วยการรักษาผิวให้มีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ การที่ผิวแข็งแรงและมีความชุ่มชื้น นอกจากจะช่วยให้ปราการผิวแข็งแรงแล้วยังทำให้รูขุมขนเล็กลง มีความกระชับ ลดโอกาสการเกิดสิวอุดตันและสิวประเภทอื่นได้ดีอีกด้วย ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหน้าโดยไม่อุดตันมีให้เลือกหลากหลาย เช่น Bioderma Sebium Lotion ที่พัฒนาสูตรสำหรับผิวเป็นสิว เพื่อช่วยลดสิวและกักเก็บความชุ่มชื้นในผิวได้ยาวนาน และช่วยให้รูขุมขนเล็กลง สามารถลดสิวและดูแลผิวเพื่อลดโอกาสการเกิดสิวในระยะยาวได้อีกด้วย

BIODERMA Sensibio Gel moussant เจลล้างหน้าไมเซล่า สูตรอ่อนโยนแม้ผิวแพ้ง่าย

คลีนเซอร์แบบล้างออก

ผิวแพ้ง่าย

สิทธิบัตร D.A.F.

Sensibio Gel moussant

เจลล้างหน้าไมเซล่าสูตรอ่อนโยนแม้ผิวแพ้ง่าย

สำหรับใคร

ผู้ใหญ่, วัยรุ่น

BIODERMA Sébium Lotion โลชั่นน้ำตบคุมมัน

บำรุงผิวได้ทุกวัน

ผิวผสมถึงผิวมัน

สิทธิบัตร Fluidactiv™

Sébium Lotion

โลชั่นน้ำตบคุมมัน ปรับสมดุลค่า pH น้ำมันและน้ำเพื่อผิวดูกระจ่างใส

สำหรับใคร

ผู้ใหญ่, วัยรุ่น